"พุทธอุทยาน"
ดอกกระดอมในป่าพื้นที่บ้านน้ำมอก หนองคาย บานเต็มต้น ดอกไม้ป่าหอมบานข้างศาลาของวัดเทศรังสี ช่วงเทศกาลวันพระขึ้น15ค่ำเดือน3ที่ชาวบ้านเรียกว่าวันพระใหญ่ แต่คนกรุงเทพฯคือวันมาฆะบูชา
พุทธอุทยานเป็นป่าที่พระขออนุญาต กรมป่าไม้เพื่อใช้ป่าที่สงวนไว้เป็นสถานที่ปฎิบัติภาวนา บริเวณนี้ถูกจัดสร้างเป็นวัดชื่อ วัดเทสรังสี เป็นวัดที่พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี แห่งวัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ได้มาปลีกวิเวกในบริเวณป่าแถบนี้ ท่านบอกว่าบริเวณป่าแถบนี้เป็นที่สัปปายะ ไม้ป่าแถบนี้คงถูกรักษาไว้ให้มีไม้ดั้งเดิมไว้ ไม่ว่าไม้เต็งรัง หรือต้นกระดอม ที่ท่านเจ้าอาวาสบอกว่าดอกสดที่หอมฟุ้ง เด็ดไปจิ้มน้ำพริก กินแบบผักสดๆได้ ส่วนลูกสีดำกินไม่ได้ กินแล้วคล้ายๆจะท้องเสีย ชาวบ้านเลยไม่นิยม ป่ากับพระเป็นของคู่กันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าประสูติใต้ต้นสาละใหญ่ ตรัสรู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ทรงประทับเสวยวิมุตติสุข คือสุขที่เกิดจากการหลุดพ้นจากกิเลส ภายใต้ต้นไม้ต่างๆ คือต้นไทร ต้นจิก ต้นเกด เมื่อทรงเผยแพร่ธรรม ส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ ที่สุดเสด็จปรินิพพาน ณ ใต้ร่มสาละคู่
วัดเทสรังสี เป็นวัดที่พี่นิตย์ ศรียาภัยและภรรยาพี่แกร็ก มาสร้างบ้านพักไว้ ทุกปีจะมาวัดนี้ ปีละหลายครั้ง นับเป็นสิบปีที่ไปเที่ยวฮ่องกงกับพี่นิตย์และพี่แกร็กกันทุกปี เพราะพี่นิตย์ พี่แกร็ก ิชอบไปหาของอร่อยๆทานที่ฮ่องกง จะรู้หมดว่าร้านไหนอะไรอร่อย นกพิราบทอดกรอบหรือขาห่านอบ คืออาหารสุดฮิตที่ไปทุกปี กินทุกปี ส่วนพี่แกร็ก นั้นชอบซื้อของถูกที่ฮ่องกงจนเจ้าของร้านเวลาย้ายที่อยู่ ย้ายร้าน ต้องเขียนที่อยู่ใหม่ ส่งมาบอก เพราะทุกปีจะกลับไปซื้อร้านเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ตั้งแต่แว่นตา ร้องเท้า กระเป๋า แต่สองสามปีมานี่ตั้งแต่ค่าเงินฮ่องกงขึ้นเป็นเหรียญละห้าบาทกว่า เลยไม่ได้ไปกัน แต่พวกเราไม่เคยลืมอาหารอร่อยที่ฮ่องกง เจออาหารร้านไหนอร่อยเทียบเท่าร้านที่ฮ่องกง พี่นิตย์จะบอกเสมอ แต่เวลาว่างทุกคนไม่เคยตรงกัน มาคราวนี้เมื่อบอกพี่นิตย์ิว่า อยากไปวัดที่พี่นิตย์กับพี่แกร็ก เป็นโยมอุปถัมภ์สักครั้ง ไปเมื่อไรบอกด้วย งานนี้พอบอกปุ๊ป พี่นิตย์รีบจัดเวลาให้ว่างตรงกันเพราะรู้ว่า เวลาไม่รอใคร เมื่อปรารถนาจะทำอะไร ทำได้ให้รีบๆทำ เวลาไม่เคยรอและย้อนกลับมาใหม่ ก่อนวันมาฆบูชา พวกเรานั่งรถออกจากกรุงเทพฯเจ็ดโมงเช้า ถึงหนองคายหกโมงเย็น ถ้ารู้ว่าทั้งพี่นิตย์และพี่แกร็ก นั้นเติบโตมาในบ้านที่มีบ่าวมากกว่าสิบคนเพราะต่างเป็นลูกพระยา จะไม่แปลกใจที่พี่แกร็กพาบ่าวตามขึ้นรถตู้มาอีกสามคน กระซิบถามพี่แกร็กว่า ทำไมต้องนำบ่าวมาเยอะนักละค่ะ พี่แกร็กบอก สองคนมาทำอาหาร อีกคนหนึ่งมาซักรีดเสื้อผ้า ยังโง่ต่อถามต่ออีกว่า เราสามคนต้องกินอะไรมากมายขนาดนั้นเชียวหรือพี่ พี่แกร็กบอก ไม่ใช่ ทำอาหารถวายพระ เมื่อได้มาอยู่วัดจริงๆห้าวัน ถึงรู้ว่าทำอาหารถวายพระเป็น งานหนักสมกับที่จะต้องนำแม่ครัวที่บ้านมาด้วยจริงๆ เพราะพี่เขาทำสปาเกตตี้ ซี่โครงหมูอบ สลัดผัก ฯลฯ อาหารฝรั่งทั้งนั้นเพราะเห็นว่า พระป่าไม่ค่อยได้ฉันท์อาหารที่มีผักและโปรตีนแบบอาหารฝรั่ง จำนวนอาหารมากมาย แยอะแยะขนาดต้องตื่นมาตั้งแต่ตีห้า เพื่อมาเตรียมอาหารถวายพระ งานนี้ขืนบ่าวไม่มีมา อย่าว่าแต่พระจะอด ฆราวาสสามคน คงต้องอดไปด้วยเพราะไม่มีใครทำอาหารเป็นเลย ได้แต่บอกว่าอยากกินอะไร มื้อไหนเท่านั้นเอง
ความสุขของพี่แกร็กที่ได้มาวัดแห่งนี้คือ นอกจากได้เตรียมอาหารถวายพระในแต่ละมื้อแล้ว ยังได้มาพบเพื่อนๆคนแรกคือคุณป้าเหรียญอายุ87ปี นักเรียนเตรียมรุ่นสงครามโลกครั้งที่2 คุณป้าผมขาวโพลนทั้งศรีษะ เป็นน้องสาวสส.ดังภาคอิสาน มาอยู่วัดนี้ปีละสองสามเดือน อยู่คนเดียว ปลูกต้นไม้รอบบ้านพัก ถอนหญ้า อ่านหนังสือ บอกคุณป้าแข็งแรงเดินไปไหนไม่มีใครต้องจูง คุณป้าบอกความจำเดี๋ยวนี้เริ่มแย่เพราะ พอพูดประโยคหลัง ลืมประโยคแรก ว่าพูดอะไรไป พูดไปหัวเราะไป ขำตัวเองว่าเดี๋ยวนี้ลืมแม้กระทั่งยาที่กินสองชนิดทุกวัน ว่ากินแก้อะไร นึกไม่ออก วันหนึ่งทั้งคณะออกไปซื้อของกัน ชวนคุณป้าออกไปด้วย เด็กแม่ครัวตรงรี่ไปซื้อสบู่รักษาฝ้าบนใบหน้า คุณป้าเหรียญ อายุ87ปี ถามเด็กว่าใช้ดีเหรอเธอ ฉันจะได้ซื้อบ้าง ฟังแล้วต้องขำ อายุเป็นเพียงเรื่องของตัวเลขแท้ๆ ผู้หญิงวัยไหนไม่พ้นรักสวยรักงามจนลมหายใจสุดท้าย น่ารักจริงๆ ส่วนคุณป้าเก็จมณี เป็นภรรยาของเพื่อนคุณพ่อพี่แกร็ก ที่ตอนนี้ผมยังดำขลับ แต่งกายสีขาวเนี๊ยบไปทั้งตัว ขนาดร้องเท้าแตะยังต้องซื้อที่ Emporium พี่แกร็กบอกพี่แก่ทันพี่เก็จ อายุ80กว่าปี มาวัดเฉพาะช่วงเทศกาล กลางวันพี่เก็จชอบออกไปช้อปปิ้งกระจายรายได้ให้คนในท้องถิ่น ส่วนพี่นิตย์มาวัดคราวนี้ไม่ค่อยได้ปฏิบัติ ชอบพาออกไปเที่ยวรอบวัดเพราะเห็นไม่เคยมา พาสาวน้อยทั้งหลาย ไปดูอ่างเก็บน้ำบนยอดเขาที่น้ำใสน่ากระโดดลงว่าย พาไปดูป่าโดยรอบที่ต้นไม้ดั้งเดิมยังเต็มป่า แถมบอกอีกว่าช่วงเดือนตุลาคม พื้นที่แถบนี้จะเต็มไปด้วยดอกดุสิตา สีม่วงดอกเล็กๆ เมืองหนองคายที่เขาบอกว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดอันดับ7ของโลก มีสิ่งที่ที่เมืองอื่นไม่มี แค่ริมถนนสองข้างทางที่ต้นไม้ถูกตัดแต่งเป็นรูปสัตว์ เรียงรายทั้งสาย ดูน่าทึ่งในความพยายามและความมีจินตนาการเกินจะบรรยาย
เมื่อก่อนเมื่อรู้ว่าทั้งพี่นิตย์และพี่แกร็ก มาทำบุญไกลที่วัดเทศรังสีนี้ ทุกปี ปีละหลายครั้งนึกสงสัยมากว่า ทำไมต้องมาไกล ลำบากกันถึงเพีย่งนั้น แต่เมื่อมีโอกาสได้มาเองในคราวนี้ ถึงรู้ว่า การทำบุญของทั้งสองคนไม่ใช่เพราะวัดอย่างเดียว พี่นิตย์เล่าว่ารู้ไหมว่าเด็กๆแถวนี้แม้เรียนหนังสือจบ ป 6 ยังอ่านหนังสือไม่ออก วัดอย่างน้อยเป็นที่ๆเราสามารถช่วยเหลือคนในท้องถิ่น ผ่านวัดได้ ของที่มาถวายวัด เมื่อคนทำบุญ พระท่านแจกจ่ายไปให้ชาวบ้านต่อไปได้ เด็กคนไหนเกเร พ่อแม่จับบวชเพื่อพระจะได้อบรม บ้านของคนกรุงเทพฯอย่างพี่นิตย์และพี่แกร็กที่ต่างมาปลูกทิ้งไว้เหมือนเรือนสาธารณะ อนุญาตให้ญาติธรรมทั้งหลายวนเวียนมาพักแรม ใช้ได้ตลอด เพื่ออย่างน้อยคนที่มาพักจะได้ทำบุญกับวัด เงินนั้นจะได้แบ่งบางส่วนไปให้ชุมชนเรื่องต่างๆบ้าง ไม่น่าแปลกใจที่บ้านแต่ละหลังในวัดแห่งนี้ล้วนสวยงาม มากกว่า resort บางแห่ง บางหลังราคาหลายล้าน การแบ่งปันบางครั้งไม่ต้องพูด เพียงแสดงให้เห็นของจริง การสร้างบ้านให้คนมาปฏิบัติธรรมพัก เป็นสุขเพราะการละตัวตน การละการยึดติด ในสมบัติ ให้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ปฎิบัติได้จริง
อาทิตย์นี้บ้านดอกไม้ ดอกหิรัญญิิการ์สีขาวทะยอยบานแซมต้นพวงประดิษฐ์ ส่วนกัลปพฤกษ์สีชมพูที่ฝรั่งเรียกpink shower tree, coral shower Pink เป็นไม้ดั้งเดิมของแถบอเมริกากลาง กัลปพฤกษ์ อยู่ตรงริมระเบียงบ้านห้อยช่อระย้าสวยหวานแข่งกับไฮเดรนเยียชมพูที่ดอกดกคลุมใบเกือบมิดต้น แม้แต่ดอกเลี่ยนม่วงขาวต้นสูงที่ขึ้นล้อมบ้าน ดอกยังไม่หมด ดอกหอมกระจายฟุ้งเหมือนอาทิตย์ก่อน
ดอกเลี่ยนเต็มต้นทุกต้นอาทิตย์นี้ อดไม่ได้เก็บมาจัดแจกันเต็มบ้านทุกมุมเพื่อต้อนรับท่านแม่ชีกี้ ที่สามารถเดินทางไกลได้ขนาดมาถึงเขาใหญ่ ระหว่างเดินทางท่านบอกตลอดว่าทิวทัศน์เหมือนสวิส ทำให้รำลึกย้อน เมื่อคราวที่ท่านเคยไปประจำเต็มสี่ปีในฐานะข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ เมื่อมาถึงบ้านดอกไม้ท่านบอกว่า ทำไมถึงละทิ้งบ้านนี้ ไม่มาอยู่ ที่เป็นสวรรค์แบบนี้จะไปหาได้ที่ไหนอีก ได้แต่บอกว่า คนเราต้องรู้จักนรกเสียก่อนถึงจะรู้ว่าสวรรค์ นั้นมี
ท่านแม่ชีต้องทานอาหารสดปรุงใหม่ตลอดเวลา ทำให้จนปัญญาที่จะทำได้เพราะทำอาหารไม่เป็น เลยต้องบากหน้าไปวัดทุกเช้าเพื่อขอร้องให้แม่ชีประจำวัดมงกุฏคิรีวัน ปรุงอาหารให้ท่าน ท่านแม่ชีอยากมาสร้างกุฎิที่วัดนี้เพื่อปฏิบัติธรรม เลยพาไปหาพี่แก๊ะ เอกชัย ไหลมา ที่ออกแบบบ้านทั้งในวัดนอกวัดบริเวณนี้เกือบทุกหลัง พี่แก๊ะ นั้นรู้จักท่านแม่ชีมาก่อน พบหน้าท่านแม่ชีบอก ตกใจหมด นึกว่าเจ้าแม่กวนอิม ทำให้ท่านแม่ชีหัวเราะได้ พี่แก๊ะรู้ว่าท่านแม่ชีเป็นนักสมบูรณ์นิยม คือทุกอย่างของเลิศ ต้องหนึ่ง ไม่มีที่ติ การสร้างอะไรในวัดอาจมีข้อจำกัดบางประการที่ทำให้ไม่สบายใจ เมื่อได้ของไม่ตรงใจ พี่แก๊ะ บอกว่าไม่เห็นด้วยถ้าจะมาสร้าง ตอนนี้อยากให้แม่ชีพักสงบๆดีกว่า แม่ชีต้องรู้นะว่าแม่ชีอายุไม่ยืน ดูอย่างพี่สิ ทุกวันนี้พี่เก็บกระเป๋าเรียบร้อยหมดแล้ว พร้อมเสมอว่าเมื่อไรที่เขามารับ พี่สามารถสวมร้องเท้าเดินตามเขาไปได้เลย ตอนแรกท่านแม่ชีฟังไม่เข้าใจ พี่แก๊ะเลยอธิบายว่า พี่คิดว่าพี่พร้อมที่จะตายได้ทุกนาทีตอนนี้เพราะพี่ทำกิจทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เก็บเสบียงเก็บของจำเป็นที่ต้องใช้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะิไรที่ยังไม่ได้ทำ คนเรามีเพียงกายและใจเ่ท่านั้น กายเสื่อมสลายเอาไปไม่ได้ ใจเราเท่านั้นที่สามารถไปไหนๆได้ แม้แต่ภพหน้าเมื่อเราเตรียมใจ เตรียมเสบียงที่จะเดินทางไปครบหมดแล้ว เก็บของทุกอย่างที่คิดว่าจำเป็นที่ต้องใช้ในการเดินทางเรียบร้อย ไม่หลงลืมอะไรไว้แล้ว เราจะเดินทางอย่างสงบและเป็นสุข แต่ตอนนี้แม่ชียังเก็บของไม่เสร็จเลย ทั้งๆที่เวลาเหลือน้อยเต็มทนแล้ว แม่ชียังใช้เวลาเลือกเสื้อผ้าของใช้ลงใส่กระเป๋าอยู่ กระเป๋าเดินทางของแม่ชีจัดไม่เสร็จเสียที
ขวากหนามบนส้นทางที่ท่านแม่ชีต้องเดินโดยไม่มีทางเลือกอื่นแบบนี้ คงยากลำบากกว่าคนอย่างเราที่จะจิตสงบเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าอย่างเรียบร้อยสวยงาม ท่านไม่บ้าด้วยความทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุดก็บุญสำหรับท่านมากอยู่แล้ว คงช่วยกันได้เพียงช่วยท่านให้เก็บกระเป๋า ให้ได้เรียบร้อยมากที่สุดก่อนการเดินทางที่ใกล้จะมาถึง
ฟังพี่แก๊ะพูดแล้วกลับย้อนคิดถึงตัวเองว่า เก็บกระเป๋าเตรียมเดินทางของตัวเองเสร็จหรือยังหนอ ได้แต่บอกตัวเองอย่างมั่นใจว่ากระเป๋าของเราเก็บเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน เหลือเพียงเตรียมใส่รองเท้าพร้อมเดินตามคนที่จะมารับไปเท่านั้นเอง นึกไปนึกมาจะเลือกสวมรองเท้าคู่ไหนดีนะ จะได้เดินสบายๆรองเท้าไม่กัดเท้า เพราะหนูก็น้องๆสมบูรณ์นิยมเหมือนกันนะ .........................................
ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||