"ไม้เลื้อย"

ความพิเศษของไม้เลื้อยอาจคล้ายความมหัศจรรย์ของต้นถั่วที่แจ็คผู้ฆ่ายักษ์

ยอมแลกวัวกับเมล็ดถั่ววิเศษ ที่ค้นพบว่าภายในชั่วข้ามคืน เมล็ดถั่วที่ปลูกเลื้อยป่ายสูงเสียดฟ้า้จนแจ็คสามารถปีนขึ้นไป คว้าไก่ที่ไข่เป็นทองคำ กลับลงมา จนยักษ์รีบตามลงมาตกต้นถั่ว นั่นเป็นนิทานแสนสนุก สร้างจินตนาการในวัยเด็ก ต้นถั่วในนิทานแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ อาจเป็นต้นไม้เลื้อยต้นแรกที่เด็กๆรู้จัก

 

 

อาทิตย์นี้ back in town ที่แรกที่ได้ไปคือร้านอาหารกลางกรุงที่ล้อมรอบไปด้วยไม้เลื้อยที่พี่น้อง เยาวเรศ ชี้ชวนให้ดู เมื่อไปถึงร้านอาหาร กลางวันแดดเปรี้ยงแต่ไม้เลื้อยรอบร้านที่ปลูกไต่กำแพงร้านอาหารวันนั้น ทำให้เราสองคนนั่งคุยเรื่องงานอย่างไม่รู้สึกร้อน

 

ไม้ใบฝอยอย่างดอกอัญชัญที่ทางร้านนำมาไต่ลวดแม้ไม่สามารถบดบังกำแพงได้หมด แต่ความละเอียดของใบเล็กๆมองสวยเมื่อลมพัด เหมือนกำแพงใบไม้แก่วงไกวไปทั้งแถบ แม้ไม้เลื้อยอย่างเดฟที่เกาะลูกมะพร้าว สามารถนำมาแขวนเรียงแถวริมชายคา กันความร้อนจากแสงแดดจ้าได้เช่นกัน

   

เห็นแล้วนึกย้อนกลับไปที่บ้านดอกไม้ เรือนเล็กริมน้ำที่เป็นกระจำหมดทั้งหลังรับแดดเต็มๆเหมือนกัน เลยเอาต้นสร้อยอินทนิลดอกม่วงครามมาปลูก ตอนนี้เริ่มเลื้อยไต่หลังคาบ้านแล้วอีกไม่เกินหกเดือนบ้านหลังนี้จะเขียวไปทั้งหลัง นอกจากสวยแล้วยังช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่ส่องลงมาตรงๆ

   

ไม้เลื้อยอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจคือพลูด่าง ถ้าปลูกในภาชนะจิ๋วไม้ชนิดนี้จะเล็กจิ๋วตามภาชนะ แต่ถ้าปลูกให้เลื้อยพันเกาะต้นไม้ จะใบใหญ่ยักษ์อย่างน่าอัศจรรย์ สังเกตุ ใบที่ติดดินจะเล็กแต่ใบจะใหญ่ขึ้นเมื่อไต่ต้นไม้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ช่างความมหัศจรรย์

 

สุดท้าย หนึ่ง ปรีมา เหมือนมีกระแสจิตว่าออกจากป่ามาอยู่กรุงอาทิตย์นี้ เธอเพียงถามว่าอยู่ไหน เสร็จแล้วรีบชี้ชวนให้ไปดูงานศิลปที่หอศิลปด้วยกัน มีงานโชว์มาใหม่ งานนี้ไม่รู้หนึ่งเริ่มสายตายาวหรืออยากดูรายละเอียดของภาพให้ชัดกันแน่ เพราะเธอจ้องภาพใกล้ ใกล้ ใกล้

ไม่ว่างานศิลปหรือต้นไม้ ถ้าสังเกตุจะเห็นความต่าง จะพบความงามที่ฝังเคลือบอยู่ หลากหลายมุม ตีความได้ไม่มีที่สิ้นสุด

 

.........................................

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่