"ดอกเลี่ยนบานอีกแล้ว"

ดอกเลี่ยนสีขาวแต้มสีม่วงตรงกลาง บานอีกแล้ว เร็วจัง ไม้ป่าพื้นเมืองกลิ่นหอมเย็นนี้ เห็นดอกลิบๆไกลๆบนต้นสูง ถ้าไม่ได้กลิ่นหอมที่ลมโชยมา คงไม่รู้แน่ๆว่าถึงคราวต้นเลี่ยนสลัดใบทิ้ง เหลือเพียงดอกหอมไว้

 

ดอกเลี่ยนบานแล้ว ไม่เคยนึกว่าดอกเลี่ยนจะบานเร็วขนาดนี้ อาจเพราะ้อากาศเย็นไม่เสื่อมคลายที่เขาใหญ่ เวลากลางคืนอุณหภูมิลดต่ำ10กว่าองศา ท้องฟ้าหน้าหนาวสีฟ้าสวยใสกว่าฤดูอื่นชัดเจน อากาศยามเช้าเย็นขนาดตัวสั่นงันงกชมดอกไม้ได้นิดเดียวต้องรีบวิ่งเข้าบ้านกระโดดขึ้นเตียงซุกผ้านวมให้ตัวอุ่นสักพัก ก่อนลุกหยิบเสื้อหนาวสวมทับออกไปเดินชมสวนเช้ารอบใหม่ จะรู้ได้อย่างไรว่าอากาศจะเย็นได้แบบนี้ ในบ้านอุ่นกำลังดี ลืมนึกไปว่าในบ้านไม่ได้เปิดหน้าต่างสักบาน

ต้นเลี่ยน ชาวบ้านเรียก เกรียน อาจเพราะช่วงออกดอกใบร่วงเกรียนหมด ถ้าไม่ได้กลิ่นหอม แล้วมองหาว่ากลิ่นดอกอะไร แทบจะมองไม่เห็นว่าดอกกระจุกตามปลายยอด ชาวบ้านบอกเวลาคันตัวเอาดอกเลี่ยนมาถูจะหาย แม้ถ้าผิวหนังระคายระหว่างต้นเลี่ยนไม่ออกดอกจะทำอย่างไร เขาบอกว่าทายาหม่องแก้ขัดไปก่อน

ต้นเลี่ยนมีชื่อภาษาอังกฤษภาษาสามัญหลายชื่อ Bastard cedar ชื่อนี้ถ้าแปลอย่างสุภาพ คือพบเห็นเรี่ยราด ไม้เนื้ออ่อนเกิดง่าย ทำนองนั้น อีกชื่อเรียก Bead tree เพราะผลเมื่อสุกสีส้มเหลืองสวยเหมือนลูกปัด Persian lilac ฝรั่งบางพวกให้ชื่อนี้เพราะดอกสีปนม่วง ไม่ว่าอะไรที่ออกม่วง ฝรั่งมักให้เรียก lilacไปหมด สำหรับชื่อสุดท้ายที่เรียกกัน White cedar ทำนองคล้ายไม้เนื้ออ่อนสีขาว สรุปแล้วชื่อสามัญทั้งไทยและอังกฤษ ไม่พ้นการบรรยายลักษณะต้นไม้ชนิดนั้นๆไปในตัว

   

ดอกไม้หอมอาทิตย์นี้บ้านดอกไม้มีดอกเลี่ยนบานหอม บ้านพี่ตู่ คุณนารีลักษณ์ของหนูก็มีไม่น้อยหน้า พี่เขาชี้ชวนให้เดินไปยืนไกลๆต้นหอมหมื่นลี้ ที่อาทิตย์นี้เกิดอัศจรรย์ ออกดอกมาเต็มต้น ยืนอยู่ห่างสัก 100 เมตร กลิ่นหอมแบบพิเศษรคาแพงเทียบเท่าCHANEL NO.5 หอมคลาสสิคอ่อนๆโชยมาให้ต้องเหลียวหน้าแลหลังว่า กลิ่นหอมนี้มาจากทิศไหน ดอกหอมหมื่นลี้เป็นไม้มาจากเมืองจีน ชาวจีนปลูกเป็นไม้ประดับบ้านทำนองต้นจำปีจำปาของคนไทย ต้นหอมหมื่นลี้ลักษณะต้นที่ปลูกในเมืองไทยเวลานี้คล้ายจะเป็นไม้พุ่มขนาดกลางแต่จริงๆแล้วเป็นไม้ต้นใหญ่แบบไม้ยืนต้น คนที่เคยไปอ่างขางถ้าได้เคยแวะบ้านชาวจีนฮ่อของกองพล 93 ชาวจีนที่อพยพมาตั้งรกรากในเมืองไทยนานมากแล้ว จะพบว่าเขาเด็ดดอกหอมหมื่นลี้จากต้นสดๆมาผสมใบชาให้เราดื่มเมื่อเราไปเยือนบ้านเขา ที่เมืองจีน เมืองกุ้ยหลินที่ตอนนี้คนไทยเฮ่อไปชมความงามของทะเลสาปจนโรงแรมและส้วมเต็มทุกปีๆนั้น เขาปลูกดอกหอมหมื่นลี้เป็นอุตสาหกรรมไร่ใหญ่ๆเพื่อไปทำเหล้า หัวน้ำหอมและผสมใบชาดื่ม ที่เมืองจีนเรียกว่าดอกกุ้ยฮัว เมืองไทยสมัยก่อนเรียกต้นสารภีฝรั่ง แต่ชื่อเรียกต้นไม้ชื่อสามัญแบบนี้มักเปลี่ยนไปตามเวลา ใครนึกอยากตั้งชื่อใหม่ๆเรียกใหม่ๆได้เรื่อย สมัยนี้ชื่อไหนแปลกโดนใจคน ชื่อนั้นมักจะได้รับความนิยม

 

 

อาทิตย์นี้อากาศเย็นๆเย็นสบายไม่ร้อนรุ่มเหมือนบรรยากาศในู่กรุงเทพฯที่เหมือนร้อนไปด้วยเสียงเชียร์ เสียงลุ้นหรืออะไรตามแต่จิตศรัทธา ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไป ลูกนกลูกกาอย่างเรา ยังย่ำเท้าไปมาในรอยกรรมรอยเกวียน ที่เจอะเจอแต่พญาอินทรีย์สวมบทบาทกลับกันไปมา แบบต่างกรรมต่างวาระ ไม่เคยสิ้นสุด เพราะเมื่อฝ่ายใดไร้สิ่งตอบแทน ภาวะที่เรียกว่า ผลประโยชน์ขัดกันย่อมบรรลัย ปรากฎมาให้เห็นซ้ำซากหมดสงสัย บทที่เขียนขึ้นเอง มาผลัดเล่นกันเป็นครั้งเป็นคราว ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ทั้งคนด่าและคนถูกด่า ทำนองสมบัติผลัดกันชม เล่นหนังเล่นละคอนผลัดเปลี่ยนเป็นพระเอก ผู้ร้าย พระรอง โฆษก เล่นสมบททุกคน จบละคอนเรื่องนี้กลับเข้าเวที ทั้งพระเอกผู้ร้ายบินไปจิบไวน์หัวเราะเริงร่า มุมไหนของโลก ไม่รู้ คนดูหน้าจอซาบซึ้งตามบทเชียร์ไปตามแรงเหวี่ยง วนเวียนซ้ำซาก.....ไม่เบื่อไม่หน่ายละคอนแบบนี้กันบ้างหรือจ๊ะ.......จบข่าวปลอมๆแต่เพียงนี้...ส่วนข่าวจริงยังไม่ได้รับรายงาน.....ฮิ...ฮิ...ฮิ ....กลับไปปลูกต้นไม้ดีกว่า อย่างน้อยยังสร้างอ็อกซิเจนให้เกิดขึ้นมาในโลกที่อากาศเป็นพิษ เป็นToxic จากคำพูดที่ต่างอ้าง เหมือนว่าส่วนที่ดีที่สุดในความเป็นคนถูกทำลาย เห็นดีเห็นงามในลัทธิแข่งขัน ชิงดีทุกรูปแบบ ผู้ชนะถูกยอมรับว่าเป็นเลิศ ความจำเจซ้ำซากของวิถีชีวิต ทำให้คนเกิดความคับค้องใจ ความต้องการ ไม่มีหยุด ไม่มีพอ

     

อาทิตย์นี้ได้อ่านหนังสือแสนรักที่อ่านแล้วอ่านอีกอีกครั้ง ณ็อง ณิโอโน นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของฝรั่งเศส ให้ความคิดว่า มนุษย์อยู่กับความทุกข์โศกมานาน เบื้องหลังกำแพงที่พวกเขาอยู่กัน พวกเขาลืมไปว่าตนมีอิสรภาพ มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างให้มีชีวิตอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินและที่ใดที่หนึ่งตลอดไป เพราะสองขาของมนุษย์ยาวพอที่จะก้าวผ่านหญ้าสูงหรือธารน้ำไหล

คงจริงตามที่ Jean Gion บอก เพื่อให้เราคิดตามเพราะทุกวันนี้เราเหมือนเต็มใจติดคุก ที่ทุกคนต่างใส่กุญแจคุกให้ตัวเองได้ทุกวัน เราแสวงหาทุกสิ่งเพื่อให้โซ่พันธนาการของคุกแน่นหนาขึ้นทุกวันในชีวิต โดยไม่ได้มองลึกๆไปเลยว่าแท้จริงชีวิตมีเพียงชีวิตและชีวิตเท่านั้นที่สำคัญ

มีหนังสือบางเล่มที่เรามักจะอ่านแล้วอ่านอีก เรื่อง "L'homme qui plantait des arbres" ภาษาอังกฤษคือ The Man Who Planted Trees คนปลูกต้นไม้ของ ณ็อง ณิโอโน หนังสือเล่มบางๆที่อ่านแล้วอ่านอีกได้เสมอ หนังสือที่อ่านแล้วได้อะไรมากกว่าจำนวนหน้า คลาสสิคเสียจนหน้ากระดาษเก่าเหลืองยังหยิบมาอ่านได้เสมอ

     

ต้นไม้เป็นตัวอย่างที่ดีที่น่าหยิบยกมาเป็น Role Model เพราะมีชีวิตอยู่ด้วยปัจจัยเพียงน้อยนิดแต่มีคุณค่าต่อสิ่งรอบด้านมหาศาล ตลอดทั้งต้นและขบวนการในการปรุงอาหารหายใจล้วนทำให้มนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลายมีชีวิตได้อย่างผาสุข ต้นไม้ไม่เคยบ่นทวงบุญคุณ ต้นไม้ยืนสง่างามอย่างเงียบๆสุภาพ ไม่ร้องครวญครางเมื่อถูกทำร้ายหรือลำเลิกเอาบุญเอาคุณจากผู้ที่ตัวให้้ประโยชน์ คิดง่ายๆเมื่อเดินเข้าป่า ทำไมรู้สึกสงบและเป็นสุขอย่างล้ำลึก ความเงียบของป่าไม่ใช่ความเงียบที่น่ากลัว เป็นความเงียบที่สงบลึกและเย็นลึกอยู่ภายใน เป็นสื่อสัมผัสที่แวดล้อมจากมวลผู้ให้ที่ยืนนิ่งสงบอยู่รายรอบ สงบไม่ทุรนทุราย ไม่เหมือนเราเดินเข้าไปในเมือง ในหมู่บ้านหรือห้องประชุมที่มีการถกเถียง คุณยังรู้สึกถึงความร้อน ความสับสน ทุรนทุราย ต้นไม้ เพียงมีชีวิตเพื่อให้ไปเรื่อยๆเหมือนต้นไม้ เหลือไว้เพียงความต้องการสารอาหารที่รากดูดซึมขึ้นไปเลี้ยงลำต้น ให้อยู่ไปตามสภาพแวดล้อมและกาลเวลาอันเนิ่นนาน

     

Jean Giono สร้างเรื่องให้ Bouffier เป็นคนธรรมดาที่ไม่สนใจอะไร ใช้ชีวิตปลูกต้นไม้ไปเรื่อยๆ เขาสนใจ เฉพาะงานที่ทำ เขาสร้างชีวิตขึ้นมาใหม่ อย่างช้าๆไม่เร่งรีบแต่สิ่งที่เขาสร้างกลับมีคุณค่าที่ยาวนานและไม่เสื่อมราคาไม่ล้าสมัย แม้เวลาจะผ่านไป เขาเหมือนสร้างโลกใหม่ให้คนทึ่งด้วยสองมือ สร้างต้นไม้ บ่อเกิดของชีวิต ของลำธารและแหล่งอาหารของสรรพสิ่ง เป็นปัจจัยสี่ เป็นซุปเปอร์มาร์เกตเริ่มแรกของมนุษย์และสรรพสัตว์ จากตอนหนึ่งในหนังสือ เขียนว่า

"ต้นโอ๊คที่ปลูกในปี 1910 อายุได้ 10ปี มันสูงกว่าเราทั้งคู่ เป็นภาพที่น่าประทับใจจนผมพูดไม่ออกด้วยความตื้นตัน บุฟฟิเยร์เองก็ไม่พูดอะไร เราใช้เวลาเดินป่าของเขาทั้งวัน โดยไม่พูดไม่คุยกัน บริเวณพื้นที่ป่ามี3ส่วน วัดด้านยาวได้11กิโลเมตร บริเวณที่กว้างที่สุด วัดได้3กิโลเมตร เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า บรรดาต้นไม้่หล่านี้งอกงามและเติบโตมาจากน้ำมือและหัวจิตหัวใจของชายชราผู้นี้ โดยปราศจากเครื่องไม้เครื่องมือใดๆมาอำนวยความสะดวกให้ เราย่อมเข้าใจได้ว่า มนุษย์ก็มีพลานุภาพได้เฉกเช่นพระผู้เป็นเจ้าในเรื่องอื่นๆที่นอกเหนือจากการทำลายล้าง"

ชอบจังคนอย่างBouffier คนธรรมดาที่ไม่สนใจอะไร ใช้ชีวิตปลูกต้นไม้อย่างเดียว

 

............................................

 

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่