"เจ็บเกินไป"

ความจริงบางครั้งอาจเจ็บเกินกว่าที่จะคิด การก่อกำแพงป้องกันคือ พยายามหาสิ่งอื่นมาทดแทนเพื่อหลบหลีกความรู้สึกเจ็บเกินกว่าจะรับไหว
 

ดอกบัวดินบานสะพรั่งรับฝนที่เทกระหน่ำมาที่เขาใหญ่ ดอกบัวดินถ้าปล่อยให้บานกับพื้น วันเดียวโรยแต่เมื่อตัดมาปักแจกันบานคงทนได้นานเกือบอาทิตย์ ทั้งๆที่รูปดอกและกลีบสีชมพูดูบอบบาง ไม่น่าเชื่อว่าจะบานทนได้นาน ชีวิตบางครั้งบานไม่ได้นานเท่าบัวดินในแจกันแก้ว

 

ทุกปีดอกไม้วนเวียนซ้ำซากออกดอกตามเวลา ดอกว่านหาวนอนสีม่วงแกมขาวที่บานติดพื้นแทบมองไม่เห็นแบบเจียมตัว ดอกปีปทองบานติดลำต้นสูงลิบๆ ดอกชูช่อสู่ฟ้าแบบหยิ่งๆ ว่าไม่แคร์ว่าใครจะเห็นว่างามหรือไม่งาม แม้ดอกลำดวน ที่บานหลบมุมซ่อนอยู่ใต้ใบ ถ้าไม่ได้กลิ่นและเห็นดอกล่วงเกลื่อนพื้น คงไม่รู้ว่าออกดอกอีกแล้ว วนมาวนไปไม่หยุดทุกปี ธรรมชาติซื่อตรงเหนียวแน่นไม่เปลี่ยนแปลง

ความวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำอีกของวงจรชีวิตมีหลายแบบ วงจรของพี่ตู่ นารีลักษณ์ คือการชักนำเพื่อนๆมาสัมผัสธรรมชาติ มาให้เห็นว่าธรรมชาติที่น่าหลงไหลนั้นคืออะไร อาทิตย์นี้พี่ตู่พา พี่อุ๊ย เพื่อนเรียนวปอ.มารู้จักความงามของธรรมชาติที่เขาใหญ่ ที่เพื่อนๆต่างสงสัยว่ามาทำไมได้ทุกอาทิตย์ เมื่อพาไปดูบ้านพี่เก๊ะ สถาปนิกใหญ่ ที่ตั้งอกตั้งใจวนเวียนซ้ำอธิบายความคิดในการออกแบบสิ่งต่างๆรอบตัวให้เห็นประจักษ์ว่า สิ่งของต่างๆที่เกิดขึ้น สร้างขึ้นล้วนมีเป้าหมาย เหมือนตุ่มสามโคกอายุเป็น100ปี ที่ตั้งเด่นตรงมุมระเบียงที่สร้างใหม่ ให้นอนมองดาวเต็มฟ้าในยามค่ำคืน ตุ่มสามโคกถูกวางกั้นตรงปลายสุดระเบียงเพื่อกันไม่ให้คนเดินชมวิวเดินตกระเบียงสูงเท่ากับตึกสามชั้น ความน่ารักของตุ่มสามโคกที่อ้วนกลมดูอบอุ่น ช่วยให้ความเวิ้งว้างของระเบียงลดน้อยลง ทั้งตุ่มสามโคกโดยตัวของเขาเอง อาจกล่าวได้ว่า นับวันจะเจอะเจอได้ยาก เด็กรุ่นหลังจะไม่มีโอกาสได้เห็น ได้ยินเพียงชื่อ

 

อาทิตย์นี้อีกเหมือนกันที่แม่ชีกี้ นำสังขารที่ผ่ายผอมจนน่าตกใจเพราะเริ่มให้คีโมอีกครั้ง มาเขาใหญ่หลังให้คีโมได้ 3วัน เพื่อจะระบุความต้องการให้พี่เก๊ะ สถาปนิกที่ พยายามอย่างที่สุดเหมือนกันที่จะต้องปรับแบบเดิมของวัดให้ตรงใจที่สุด ความต้องการลืมความเจ็บปวด ทำให้จิตวนเวียนซ้ำซากและพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะให้บรรลุ สิ่งที่ต้องการ แม้คำเตือนจากทุกคนว่าเครียดเกินกว่าที่มาสู้กับการก่อสร้างกุฎิหลังใหม่ ที่อาจไม่มีวันเสร็จทันสังขารที่จะหยุดทำงานในไม่ช้า เหมือนกี้เจ็บเกินไปที่จะคิดถึงความจริงในชีวิตที่ปรากฎให้เห็นอยู่ตรงหน้า ความตั้งใจนี้ทำให้คนรอบข้างฉัน ต้องขยับตามไปด้วยเสมอ ทุกคนที่รู้จักกี้ ผ่านเวทีนี้ต่างส่งใจและพร้อมที่จะช่วยทำอะไรให้กี้ ไม่ว่าหนูนก พัฒสินี ที่บอกว่า ถ้าพี่ไม่ว่าง หนูไปอยู่แทนเป็นเพื่อนพี่กี้ให้ได้ พี่จิ๋ม มาลินี ที่ต้องตื่นสามโมงเช้าเ็ป็นประจำ เคยยอมตั้งนาฬิกาปลุกตีห้า ขับรถพากี้ไปใส่บาตรแต่เช้าตรู่ ส่วน อ้าและอุ๋ย น้องที่น่ารัก ที่ยอมลางานที่แบงค์ชาติและการบินไทยในวันศุกร์ตามคำร้องขอ เพื่อผลัดกันขับรถไปส่งที่เขาใหญ่และพร้อม stand by ให้ตลอดเสาร์อาทิตย์ เผื่อฉุกเฉินต้องรีบกลับเข้ากรุงเทพฯ แม้แต่ เลอ เพื่อนรัก สมัยเรียนหนังสือ อาสาอย่างเต็มใจ ไม่มีข้อแม้ เมื่อนึกได้เมื่อยามเย็น ตู้เย็นบ้านดอกไม้ยังเต็มแน่นแบบ7 eleven ต้องเคลียร์ตู้เย็นที่บ้านดอกไม้ให้สะอาด ก่อนยาของกี้จะเข้าไปอยู่ในวันรุ่งขึ้น เพื่อนอาสาอย่างเต็มใจ รีบเคลียร์งาน เลื่อนนัดประชุมที่ตัวเองเป็นประธาน ขับรถจากกรุงเทพฯในยามเย็นมืดค่ำและขับกลับโดยไม่พัก เพื่อจัดการให้ตู้เย็นในบ้านดอกไม้สะอาดปราศจากเชื้อโรค และเชื่อว่ามีอีกหลายคนที่เมื่อร้องขอ จะไม่รีรอที่จะช่วย อยากบอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นแรงที่มีค่า เป็นความทรงจำทุกลมหายใจ ที่ทุกคนต่างช่วยให้ ความพยายามอย่างเจ็บปวด ของคนที่ต้องการที่จะฝ่าฟันไปให้รอดตลอดเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามของความท้อแท้นั้น อย่างน้อย มีเพื่อนที่คอยช่วยดึงหนามบางส่วนออกไปให้ได้ บรร เทาความทรมานที่อ่อนล้าที่ต้องสู้อยู่โดยลำพัง ไม่ใช่เรื่องง่ายในสิ่งที่เสียสละทำให้ ทุกคนเข้ามามีส่วนช่วยให้ความฝัน ความต้องการสำเร็จ อาจเพราะทุกคนต่างเชื่อเหมือนกันว่า สิ่งที่สามารถทำให้ได้ เมื่อยังมีลมหายใจรับรู้ มีค่ามากกว่าการทำบุญ คำสวดภาวนาที่ตามส่งไปให้ ต่อร่างที่ว่างเปล่า เมื่อหมดลมหายใจ

I expect to pass through life but once.If therefore,there be any kindness I can show,

or any good thing I can do to any fellow being,let me do it now,and not defer or neglect it,

as I shall not pass this way again.

WILLIAM PENN(1644-1718)

   

ทั้งๆที่อยากอยู่เขาใหญ่ให้นานกว่าอาทิตย์แต่ต้องรีบพาแม่ชีกลับ เมื่ิอพี่จิ๋ม วรนาถ อนุสสรนิติสาร โทรมาบอกเสียงเครียดว่า หมอบอก พี่เป็นมะเร็ง ขั้นที่2 ฟังแล้วหมดแรง เกิดอะไรซ้ำซากแบบนี้ได้อย่างไร ตลอดเวลาที่ผ่าน พี่จิ๋ม ที่แม้ยุ่งเรื่องงานขนาดไหน ต้องหาเวลาเจอหรือโทรมาถามเสมอว่า OK ไหม ยังนอนดึกอยู่หรือเปล่า ผอมไปหรือเปล่า ลำบากอะไรไหม ยังสู้ไหวหรือเปล่า เป็นอย่างไรบ้าง เล่าให้ฟังบ้าง เมื่อเล่าอะไรให้ฟัง น้ำตาที่คลอเต็มตาของพี่จิ๋ม พลอยทำให้น้ำตาคนเล่า ล่วงเผาะๆตามไปด้วย มาวันนี้ประสบการณ์ที่ผ่านพ้น ที่เคยถูกถ่ายทอดให้พี่จิ๋มฟัง ถูกขุดขึ้นมา เล่าซ้ำไปซ้ำมา วนเวียนที่ตรงระเบียงสวนของบ้านพี่ปอง พี่ชายพี่จิ๋ม ที่นั่งจิบไวน์ ปลอบใจตัวเองด้วยความทรมานพอพอกัน ขณะฟังคำบอกเล่าขั้นตอนการรักษา ที่คุณหมอเสนอแนะในแต่ละเคส ที่ไม่เหมือนกัน สำหรับพี่จิ๋มต้องเริ่มให้คีโม แล้วตามด้วยการผ่าตัดและจบลงที่ฉายแสง ความทรมานที่มองเห็นอยู่ในอนาคต ที่พี่จิ๋มต้องผ่านก้าวไปให้ได้ ถูกกลบลบเลือนไปด้วย เรื่องเล่าของความงามในสวน การปลูกต้นไม้ในสวน ที่เราทั้งสามคนมีประสบการณ์ร่วมกัน ต่างพยายามระลึกย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ที่ทำดอกไม้ไปประดับตกแต่งที่โรงแรม The Four Season หรือThe Regent เก่า ช่วงเทศกาลคริสต์มาส ตาม order ที่ได้รับ ความทรงจำที่เคยนั่งรถตระเวนดูสวนสาธารณะทั่วกรุงเทพฯด้วยกัน ไล่เรื่อยตั้งแต่ สวนสันติภาพที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปสิ้นสุดที่สวนสาธารณะในวังสราญรมย์ สุดท้ายไปดูต้นไม้ที่วังบ้านหม้อของพี่โต ม.ล.จิราธร จิรประวัติ เพื่อนรักของพี่ปอง หรือเรื่องเล่าที่พี่ปองไปเจอการจัดสวนจัดดอกไม้ที่ไหนที่เข้าท่า ไม่เข้าท่าหรือแผนการจัดสวนใหม่ของพี่ปองที่จะทำให้พี่จิ๋ม ทั้งหมดเพื่อให้พี่จิ๋มหลงลืมเรื่องที่ต้องเจอะเจอในอีกไม่กี่วันที่จะมาถึง ความหลงไหลในการจัดสวนแบบตกแต่งตัดเป็นแท่งรูปทรงต่างๆของพี่จิ๋มมีมานาน ที่พักใจคือที่สวนสาธารณะสันติภาพบริเวณใต้ต้นก้ามปูใหญ่ ที่พี่จิ๋มชอบแวะเวียนไปนั่งเล่นเรียกพลังของร่างกายกลับคืนมาหลังการพบหมอที่โรงพยาบาลในหนึ่งอาทิตย์นี้ พี่ปองบอก เมื่อพี่จิ๋มรู้ครั้งแรก สิ่งที่ทุกคนในครอบครัวและพี่จิ๋มนึกถึงคือ ฉัน สิ่งหนึ่งที่พี่จิ๋มบอกกับทุกคนที่โทรเข้ามาให้กำลังใจว่า จิ๋มไม่เป็นอะไรหรอก ไม่เสียกำลังใจเพราะ เพื่อนสนิทของจิ๋มก็เป็น

   

ความเข้มแข็งที่ปรากฏของพี่จิ๋ม เป็นเพียงเปลือกห่อหุ้มปกปิดความหวาดกลัว ความอ่อนแอ เสียงร่ำไห้ภายใน เป็นภาพสะท้อนที่ย้อนนึกถึงตัวเิอง เหมือนมองเห็นเงาในน้ำใสนิ่ง ชัดเจน เราต่างอาจรู้สึกลึกๆแต่ไม่สามารถพูดได้ เมื่อเห็นแววของการพลัดพราก ที่มองเห็นชัดๆเบื้องหน้า ไม่อาจเปล่งเสียงออกมา้เพราะแค่คิดก็เจ็บเกินไป

เหมือนนั่งมองเปลวเทียนในสวนของพี่ปอง ที่บรรจงจุดแอบไว้ในมุมมืด เพื่อให้ความสว่าง เทียนแต่ละเล่มที่จุดไว้พร้อมกัน ไม่สามารถรับประกันหรือคาดหวังได้ว่า เทียนเล่มไหนจะดับลับไปก่อน ทั้งๆที่ ที่สุดแล้วแสงเทียน ต้องค่อยๆดับลงทุกเล่มเหมือนกัน

เหลือไว้เพียงร่องรอยความทรงจำในเปลวเทียนที่เคยสว่างอยู่เคียงข้าง

เหลือไว้เพียงร่องรอยของน้ำตาเทียนที่เกลื่อนรอบเทียนที่เคยส่องให้ทั้งแสงสว่างและความอบอุ่นซึ่งกันและกัน

เหลือไว้เพียงความมืด

.........................................

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่