"ภาพวาดทางพฤกษศาสตร์"

 

ภาพวาดดอกไม้มีหลายแบบ ทั้งที่เน้นสวยงามอ่อนหวานหรือเน้นภาพเหมือนจริงเพื่อผลด้านบันทึกคล้ายภาพถ่าย ภาพวาดทางพฤกษศาสตร์ของดอกไม้เป็นความพยายามอย่างเหลือเชื่อของมนุษย์ที่จะเก็บภาพดอกไม้ให้บานงามตลอดกาล

     

อาทิตย์นี้ได้หนังสือใหม่มาเล่มหนึ่งเป็นบันทึกการเดินทางเข้าป่าอเมซอนของ มากาเร็ต มี ชื่อ Margaret Mee's Amazon เป็น Diaries of an Artist Explorer ต้องขอบคุณ พี่ไก่ สุธาวรรณ เพื่อนรักที่ส่งมาให้เป็นของขวัญ Valentine ของขวัญบางชิ้นบอกเรื่องราวของผู้ให้และผู้รับ เช่น หนังสือราคาแพงของ Margaret Mee เล่มนี้ เพื่อนบอกสั้นๆว่า อยากเห็นเพื่อนแก่รงเหมือน Margaret Mee คำพูดบางคำที่มีความหมายบ่งบอกถึงกำลังใจที่ส่งมาให้ บอกตรงๆว่าไม่ทันจะอ่านหนังสือ เพียงอ่าน note ที่สอดใส่มา นอกจากความปิติลึกๆแล้ว ยังทำให้บ่อน้ำตาตื้นเขินขึ้นมาเลย

พออ่านหนังสือเล่มนี้จบจึงรู้ว่า คนบางคนมีชื่อติดปากคนทั้งโลกไปจนโลกดับเพราะความมุ่งมั่นทำบางอย่างที่คนอื่นเห็นแล้วท้อ เห็นแล้วบอกบ้า เห็นแล้วบอกไร้สาระ เห็นแล้วบอกไม่มีประโยชน์ เพราะเขาไม่เห็นว่าทำไป คนทำจะได้อะไรขึ้นมา คนธรรมดาที่มองโลกแบบนี้จะเห็นเกลื่อน สนุกกับชีวิตวันต่อวัน จบวันเริ่มต้นใหม่แบบเดิมๆสังคมเดิมๆไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมบอกว่าชีวิตแบบนั้นสมบูรณ์และมีความสุข คงจะจริง ชีวิตไม่แตกต่างจากชีวิตอื่น อยู่แบบตามๆกันไปเพราะไม่รู้จะหาทางทำชีวิตแบบที่แตกต่างไปทำไม ไม่อยากเป็นนักสร้าง อยู่แบบนักดูปลอดภัยกว่าู ทำนองดูหนังเรื่องอะไรขอดูด้วย อ่านหนังสือเรื่องอะไรขออ่านด้วย ฟังเพลงอะไรขอฟังด้วย สนุกเพลิดเพลินอีกแบบ

   

มากาเร็ต มี Margaret Mee สตรีชาวอังกฤษ เดินทางเข้าป่าอเมซอน15ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 30 ปีตั้งแต่ 1950 ถึง 1980 ที่มุ่งมั่นเข้า เขตร้อนชื้น ป่าอเมซอนเกือบตลอดชีวิตของเธอ เพื่อวาดภาพดอกไม้ในป่าอเมซอนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เธอตั้งใจเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องบันทึกภาพดอกไม้ในป่าแห่งนี้ไว้ให้มากที่สุดก่อนที่จะสูญพันธุ์ เธอตั้งความปรารถนาว่า อยากเกิดมาอีกสักหกครั้งเพื่อบันทึกดอกไม้้ในป่านี้ไว้ให้หมด ภาพ Amazon Moonflower ที่มีชื่อเสียงของเธอเป็นสิ่งที่มีค่ามากเพราะแสดงให้เห็นถึงความพยายามของสตรีตัวเล็กๆที่ต้องเดินเสาะหาดอกแสงจันทร์ที่จะมีดอกยามกลางคืนเท่านั้น เจอแล้วต้องหามุมมองมุมวาดที่ดอกไม้ดอกนี้จะบานสวยให้เห็นในเวลาค่ำคืนที่ไม่ยาวนาน ถ้าเป็นนักวาดภาพจะรู้ว่าการวาดภาพโดยบันทึกภาพในบรรยากาศจริงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเรื่องของแสง เรื่องของช่วงเวลาโดยเฉพาะดอกไม้บานเหุบตามเวลาของเขาไม่ใช่ของเรา เดินทาง100ครั้ง ดอกไม้ต้นไม้เปลี่ยนแปลงไปทุกครั้งไม่อยู่นิ่งเหมือนภาพปั้นหรือหุ่นที่แน่นิ่ง

เมื่อได้อ่านเรื่องของ Margaret Mee จึงเข้าใจว่า ความสำเร็จนั้นไม่ใช่พรหมลิขิตแต่เป็นความเพียร ความมุ่งมั่น ต่างหากที่ทำให้เอื้อมมือคว้าดาวได้

   

ภาพของ Margaret Mee ในหนังสือทุกเล่ม ทุกภาพงดงามแบบภาพวาดทางพฤกษศาสตร์ หนังสือเล่มแรกของเธอ The Flowering Amazon ทำให้วงการการวาดภาพทางพฤกษศาตร์ตกตะลึง ภาพวาดในเชิงพฤกษศาสตร์เริ่มนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ตำนานนักวาดภาพพฤกษศาสตร์เริ่มมีมาตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่17 ยุคนั้นไม่มีกล้องจับภาพเก็บสิ่งต่างๆไว้ให้ระลึกและจดจำรายละเอียด คนโบราณจึงวาดภาพต้นไม้ดอกไม้ในรายละเอียดเพื่อกำหนดรู้ว่า ต้นนี้ใช้ทำยาอะไร เป็นเรื่องสมุนไพรล้วนๆ ต่อมาเมื่อยุคล่าอาณานิคมเกิดขึ้น การวาดภาพพันธุ์ไม้จึงเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของไม้ที่ไปเจอะเจอมา ในที่แปลกถิ่น มาสมัยนี้การวาดภาพพฤกษศาสตร์เปลี่ยนไปสิ้นเชิง เราเริ่มมานิยมว่าเป็นภาพวาดศิลปเพื่อศิลปเพื่อความสวยงามมากขึ้น จนมีการเก็บภาพพฤกษศาตร์เป็นงานศิลปแพร่หลาย

 

Dr. Shirley Sherwood ตระเวณรอบโลกเพื่อซื้อภาพวาดพฤกษศาสตร์

คนที่เก็บงานภาพวาดทางพฤกษศาตร์ที่สำคัญคือ Dr. Shirley Sherwood เริ่มเก็บภาพตั้งแต่ค.ศ.1990 เธอแต่งงานกับ James Sherwood ที่เป็นเจ้าของกิจการขนส่งทางทะเลของอังกฤษและ the Orient-Express รถไฟสุดหรูของโลกคลาสสิคก็ของเขา ฉะนั้นอย่าได้แปลกใจที่เพียงเริ่มต้นสะสมผลงานภาพวาดทางพฤกษศาสตร์ไม่กี่ปี งานสะสมของ Dr. Shirley Sherwood มีงานดีๆมากมายของศิลปินทั่วโลกเก็บไว้ เราจึงมีปัญญาเพียงซื้อหนังสือที่พิมพ์งานสะสมของเธอไว้ดู งานพิมพ์ออกมา2 เล่ม คือ Contemporary Botanical Artists The Shirley Sherwood Collection และ A Passion for Plants Contemporary Botanical Masterworkภาพในงานทั้งสองเล่ม ดูกี่ครั้งไม่มีเบื่อ ชื่นชมความงามและความสำเร็จที่บางคนมีเงินก็ไม่ได้ใช้เงินอย่างมีคุณค่า สร้างสรรค์แบบ Dr. Shirley Sherwood คนไทยที่มีชื่อเสียงทางการวาดภาพทางพฤกษศาตร์ คือคุณลลิตา โรจนกร ใช้ชีวิตติดตามสามีไปประจำต่างประเทศตลอดเวลา แต่ความตั้งใจอันแน่วแน่ที่จะวาดภาพดอกกล้วยไม้ที่กำลังสูญพันธุ์ในประเทศแถบเอเซียใต้ไว้มากที่สุด ทำให้เธอต้องใช้เวลา 6 เดือนตามลำพัง ในโครงการวาดภาพพฤกษศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์พันธุ์ไม้และสิ่งแวดล้อม ต้องเข้าป่าในเกาะบอร์เนียว เพื่อวาดภาพดอกกล้วยไม้ท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้หญิงที่เกิดมาใช้เวลาของชีวิตอยู่ในวงการฑูต แต่เธอก็ทำสำเร็จ ลองเข้าไปอ่านเรื่องราวของเธอใน www.lalita.biz ถึงบอกไงละว่า คนบางคนเกิดมาเพื่อจะบันทึกประวัติศาสตร์ของโลกและของตัวเองควบคู่กันไป

   

เมืองไทยคนที่นิยมวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ยังมีน้อย จะถึงยี่สิบคนหรือเปล่ายังสงสัย ในเอเซียเหมือนญี่ปุ่นจะเป็นผู้นำ สมาคมวาดภาพพฤกษศาตร์ของญี่ปุ่นมีสมาชิกประมาณ 500 คน ภาพวาดทางพฤกษศาสตร์ คนญี่ปุ่นวาดมากเป็นอันดับหนึ่งในเอเซีย คนญี่ปุ่นคลั่งดอกไม้อย่างเป็นธรรมชาติในสายเลือด วัฒนธรรมการจัดดอกไม้แบบอิเคบานา จึงเกิดขึ้น กล่าวกันว่าต้นไม้ที่อยู่ในใจคนญี่ปุ่นตลอดกาลคือ ซากุระ เบญจมาศ ไผ่และกล้วยไม้ สำหรับกล้วยไม้ คนญี่ปุ่นคลั่งในแบบที่สวยคลาสสิคแล้วยังเรื่องกลิ่น คนญี่ปุ่นชอบกลิ่นหอมดอกกล้วยไม้เหมือนคนไทยคลั่งกลิ่นหอมจากดอกมะลิ กล้วยไม้งามๆจึงส่งเป็นสินค้าออกจากไทยไปขายดิบขายดีในประเทศญี่ปุ่น

   

เมื่อพูดไปถึงญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นนั้นชื่นชมซากุระกันมาก ถ้าอยากเห็นซากุระบานต้องไปญี่ปุ่นช่วงสงกรานต์ 11-12-13เมษายน คือช่วงซากุระบานที่ญี่ปุ่น บานไม่กี่วันเอง แต่ตอนนี้เมืองไทยดอกกัลปพฤกษ์บานสวยไม่แพ้ซากุระเหมือนกัน ทั้งบ้านพี่ตู่และบ้านดอกไม้อาทิตย์นี้ต่างบานแข่งกันอย่างชื่นใจ

   

เวลาทำไมหมดไปเร็วเหลือเกิน นี่จะครบปี ครบรอบวันเกิดของพี่อีกแล้ว พี่ตู่ บอก เมื่อปีที่แล้วยังนั่งสมาธิจิิตนิ่ง เพื่อรับพรจากพุทธคยา อยู่เลย แม้เวลาจะไปเร็วแต่อย่างน้อยพี่ตู่บอก ดีใจที่ ทุกครั้งที่มาอยู่เขาใหญ่ ได้ใช้เวลาทุกครั้ง ปลูกต้นไม้ รอวันต้นไม้เติบโตอย่างอดทน เหมือนเราสร้างธรรมชาติรอบตัวเราขึ้นมาเอง ปลูกต้นไม้ใหม่ต้นแล้วต้นเล่าในสวนแต่ละครั้งที่ผ่านมา เมื่อคนอื่นมองว่าช่างเป็นเรื่องไร้สาระ เรื่องของคนไม่รู้จะทำอะไร เป็นเรื่องของคนรวยไม่ต้องห่วงปากห่วงท้อง หารู้ไม่ว่ามีนกกา รออาหารรอบตัวพี่ตู่มากมาย จนต้องบอกว่า เหนื่อยแทน การมาปลูกต้นไม้ ปลูกผักขนาดลงทุนซื้อตำราของห้างเจียไต๋ มานั่งนอนอ่าน คือความสุขง่ายๆ แค่เห็นเมล็ดพันธุ์ผักที่ซื้อมาเติบโตเต็มแปลงที่ปลูก สุขใจมากกว่าทำงานระดับที่ต้องติดต่อกับ Bigๆ มากมาย เพียงแค่ค่ำคืนที่มองลงไปในสวนเห็นแสงไฟส่องต้นไม้สว่างไปทั้งสวน รู้สึกสุขใจว่า เป็นนักสร้างไม่ใช่นักดู แค่เพียงนำกระถางต้นไม้เล็กๆใส่จานแก้วเจียรนัย ที่ดูธรรมดากลับสวยแปลกไม่เหมือนใคร เแม้เพียงสร้างธรรมชาติรอบตัวที่สวยงามในที่ผืนน้อย แต่สร้างจากสองมือ สติปัญญาและเพียงรายได้แท้ๆของ ผู้หญิงธรรมดาที่ทำงานกินเงินเดือนประจำเท่านั้นเอง ความมุ่งมั่น ความเพียรและจินตนาการ คือสิ่งที่แตกต่างของนักสร้าง

     

เหมือนทุกครั้งที่บ้านดอกไม้ยามค่ำคืน แหงนหน้ามองดาวนับล้านดวงที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่เบื้องบน ท่ามกลางความเงียบว่า ดาวบนท้องฟ้าไม่ไกลอย่างที่นึก แสงของมันส่องนำทางให้มองเห็นดาวทุกดวงที่เคลื่อนที่ไปเรื่อย เมื่อโมงยามผ่านไป ประหนึ่งชี้ชวนว่า

ไม่ใช่ความฝันที่เอื้อมไปไม่ถึง ขอเพียงมีเวลา จ้องมองหาแสงที่จะนำไปถึงดาวต่างๆ ที่ส่องสว่างให้เป็นทางไปสู่ดาวที่หมาย อย่างมั่นคงหรือเปล่าเท่านั้นเอง

 

 

.........................................

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่