"ไม้จากป่า"

 ไม้ป่าต้นแล้วต้นเล่าถูกย้ายถิ่นบ้าง ถูกขยายพันธุ์ุ์ดั้งเดิมบ้าง มาปลูกในที่ใหม่ ที่คล้ายๆกับจะบอกว่าเ็ป็นเรื่องของการอนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญ จึงต้องไปขุดออกมาจากป่า มาปลูกไว้ในรั้วกำแพงบ้าน

เพียงได้เสียงชีวิตปีนขึ้นหลังคาบ้านดอกไม้ เพื่อไปเก็บภาพดอกพวงประดิษฐ์ที่คลุมหลังคาเป็นสีชมพูไว้ดูเล่น หลังคาบ้านทั้งหลังถูกคลุมด้วยดอกไม้สีชมพูเข้ม มองผ่านดอกไม้พ้นแนวหลังคาบ้านเหมือนเป็นก้อนเมฆดอกไม้สีชมพูก้อนใหญ่ไปสุดสายตาที่ขอบฟ้าเห็นแนวเขาใหญ่ทะมึนอยู่ลิบๆ สวยจน แ้ข้่งขาสั่น ตื้นตันบรรยายไม่ถูกเพราะกลัวความสูงที่ปีนขึ้นไปยืนอยู่ได้บนหลังคา บ้าจริงๆ......

     

 

พวงประดิษฐ์ ไม้ป่าชนิดนี้แทบจะกลายเป็นไม้เมืองไปแล้ว ด้วยถูกตอนถูกขยายพันธุ์มาจากป่าเนิ่นนาน

พวงประดิษฐ์ หรือเครือออน คำว่าออน ภาษาเหนือแปลว่าสีชมพู เครือออนจึงแปลว่าเถาวัลย์สีชมพู ชื่อแสนจะโรแมนติคอะไรปานนี้ แต่เดิมเครือออนคือเถาวัลย์ในป่า เมื่อป่าขาดฝนช่วงฤดูหนาว เถาวัลย์ชนิดนี้ทิ้งใบจนหมดเหลือเพียงดอกสีชมพูที่จริงเรียกดอกไม่ถูก ต้องเรียกกลีบใบเลี้ยงสีชมพู เพราะดอกจริงๆเล็กนิดเดียวเป็นจุดสีขาวเหลืองตรงกลาง สีของเครือออนที่เกิดจากใบเลี้ยงเป็นเหตุให้ดูเหมือนว่าเครือออนออกดอกบานทนบานนานกว่าดอกไม้ชนิดใดๆคือนานเป็นเดือนๆเกือบสามเดือน ในกรุงเทพฯบางครั้งเห็นปลูกกันบางบ้านแต่จะงามใบเพราะรดน้ำปกติ ไม่เข้าใจว่าไม้ป่าตามธรรมชาติพอถึงฤดูหนาวต้องให้อดน้ำ ถึงจะแตกช่อดอก

   

ไม้ป่าอีกต้นที่บานสว่างไสว ดอกพราว ที่บ้านดอกไม้อาทิตย์นี้คือ ดอก Grevilleaสีขาวและสีชมพู ปลูกเรียงแถวสีละ 2 ต้น เป็นไม้สายพันธุ์ Protea ชนิดหนึ่ง เป็นไม้พื้นเมืองจากประเทศออสเตรเลียไม้พวก Protea ในออสเตรเลียมีประมาณ350ชนิด มีตั้งแต่เป็นไม้พุ่มและไม้ยืนต้น ข้อดีของไม้ประเภทนี้คือใบไม่ร่วง เขียวทั้งปี ถ้าเขาพูดว่าไม้ต้นนี้ evergreen ความหมายคือใบไม่ร่วง เขียวสดตลอด ซึ่งถือว่าเป็นคุณสมบัติที่ปรารถนากันมากในบ้านเมืองที่ฤดูหนาวมาเยือน ส่วนมากจะเห็นแต่ลำต้นโด่เด่ของต้นไม้ยืนเป็นแถว ชวนให้บรรยากาศหดหู่เศร้ากว่าความเป็นจริง เขาจึงไม่ชอบต้นไม้ใบล่วงในฤดูหนาว Grevillea จะถูกนกช่วยผสมละอองเกสรจากการดื่มน้ำหวานที่เกสรดอก เป็นไม้ที่เหมาะจะปลูกในที่แห้ง ไม่ต้องการน้ำมากทรหดอดทน

ไม้พื้นเมือง(Native)จากออสเตรเลีย รุ่นแรกๆที่เข้ามาเมืองไทย คือพวกแปรงล้างขวด( Bottlebrushes ) ใบเป็นฝอยสีเขียวเข้ม ดอกเป็นช่อยาวสีแดงฝอยๆคล้ายแปรงล้างขวด เป็นต้นไม้ที่นกชอบมาก รุมกินเมล็ดตรงเกสรดอกอย่างเอร็ดอร่อย แต่จริงๆแล้วตามหลักของป่า ไม้ป่าหรือไม้พื้นเมืองทุกชนิดของทุกประเทศ จะมีลักษณะเหมือนกันคือจะเป็นไม้ที่ดึงดูดนกและแมลงตามธรรมชาติ นกและแมลงจะเป็นตัวพาหะให้เกิดการแพร่ขยายพันธุ์ไปตามแหล่งต่างๆต่อไปอีก เพราะเมื่อกินผลหรือเมล็ดเข้าไป บินไปไหนถ่ายเมล็ดออกมา การขยายพันธุ์ จึงเกิดตามมา ทำให้ไม้พื้นเมืองกระจายไปตามที่ต่างๆมากขึ้น ตามธรรมชาติ

   

แม้จะมีการจำกัดการขยายพันธุ์ไม้ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะไม้พื้นเมืองบางต้นของบางประเทศ เพื่อป้องกันการกลายพันธุ์หรือการผสมใหม่ ได้ไม้ดีกว่าเดิม คนจะนิยมไม้ใหม่แทนของดั้งเดิม อาจทำให้ไม้เดิมสูญพันธุ์ไปได้ เพราะต้นไม้เป็นแหล่งอาหารและยาตามธรรมชาติ ไม่รู้ว่าต้นไม้บนโลกบางชนิดที่สูญหายไปเรียบร้อยแล้วนั้น อาจมีตัวยารักษาโรคร้ายๆที่มนุษย์คิดหาเท่าไร ไม่พบสักที อาจเป็นได้ เขาถึงบอกว่าอย่าโค่นหรือทำลายต้นไม้ รักษาไว้และปลูกเพิ่ม ทุกปี ทุกปี ดีที่สุด ต้นอะไรก็ได้ ปลูกไป ปลูกไป เดี๋ยวเต็มป่าเอง งานปลูกต้นไม้ไม่เหนื่อยเหมือนหลายคนกลัวเพราะผลของการปลูกต้นไม้รอบบ้าน ให้ความสุขใจเหมือนงานอย่างอื่น ผลแม้ไม่มีค่าเป็นตัวเงิน ผลที่ได้มีเพียงเห็นนกมาเกาะกินลูกไม้เล็กๆตามต้นไม้ที่ปลูกไว้

เพียงเห็นผีเสื้อบินมาดูดน้ำหวานจากดอกไม้ในสวน

เพียงปลูกต้นไม้ในกระถาง ให้มาดูแล้วอยากไปปลูกบ้าง

เพียงแค่งานปลูกดอกไม้ที่บ้านดอกไม้ เพียงงานเล็กๆเท่านั้นเอง

มีงานอีกหลายงานที่ทำงานไม่เครียดพอๆกับปลูกต้นไม้ คืองานศิลปะ อาจารย์อิงอร หอมสุวรรณ์พร้อมศิษย์จัดงานแต้มสีเติ็มสวยช่วยเด็ก งานนี้จัดว่ารวมผลงานศิษย์เกือบทุกรุ่นให้นำผลงานมาโชว์ เพื่อจำหน่ายมอบรายได้ช่วยเด็ก Down Syndrome ภาพเขียนจากธรรมชาติที่มีสีให้โลกสวย ถูกบรรดานักเรียนศิลปแต้มสีที่ซ่อนเร้นในดอกไม้แต่ละกลีบ ใบไม้แต่ละใบ ตามอารมณ์ความรู้สึกที่มีความสุขในการทำงาน สุขที่ได้สร้างงานศิลปะด้วยตัวเอง สุขที่งานศิลปะที่สร้างสามารถช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กที่ด้อย

งานแสดงผลงานคราวนี้ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช มาร่วมงานด้วย ท่านร่ำๆอยากจะมาเรียนเหมือนกันแต่ความฝังใจสมัยเด็กๆที่วิชาวาดเขียนได้ศูนย์เสมอมา ท่านเลยยังไม่กล้ามาเรียน ส่วนคุณธิดา อดิเรกสาร นักเรียนที่อาจารย์บอกว่าสีในภาพของศิษย์คนนี้สวยแปลกเหมือนสไตล์ของเธอ ส่วน Fund Manager ของกลุ่ม ดร.วีรวรรณ ประกอบผล ที่ขยันวาดภาพเสียจนอาจารย์มึนไปหมด ยังขยันเล่นหุ้นให้พวกเรา ขยันนำกำไรจากการขายหุ้นเป็นกอบเป็นกำมาแจกในชั้นเรียน ดร.โด่ง บอกสั้นๆว่าเก็บไว้นะหนู

เดี๋ยวปลายเดือนพฤษภา เราจะไปฝรั่งเศสบ้านคุณ Monet's ที่ Giverny กัน ไปนั่งวาดภาพสวนดอกไม้ให้ฉ่ำใจกันนะน้องนะ ส่วนคุณดารพรรณ นาคฉัตรีย์ ยอมสละตำแหน่งอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์มาเรียนศิลปะกับอาจารย์ ผลงานคราวนี้มี 2 ภาพ สวยสะอาดสมน้ำตัวเจ้าของภาพ งานนี้พาลูกสะใภ้ดาราสาวปูเป้ มาโชว์ตัว ภาพทุกภาพครั้งนี้ล้วนสวยๆและน่าจะ ขายหมด รายได้มอบให้มูลนิธิเด็ก Down Syndrome งานที่ทำสามารถสร้างความสุขให้ตัวเองและผู้อื่นได้แบบนี้ ไม่ต้องรอบุญไปถึงภพหน้า ภพนี้ทุกคนเหมือนได้รับความอิ่มเอิบเบิกบานกันทั่วหน้าเรียบร้อยแล้ว

งานสุขใจอีกงานคืองานบุญของท่านแม่ชีธณิกานต์ นวลแข ความเข็มแข็งของท่านแม่ชี นำีความชื่นใจมาให้เหมือนกัน แม้ป่วยเจ็บต้องเข้ารับการฉายแสงที่โรงพยาบาลทุกวัน ท่านแม่ชีไม่เคยเว้นที่จะโทรมาถามคนที่ยังไม่อาการหนักว่า วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง วันนี้OKนะ ถ้าวันไหนเกิดบ้า ไม่OKขึ้นมา ก็จะบ่น บ่น บ่น บ่น ท่านจะฟังเงียบๆ แล้วรอจนเราเหนื่อย หายบ้า แล้วพูดเสียงอ่อยๆว่า ก็บอกแล้วไง ดูเหมือนท่านจะเป็นคนเดียวที่ทนฟังเสียงบ่นได้โดยไม่คิดวางสายก่อน หรือบอกว่าพอแล้วต้องไปทำอย่างอื่น ท่านเป็นคนเดียวอีกนั่นแหละที่รู้ว่าวันไหนโทรศัพท์ใช้งานไม่ได้ เพราะรุ่งเช้าท่านจะถามว่าเมื่อวานโทรศัพท์เป็นอะไร โทรไม่ติดทั้งวัน ได้แต่บอกว่ายุ่งจนไม่รู้ว่า Battery หมดอายุ ต้องไปซื้อมาเปลี่ยนใหม่ ความเมตตาที่ท่านมีให้ ทำให้ละอายเหมือนกันว่ามัวยุ่งทำเรื่องนั้นเรื่องนี้มากมายจนหมดแรงทุกวี่ทุกวัน เหนื่อยอ่อน ไม่มีเวลาไปหาท่านได้บ่อยเหมือนใจนึก แม้บางวันจะมีเวลาไปเป็นพื่อนท่านนอกเมืองใกล้ๆเพียงสองสามชั่วโมง ไปนั่งคุยเรื่องมูลนิธิทางศาสนา ที่ท่านอยากจะทำไว้เพื่อคนรุ่นหลังเมื่อท่านต้องละสังขาร การไปนอกเมืองแต่ละครั้งแม้ใช้เวลาไม่นานในการเดินทางแต่พอขากลับทุกครั้ง ท่านต้องนอนเหยียดยาวหนุนตักในเบาะหลังทุกครั้งที่กลับ ด้วยหมดแรง แต่ยังฝังใจว่าจะไปอินเดียอีกให้ได้ ถามว่ากล้าไปอินเดียกับท่านเพียงสองคนไหม ได้แต่บอกว่ากล้าซิ ไม่เห็นน่ากลัวอะไรเลย อยากไปช่วงไหนก็ได้ ขอให้ท่านแข็งแรงกว่านี้ก่อน ลองเดินทางใกล้ๆแบบนี้กันก่อน เมื่อปรับตัวแข็งแรงขึ้น อาทิตย์หน้าอาจได้ไปไกลถึงเขาใหญ่ ไปพักค้างคืนที่บ้านดอกไม้ด้วยกัน จะได้เห็นดอกไม้สวยๆ ประกายตาของท่านดูสดใสขึ้น

     

บางคนอาจหมดใจที่จะทำอะไรต่อ หมดพลังก่อนพลังงานจริงๆจะหมด เมื่อรู้ว่าจุดสิ้นสุดใกล้มาถึง แต่ไม่ใช่ท่านแม่ชีกี้ ท่านพยายามทำทุกอย่าง ตั้งแต่รีบทำเรื่องมูลนิธิเพื่อบำรุงพุทธศาสนา จากทรัพย์สินที่ท่านมีทั้งหมด ท่านอยากสร้างที่ปฎิบัติธรรมใกล้บ้านดอกไม้ ท่านบอกให้ช่วยหาที่ดินสักแปลงหนึ่ง ท่านอยากเห็นคนมาปฎิบัติธรรมในที่ผืนนี้ และท่านอยากมีโอกาสได้ปฎิบัติธรรมในที่ผืนนี้

นึกๆไปได้แต่บอกท่านแม่ชีว่า โชคดีของเราสองคนที่ไม่ีมีลูก ไม่มีอะไรต้องห่วง เมื่อชีวิตได้รับสิ่งดี แม้จะไม่ได้อยู่นาน สุดท้ายเมื่อต้องจากไป ยังได้มีโอกาสตั้งจิตสร้างอะไรไว้ให้กับคนอื่น คนที่ไม่ใช่ญาติ คนที่ไม่รู้จัก คนที่จะอยู่ดูโลกใบนี้ต่อไป เป็นสิ่งดีงามที่ดีที่สุดที่ได้ทำไว้

เพียงละทุกอย่างไว้ ให้กับทุกคน

............................................

 

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่