"เป็นไปตามธรรมชาติ"

ไอริสที่ได้หัวมาจากตอนใต้ของทิเบต บานสดกลีบแข็ง ไม้ที่ดูว่าบอบบางอย่างไอริส ไม่มีใครชอบปลูกอาจเห็นเป็นไม้นอก ชื่อนอก เลยกลัวว่าปลูกแล้วจะเสียเวลาเปล่า ไม่มีดอกให้เห็น ถ้าใจสู้อยากปลูก ทำใจเป็นไปอย่างธรรมชาติ อย่างน้อยต้องได้เห็นดอก

   

เหมือนดอก Moon Flower ชื่อดอกไม้แสนไพเราะ แต่คนไทยไปตั้งว่า บานดึก ชื่อที่ฟังดูโบราณพิลึก ไม่Romantic เหมือนชื่อMoon Flower ไม้ดอกที่เมื่อปลูกต้องรู้ธรรมชาติของเขาว่าจะบานช่วงเย็นพร้อมมีกลิ่นหอมโชยมาอ่อนๆ ถ้าไม่รู้ความเป็นไปตามธรรมชาติของเขา ได้ต้นไม้ชนิดนี้มาปลูก ไปปลูกในจุดที่มองเ็ห็นชัดเจนในตอนกลางวัน มองไปครั้งใด ดอกไม้หุบอยู่นั่นแหละ ต้องรู้ว่าช่วงกลางคืนเรานั่งตรงจุดไหน เมื่อนั้นเราจะเห็นธรรมชาติของเขาในช่วงที่ดีที่สุดตลอดไป ดอกบานดึกที่บ้านดอกไม้ปลูกไว้ริมระเบียงสระน้ำ อาทิตย์นี้พระจันทร์เต็มดวงเพราะเป็นช่วงวิสาขะ ใครมาาต่างร้องทักว่าดอกอะไร ไม่เคยเห็น บานขาวสว่างในความมืด

 

ดอกบัวดินสีขาวเกสรเหลือง บานไม่เหมือนดอกบัวดินสีชมพูที่บานตลอด2-3วัน แต่ดอกบัวดินสีขาวจะบานเมื่อมีแสงช่วงเช้าหุบ เมื่อแสงหมดยามค่ำ เมื่อนำมาปักใส่แจกัน มองดูเหมือนตูมตลอด ไม่บานแบะเหมือนดอกไม้อื่น แต่น่าแปลกเมื่อนำมาจัดประกอบแสงเทียนยามค่ำคืน ดอกบัวดินกลับส่งประกายสดใสทำให้บรรยากาศแสงเทียนสวยคลาสสิคขึ้นอย่างทันตาเห็น ถ้าใช้ไม้ดอกชนิดอื่นมาจัดอาจไม่สวยเท่า นี่ก็เป็นไปตามธรรมชาติ เป็นธรรมชาติที่ช่วยให้การจัดแต่งสวยกลมกลืน

 

ดอกไม้บางชนิดอยู่เดี่ยวๆเช่นดอกเพกาสีขาวหรือชาวบ้านเรียกแคนา ใส่แจกันขาวโพลนไม่สวยเท่าใช้ดอกประทัดสีแสดมาเสียบแซม แจกันดอกเพกาสวยขึ้นทันตา สะดุดตาชวนมอง แต่ไม้บางชนิดเป็นไปธรรมชาติของเขาต้องอยู่บนต้น คือเอื้องกุหลาบ ตัดมาใส่แจกันประดับหมดสวย ต้องบานย้อยห้อยเกาะเกี่ยวไปมา ยิ่งถ้าสามารถหามาเกาะเกี่ยวให้พุ่มใหญ่ เวลาดอกเห็นเป็นพุ่มใหญ่ หรือดอกไม้จีนสีส้ม ต้องพยามขยายและแยกกอใหม่ทุกปี แต่ละปีผ่านไป จำได้ว่าเพียงหน่อเดียวที่ได้มา กลายเป้นหนึ่งร้อยหน่อในเวลาไม่กี่ปี ไม้หัวประเภทนี้ ถ้ารู้ความเป็นไปตามธรรมชาติที่เขาชอบว่าต้องแยกห่อขยายพื้นที่หาอาหารของหัวใต้ดิน ไม้เหล่านี้จะงามขึ้นทุกปีทุกปี

 

สิ่งที่เอื้ออำนวยให้ต้นไม้งดงามคืออากาศ ท้องฟ้าเปลี่ยนสีตลอดด้วยละอองไอน้ำจากเมฆก้อนใหญ่ที่ลอยเหนือเขาใหญ่ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่แค่นั่งอยู่ในบ้านดอกไม้ บางครั้งหลังฝนมีไอหมอกคือเมฆที่ลอยต่ำลงเข้ามาในบ้านชั่วแวบหนึ่ง ตอนแรกจะนึกแปลกใจว่า ทำไมอากาศมัวๆในบ้าน พอมองออกไปจะเห็นเป็นกลุ่มละอองไอน้ำลอยอยู่ รอบบ้านมืดสักพักแล้วสว่าง ถึงรู้ว่าเมื่อครู่คือเมฆที่ลอยมา ไม่ต้องติดปีกบิน ไม่ทันหมดลมหายใจก็สัมผัสสวรรค์บนฟ้าเสียแล้ว ท่็าจะเป็นลางดี ได้ไปสวรรค์แน่เรา ส่งเทียบเชิญบรรยากาศมาเป็นตัวอย่างอยู่เรื่อย ฮิ ฮิ ฮิ

อาทิตย์นี้หลายกลุ่มหลายคนทะยอยมาบ้านดอกไม้ เริ่มตั้งแต่เช้าวันที่ให้พรกับตัวเองว่า Happy Birthday to me -Happy Birthday to me เพราะไม่คาดหวังว่าจะมีใครใส่ใจส่งคำพร คำปรารถนาดีมาให้ แต่เมื่อมีมาจากพี่นพเกตมณี พี่จิ๋ม มาลินี เลอและหนูเก้ ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรได้นอกจากความตื้นตันพร้อมบอกว่า thanksssssssss เพราะคิดเสมอว่า Meaning ของการอวยพรวันเกิดที่แท้จริง คือมีคนดีใจที่เราเกิดมาในวันนี้ ได้พบและรู้จัก คบเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง เขาถึงได้จดจำวันเกิดของเราได้ ดีใจจริง thanksssssssss

วันนี้พี่รพิพรรณ ศรีไกรวิน ที่พาเพื่อนๆมาอีกสี่คน เพื่อให้เห็นพื้นดิน40ไร่ที่ต่างอยากมาปลูกต้นไม้ดอกไม้เหมือนกัน มาคราวนี้พี่โทรมาบอกล่วงหน้า10นาที วิ่งไปอาบน้ำล้างคราบดินคราบเหงื่อ ขณะทำสวนแทบไม่ทัน มัวแต่ดีใจว่า พี่เขานำอาหารมาฝาก หลังจากหวั่นวิตกว่าจะอดไหมหนออาทิตย์นี้ เมื่อเห็นของฝากที่พี่เขาบอกว่า กลัวหนูจะอด เลยหอบหิ้วของอร่อยมาให้ คือไส้กรอกสุดอร่อยจาก four season หนึ่งกล่องใหญ่ ด้วยความตะกละ จ้องแต่กล่องไส้กรอก เลยลืมถ่ายรูปพวกพี่ๆไว้เป็นที่ระลึก สรุปที่ 40ไร่ พี่พรรณตกลงซื้อแน่นอน เฮ้อ!!! Millionair ทำอะไรทุกอย่างได้ในชั่วข้ามคืน

ส่วนน้องตั้ม น้องหวานและหนูแต๋ว มาบอกก่อนล่วงหน้ากว่าอาทิตย์ งานนี้เลยมีเวลาเตรียมตัว จัดกิจกรรมให้ทำคือไปช่วยวัดมกุฎคิรีวัน จัดดอกไม้ธูปเทียนสำหรับพระและพุทธสาสนิกชนอย่างเราทั้งหลายได้ใช้เป็นเครื่องบูชาขณะเดินเวียนเทียนรอบโบสถ์บนเขา งานนี้นับเป็นงานแรกที่ทุกคนทำแล้วปลื้มอิ่มใจไม่เหมือนงานประจำที่ทุกคนเครียดจนโรคกระเพาะถามหา จะไม่ให้โรคกระเพาะถามหาได้อย่างไร เพียงโปรแกรมการไปดูงานของน้องตั๊มที่ญี่ปุ่นในสิ้นเดือน น้องตั๊มบอกจะตายอยู่แล้วพี่ ส่วนงานแทบระเบิด ส่วนหนูหวานหลังจากย้ายไปประจำเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ก็เดินทางเป็นว่าเล่น บอกกระเป๋าเดินทางแพ็คเตรียมใบใหญ่ใบเล็กติดบ้านไว้เลย บอกให้ไปเมื่อไร รุ่งเช้าหิ้วกระเป๋าออกจากบ้่านขึ้นเครื่องไปได้เลย นี่เริ่มปวดท้องเพราะต้องไปอยู่เกาหลีหนึ่งเดือน หลังจากทำงานในสภาพเครียดแล้วเครียดอีก และทุกคนในส่วนงานต่างเครียดไม่แพ้กัน เพราะทำไปสบถไป คลายเครียดทำนอง shit shit shit หรือ fuck me เลยบอกว่า ถ้าสบถ fuck me อาจยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่ แม้จะบังคับใครเขามา fuck me fuck me อาจลำบากนะหนู สู้สบถ fuck you fuck you พยายามข่มขืนเขา อาจจะง่ายกว่านะ สำหรับหนูแต๊ว งานเครียดมากเลย วิธีแก้คือ กินเอา กินเอา น้ำหนักจึง ขึ้นเอา ขึ้นเอา จนแก้มกลม จะไม่ให้กลมได้ไง เล่นฝันจะกินแต่เกี้ยวทอดห่อชีส ฟังแล้วขนหัวลุก กลัวว่าไม่ช้าไม่นานไม่กลมเพียงแก้ม ผุงจะกลมตามไปด้วยนะซิน้องแต๊ว

แต่น่าดีใจที่ค่ำคืนวิสาขบูชาที่ทุกคนได้มีโอกาสเวียนเทียนรอบโบสถ์บนเขาสูง ได้เห็นทุกคนที่มาเวียนเทียนใช้เครื่องบูชาพระพุทธเจ้าที่ทำด้วยมือของน้องๆทั้งสามคนเกือบร้อยชุด สุดท้ายได้มีประสบการณ์ปล่อยโคมลอยขึ้นสู่ฟ้า ลอยไปไกลจนสุดสายตา มองลอยลิบๆไปสู่ความมืดที่ไร้แสงดาวเพราะมีจันทร์เต็มดวงสว่างเป็นเอกบนฝากฟ้าในคืนนั้นแทน

   

ส่วนพี่ประยงค์ กุสุมภ์ มาพร้อมกับสายฝน ผ่านไร่กุหลาบกลางพนา ซื้อมาฝากให้ได้ลอยน้ำเต็มบ้าน พี่ชอบพาเพื่อนๆที่มาหาพี่ที่บ้านในForest Hill และพักกันหลายวันเปลี่ยนบรรยากาศมาบ้านหนูบ้าง เพื่อนพี่ที่พามาคือเจ้าแม่ผ้าไหมจากร้อยเอ็ดที่บอกว่าตอนนี้เลิกทอขายแล้ว ฝีมือขายไม่ได้แล้ว เพียงเหลือฝีมือการทอที่ ทอกี่ผืนกี่ผืนถวายเข้าวังหมด ไว้เป็นสมบัติของชาติต่อไป เพราะถ้าให้คนธรรมดาไว้อาจสูญเปล่าไม่เห็นคุณค่า ได้แต่ประเหลาะพี่ว่า ถ้าผืนไหนทอแล้วมีตำหนิไ ม่ส่งวัง พี่ส่งมาให้หนูไว้ชื่นชมบ้างก็ได้นะ บ้านหนูผนังยังว่าง มีผ้าไหมทอสวยๆประดับก็น่าจะดีนะพี่นะ แล้วพี่ก็มาดูฝีมือพี่ที่ผนังบ้านหนู ไม่ต้องเดินทางไกลเข้าไปดูในวัง

the last oneที่มาบ้านดอกไม้คือ คุณอุษ ไม่รู้ว่าหาเวลาที่ไหนไปศึกษาวิชา Handy Man ขนาดขับรถมาคนเดียวหลงแล้วหลงอีก กว่าจะมาถึง เล่นเอาพี่น้องโทรตามทั่วประเทศว่า ถึงหรือยัง ถึงหรือยัง มาถึงบ้านดอกไม้ ไม่ได้อยู่นิ่งเหมือนปกติ ซ่อมทีวีให้มีภาพและเสียง หลังจากเจ้าของบ้านร้องว่า ทีวีเสีย ทีวีเสีย เปิดเท่าไรไม่เห็นภาพ บางครั้งเห็นภาพไม่มีเสียง ทำไมมันเป็นแบบนั้นก็ไม่รู้ คุณอุษมาถึงกระโดดขึ้นจัดการทันที ทั้งเสียงทั้งภาพมาได้ เสร็จจากการซ่อมทีวี เจ้าของบ้านร้องต่อ ประตูมุ้งลวดเสีย ประตูมุ้งลวดเสีย กระเด็นออกมาจากรางเลื่อนได้ไงไม่รู้ คุณอุษ กระโดดเข้าไปจัดการอีก ไม่ถึงนาทีเรียบร้อย แม้ลืมบอกว่าหลังคาบ้านรั่ว คุณอุษ จะได้ปีนขึ้นไปยาแนวกันรั่วบนหลังคาให้ด้วย เป็นการจบงานซ่อมบ้านดอกได้สมบูรณ์เสียที ฮิ ฮิ ฮิ

นี่ถ้าแบงค์ชาติเขารู้ว่า คุณอุษเป็นสารพัดช่างแบบนี้ ตำแหน่งงานผู้อำนวยการสายตลาดการเงิน เขาคงไม่ให้แน่ เขาคงโยนไปคุมพวกวิศวกร สถาปนิกและช่างทั้งหลายในอนาคต ชัวร์เลย แม้ถ้าย้ายสายงาน เพื่อนฝูงต้องพลอย อด ตามข่าว ค่าเงินบาท ค่าเงินดอลล์ เงินตราสกุลต่างประเทศ ไปด้วยแน่ๆ

เมื่อคุณอุษอุตสาห์ขับรถบากบั่นมาถึงบ้านดอกไม้ได้ เลยชักชวนให้ขับรถย้อนกลับออกไปเยี่ยมพี่เกี้ยว ดร.เกลียวทอง เหตระกูล ที่Mission Hill บ้านที่มีสนามหน้าบ้านเป็นสนามกอล์ฟ เจอหน้าพี่เกี้ยว หมดโอกาสบอกขอโทษที่ไม่ได้ไปงานลูกชายพี่แต่งงานกับลูกสาวตระกูลไรวา เจ้าของธุรกิจS&P เพราะพี่เกี้ยวถลา เข้ามากอด พร้อมบอกคิดถึง คิดถึง เจอะเจอใครจากแบงค์ชาติ ก็ถาม ก็พูดถึงอยู่เสมอ พร้อมรีบพาไปดูหน้าหลานสาวคนแรก พร้อมเดินชมงานศิลปะพี่และลูกชาย เต้ วาดติดเต็มผนังบ้าน พี่เกี้ยวยังสดใสอารมณ์ดีแบบผิดปกติคนธรรมดาเหมือนเดิม จะไม่ให้เรียกว่า ดีผิดปกติคนธรรมดา ได้อย่างไร เพียงแค่ทักพี่ว่า พี่ทำอะไรกับใบหน้าบ้าง บอกได้ไหม ทำไมไม่มีริ้วรอย หน้าขาวใสไม่เหมือนวัย 60 พี่เกี้ยวบรรยายเลยว่า พี่ดื่มน้ำผสมจากน้ำผึ้งรวมกับ Apple Cider ทุกเช้า ใช้น้ำผึ้งผสมนมทาหน้า 5 นาทีก่อนนอน มีครีมที่ฝากพยาบาลคนหนึ่งซื้อมาทาบ้างเป็นครั้งคราว และทั้งหมดทั้งสิ้นที่เล่ามา หนูไม่ต้องไปซื้อ เดี๋ยวพี่ไปซื้อมาให้แล้วขับรถเอาไปให้ถึงบ้านดอกไม้เลย เพราะของที่บอกมี Brand เฉพาะ ไม่ใช่ไปซื้อสุ่มสี่สุ่มห้า เดี๋ยวพี่ซื้อใช้ของพี่แล้ว จะซื้อเผื่อด้วย ก่อนกลับลากไปดูแปลงเพาะต้นไม้ ถามอยากได้ต้นไหน ขนใส่รถไปได้เลย สะดุดตาขิงแดง ที่พี่เกี้ยวใช้ดอกโรยมาปักให้ยอดแตก ออกมาจากซอกกลีบดอก พึ่งรู้คราวนี้เองว่าขิงแดง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีนี้ พี่เกี้ยวหัวเราะพร้อมชักชวน ให้หยิบต้นโน้นต้นนี้ไปปลูก พอร่ำลาพี่เกี้ยวกลับออกมา ได้แต่บอกอุษว่า พี่เกี้ยว นี่เป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบจริงๆ เก่งไปหมด จับเรื่องอะไร ได้เรื่องทุกเรื่อง มีเกียรติประวัติในชีวิตที่งดงาม เรียนจบเป็นที่หนึ่งของประเทศ นักเรียนทุนแบงค์ชาติ ไปทำงานที่ IMF กลับมาทำงานเมืองไทยช่วงฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นผู้จัดการกองทุนฟื้นฟู จบชีวิตการทำงานแบบไม่ยึดติด ไม่อยากเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เพราะรู้สัจธรรมว่า ถึงที่สุดไม่เหลืออะไร สู้หันมาใช้ชีวิตติดธรรมชาติ ปลูกต้นไม้ วาดรูปและพอมีเวลากลับไปซ้อมเปียโนใหม่่ ทำงานสาธารณะกุศลเป็นครั้งคราว

ชีวิตที่เป็นแบบอย่างของการให้ เป็นการให้โดยปราศจากเงื่อนไข ทำอะไรให้โดยไม่มีเงื่อนไข เป็นความงดงาม เป็นไปตามธรรมชาติ เป็นชีวิตที่ดีสมบูรณ์แบบ ดีผิดปกติคนธรรมดา

เป็น Fairly Story ของแท้ เป็น Happy Ending ในชีวิตจริง

.........................................

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่