"สีของสวน"

 

สีในสวนไม่ใช่เพียงสีเขียวสีเดียว สวนสามารถใส่เฉดสีต้นไม้ให้เป็นภาพมีชีวิตที่เปลี่ยนไปทุกฤดูกาล เคยมีคำถามว่า Why are you design your garden like this? ได้แต่ตอบว่า I design things that bring pleasure to my life...because that's how I like to live.

 

สีในสวนบ้านดอกไม้เปลี่ยนไปทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่จะให้สวนเปลี่ยนสีไปทุกครั้งที่อากาศเปลี่ยน แต่เป็นเรื่องที่ตั้งใจ ที่รู้ว่าต้นไม้แต่ละต้นให้เฉดสีช่วงไหน การปลูกต้นพวงประดิษฐ์ที่เลื้อยคลุมหลังคาด้วยหวังว่าเมื่อหลายปีผ่านไปหลังคาของบ้านจะเป็นสีชมพูม่วงสวยด้วยดอกของต้นพวงประดิษฐ์ จำได้ว่าซื้อต้นพวงประดิษฐ์หนึ่งต้นความสูงไม่ถึงหนึ่งฟุตมาเพียงต้นเดียว ปีแรกไม่ทันได้เห็นดอก ปีที่สองเริ่มประปราย ปีที่สามแม้ไม่คลุมหลังคาแต่พอมองเห็นว่าความตั้งใจที่เฝ้ารออย่างอดทนเป็นรูปเป็นร่างเงาๆแล้ว ปีที่สี่เริ่มสวย ปีที่ห้าและปีต่อๆไปพวงประดิษฐ์ต้นนี้จะสวยขึ้น สวยขึ้นอย่างแน่นอน ไม่เคยมีใครคาดหวังว่าจะได้เห็นพวงประดิษฐ์ขนาดใหญ่คลุมหลังคาจนแทบมิดบ้านสองชั้นอย่างสวยงามที่ไหนได้อีกแล้ว นอกจากที่บ้านดอกไม้ พวงประดิษฐ์สีชมพูอมม่วงที่ทอดเลื้อยคลุมเต็มหลังคาบ้านสีสวยสดชื่นใจ นั่งมองนอนมองเท่าไรไม่เบื่อ เวลาดูสวนต้องดูรวมเป็นภาพใหญ่ เหมือนดูภาพวาด มองปราดเดียวรู้ว่าภาพนี้สวยตรงไหน แต่โดยรวมของภาพจะสวยด้วยองค์ประกอบที่ลงตัว สีโดดเด่น หลายคนบอกทำไมปลูกต้นไม้ในสวนไม่สวยสักที จะให้สวยได้อย่างไร ทั้งๆที่ต้นไม้ดอกไม้ที่หามาใส่ล้วนสวยงามแสนแพง ความงามเกิดขึ้นจากความลงตัวในหลายอย่างรวมกัน ลงตัวในองค์ประกอบของรูปทรง องค์ประกอบของสี

ลมหนาวกระหน่ำไม่หยุดช่วงนี้ไปไหนๆไม่พ้นความหนาวเย็นไปได้ อาทิตย์นี้บ้านดอกไม้กลางคืนอุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศา อยู่แบบไม่เปิดหน้าต่างประตูเดินเล่นในบ้านเหมือนเดินเล่นอยู่ในตู้เย็นอย่างไรอย่างนั้น กลางวันต่ำกว่า 20 องศา ไปเดินเล่นดูดอกไม้นอกบ้านรับแดดจ้า อากาศจึงอุ่นกำลังดี สีของสวนช่วงนี้สว่างไสวไปด้วยดอกไม้สีสดๆเพราะอากาศเย็นทำให้ดอกไม้มีสีสดขึ้น ดอกไม้ฤดูหนาวสีสวยสดทุกต้น  เหมือนสีของพวงประดิษฐ์ที่โดดเด่นในสวนที่ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนในสวน จะเห็นสีม่วงอมชมพูเด่นอยู่กลางสวน กินพื้นที่ไปครึ่งหนึ่ง อย่างนี้เรียกว่าใช้เพียงสีเดียวแต่ให้เยอะให้มาก สวนก็เด่นด้วยสีงามด้วยสีได้เหมือนกัน

 

 

เหมือนสีดอกไวท์คริสมาสบ้านพี่ตู่สีขาวพุ่มใหญ่กว่าพุ่มดอกไม้ชนิดใดๆในสวน ฤดูหนาวนี้ในสวนบ้านพี่ตู้ไวท์คริสมาสสีขาวสะอาดตาจึงทำให้สวนสวนนี้สวยขึ้นมาทันใด  การจัดสวนดอกไม้จึงต้องนึกถึงฤดูกาลว่าช่วงฤดูไหน ไม้ดอกชนิดไหนออกดอกสีสดทำให้สีสวนสวยขึ้น ถ้ามีแพลนแบบนี้ในใจ รับรองได้ว่าสีของสวนจะสวยได้ตลอดทั้งปี

 


น่าเสียดายที่พี่ตู่และน้องบิ๊ก ไม่ได้เวลาในสวนสวยตัวเองมากนัก พี่ตู่นั้นตื่นแต่เช้าไปเดินดูสวนครัวหน่อยเดียวต้องรีบกลับเข้าจำศีลในบ้านเดิน หลบลมหนาวไปนั่งขดตัวงอในห้องนั่งเล่น อ่านซิดนีย์ เชลดอน Are You  Afraid of the Dark ให้จบแล้ว จำได้ว่าหนังสือเล่มนี้พี่ตู่เริ่มอ่านเมื่อหยุดปีใหม่ปีที่แล้ว นี่ใกล้ปีใหม่อีกหนึ่งปี ยังอ่านเขาไม่จบ  นักเขียนไส้แห้งตายแน่ๆถ้ามีแฟนหนังสืออย่างพี่  นี่ถ้าหนูหัดเขียนนิยายคงไม่ให้พี่ซื้อไปอ่านแน่
สำหรับน้องบิ๊กที่ทำตัวน่ารัก หมดแรงไปกับการเดินถ่ายรูปสถานที่จัดงานวันเด็กในปีหน้าที่วัดมกุฎคิรีวัน เพื่อนำไปทำข่าว ประกาศเชิญชวนให้มิตรสหาย เพื่อนเรียนมหิดล Inter มาช่วย ทั้งเพื่อนแม่ ทุกรุ่น พร้อมเพรียงกันมาทำบุญในวันเด็กมากๆหน่อย ปีหนึ่งทำไมผ่านไปเร็วจริง นี่ใกล้ถึงวันเด็กอีกแล้ว  เด็กเติบโตขึ้นอีกหนึ่งปี ผู้ใหญ่แก่ไปอีกหนึ่งปี เด็กน่าจะได้รับอะไรเป็นของขวัญในชีวิตของเขาให้เขาเติบโตขึ้นอย่างมีความสุขในปีต่อไป สำหรับผู้ใหญ่ พี่ตู่ น้องบิ๊กและเพื่อนๆทั้งหลาย ปีหนึ่งเราเหนื่อยหนหนึ่ง แต่คุ้มมากกับครั้งหนึ่งในชีวิตของเด็กที่จะเก็บความทรงจำที่แสนดีจดจำไปชั่วชีวิต ปีนี้จักรยานราคาแพงขึ้น ของขวัญแพงขึ้น แต่ไม่ว่ากัน เมื่อตั้งใจจะร่วมด้วยช่วยกัน มากน้อยแค่ไหน แล้วแต่กำลังศรัทธา ปีหนึ่งหาโอกาสให้เด็กๆตาดำๆมีความทรงจำแสนดีได้สนุกกับจักรยานของเล่น  ของขวัญที่ใฝ่ฝันสำหรับเด็กทุกคน ทำบุญให้ฝันของเด็กนับร้อยเป็นจริงได้ปีละครั้ง ไม่มากมายอะไรเลย บุญนั้นอาจช่วยให้ฝันสองสามอย่าง ในชีวิตที่นับถ้อยหลังของผู้ใหญ่อย่างเราเป็นจริงได้สักอย่างสองอย่างได้เหมือนกันนะ จะบอกให้


พยาบาลที่รู้จัก คุณต้อยเสียชีวิตด้วยวัย 50 ปี แต่คุณยายวัย90ปีที่นั่งรถไปกับคุณต้อยไม่เป็นอะไรเลย  น้องหนึ่งเลยบอก หนูเชื่อแล้วละพี่ว่า วัยไหนไม่สำคัญ ถึงเวลา มาเองไปเอง ว่าแล้ว  หลังพระสวดจบในงานของคุณต้อย น้องหนึ่งบอก เดี๋ยวไปงานฉลองวันเกิดน้องตั๊มที่ถนนข่าวสารต่อกันไหมพี่  แต่ไปถึงแล้ว หนูหนึ่งบอกแล้วบอกอีกนั่นแหละว่า เหมือนมาตามลูกที่มาเที่ยวบนถนนข่าวสารเหลือเกิน มีแต่เด็กทั้งนั้น หลังอาหารค่ำพวกเด็กๆไม่อิ่ม บอกเดี๋ยวไปกินมันทอดต่อดีกว่า ว่าแล้วย้ายร้าน Dinner ไปกิน Junk Food ต่อ เต็มไปด้วยแป้งและน้ำมัน กินแบบนี้หนูจะใส่เสื้อที่แขวนตามถนนข้าวสารได้อย่างไรกัน ถ้าอยากจะใส่สงสัยต้องตัดใส้ออกจากท้องไปสองสามขดหรือบางคนต้องตัดกระเพาะออกไปด้วย ถึงจะใส่เสื้อที่เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ซื้อมาใส่ได้ กินเสร็จพวกหนูๆน้องๆทั้งหลายแชร์ค่า

Junk Food คนละ14บาท นั่งมองทุกคนบริหารการเงิน ช่างน่าสรรเสริญ สมเป็นนักเรียนทุนกันทุกคน คือประหยัดจนเคยชิน ไม่ว่าน้องคมภ์ น้องเป็ด นักเรียนทุนรัฐบาลออสเตรเลีย น้องโบว์ น้องหนึ่ง นักเรียนทุนอังกฤษ British Council น้องเอ นักเรียนทุนแบงค์ที่ Oxford น้องตั๊ม นักเรียนทุนแบงค์ที่ Cornel น้องตาล ทุนแบงค์ที่ศศินทร์ ทุกคนแชร์ค่าอาหารกันอย่างยุติธรรม แต่มีเสียงตัดพ้อ เมื่อต้องเสียเงินเท่ากันตั้ง14บาท แต่กินไม่เท่ากันว่า พวกผู้หญิงนั้น ขนาดพูดไปกินไป ยังทำเวลาได้ เร็วจนคนไม่พูด กินอย่างเดียว กินไม่ทัน เงยหน้าขึ้นมาครั้งใด อาหารหมดจานทุกครั้งไป ได้แต่ปลอบใจสองหนุ่มว่า อยากอยู่กลุ่มเดียวกันกับสาวๆช่างพูดช่างกิน ชีวิตจบลงแบบนี้ทุกครั้งละน้องจ๋า ต้องทำใจ

..... because that's how You like to live

............................................

 

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่