"ลีลาวดี"

ลีลาวดีคือดอกไม้ที่ชาวอินเดียถือเป็นสัญญาลักษณ์ของชีวิตที่เปราะบาง เชื่อกันว่ากลิ่นหอมหวานของลีลาวดีเหมือนม่านมนต์ลึกลับที่แทรกซึมผ่านผสมผสานกับความเป็นมนุษย์ แม้กลีบดอก5กลีบของลีลาวดี ยังตีความหมายถึงจิตวิญญาณที่สมบูรณ์แบบของมนุษย์จำเป็นต้องมี ความจริงใจ ความเชื่อมั่นศรัทธา ความอุทิศตน ความใฝ่ฝันและการยอมรับ

 

   

มีความเข้าใจผิดกันว่า ลีลาวดี นั้นเป็นชื่อพระราชทาน จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ เป็นเพียงความเข้าใจผิด เพราะเป็นชื่อพระราชทานจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (ดู บทความเรื่อง "ดอกไม้ป่ามหาราชินี" นิตยสารสกุลไทย ฉบับที่ 2601 ปีที่ 50 ประจำวันอังคารที่ 24 สิงหาคม 2547) ดอกไม้ดอกเดียวกันแต่เรียกชื่อต่างไปมากมายตามความเชื่อ ความผูกพัน และรูปร่างหน้าตาที่กินใจผู้ตั้ง ผู้อยากเรียกขานนาม Dead Man's Finger คือชื่อสามัญที่คน Australiaเรียก Jasmine de Cayenne เป็นชื่อที่ชาว Brazil เรียก ส่วน Pagoda Tree or Temple Treeคือชื่อที่คนอินเดียบอก Egg Flower เป็นนามที่ คนจีนตอนใต้อธิบายถึงลีลาวดี ไกลไปถึง Venezuelaกลับเรียกว่าAmapola ส่วนชื่อ the “Temple Flower” ดอกไม้วัดคือชื่อที่ชาวสิงหล กล่าวถึงลีลาวดี ส่วน “Grave Flower” คือคำบรรยายภาพกิ่งโปรยใบและดอกล้อมหลุมศพไปทั่วสุสาน ดอกไม้บนหลุมศพคือชื่อที่ชาวมาเลย์เรียกลีลาวดี เพราะลำต้นที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมไปทั่วทุกหลุมของร่างที่ไร้วิญญาณ ทำให้ชื่อนี้เกิดขึ้นมา ฟังแล้วเศร้า น่ากลัว น่าขนลุก แปลกที่เราทุกคนกลัวความตาย จนสิ่งใดเป็นสัญญาลักษณ์ของความตาย เราไม่อยากรู้จัก ไม่อยากนับเป็นญาติ เป็นสิ่งคุ้นเคย แต่ลีลาวดี มีชื่อภาษาอังกฤษอย่างเป็นทางการคือ Frangipani, Plumeria

ลีลาวดีเป็นไม้พื้นเมืองแถบ Mexico ที่มีหลักฐานเก่าแก่บ่งชี้ว่า ต้นลีลาวดีพบแถบดินแดน Mayans ที่ถือกันว่าเป็นมนุษย์ชาติพันธุ์ลี้ลับของมนุษย์ที่มีวิวัฒนาการลำ้เลิศ จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นมนุษย์ สมัยนั้นนับถือต้นไม้กลิ่นหอมลีลาวดีนี้ถูกสร้างโดย K'akoch บิดาของพระเจ้า เมื่อชาว Spanish ครอบครอง Mayans ชาวAztecs ที่อยู่มีความเชื่อสืบต่อ ว่าลีลาวดีคือดอกไม้ที่มีความเป็นอมตะคล้ายสืบถอดคุณสมบัติของพระเจ้า ดอกลีลาวดีจึงนำมาเป็นส่วนผสมของยา เครื่องหอม ที่ใช้กลิ่นยั่วยวนชวนให้ลุ่มหลง

   

 

จะเป็นชื่อใดนามใด ปลูกที่ใด ลีลาวดี ยังคงคุณสมบัติเดิม คือกลิ่นหอม ดอกอ่อนช้อยสวยงาม ดอกลีลาวดีถือเป็นดอกไม้ประจำชาติลาว ที่คนลาวเรียกดอกจำปา ถ้าใครเลยไปหลวงพระบางจะเห็นลีลาวดีปลูกทางขึ้นพระธาตที่เมืองหลวงพระบาง ต้นใหญเก่าแก่ สำหรับเมืองสิบสองปันนา ลีลาวดีคือหนึ่งใน“five trees and six flowers ” ดอกไม้ที่ชาวสิบสองปันนาบอกว่าต้องปลูกไว้ในวัด ที่ฮาวาย ชาวฮาวายถือว่าดอกลีลาวดีเป็นดอกไม้มีคุณค่า เขาจะนำมาร้อยแล้วคล้องคอแขกผู้มาเยือนจากแดนไกล เหมือนคนไทยติดดอกกล้วยไม้มาดามให้แขกเวลามีงานเลี้ยง แม้เมือง Bangaloreในอินเดียที่ตอนนี้กลายเป็น the Silicon Valley of India ก็เป็นหนึ่งในเมืองของโลกที่ปลูกลีลาวดีประดับเมือง ในถนนเกือบทุกสาย

คุยถึงลีลาวดีเสียยืดยาว อาจเพราะอาทิตย์นี้อยู่ที่ชะอำมาทั้งอาทิตย์ บ้านทะเลสำราญที่ตั้งใจว่าจะเป็นบ้านหลังที่สองในชีวิต เสร็จพร้อมโอนเรียบร้อย บ้านนี้นอกจากจะมีต้นมะพร้าว ต้นตาลแล้วยังมีลีลาวดีรอบบ้าน บ้านชายทะเลหัวหินชะอำมีมากมายให้เลือกอยู่ ทำไมเลือกตรงนี้ อาจเพราะที่นี่สงบ ติดทะเล มีสวนดอกไม้รอบบ้าน ทั้งยังมีสระว่ายน้ำ 3 สระและสปาส่วนตัวให้ให้แช่น้ำ

 

 

มีระเบียงไว้นอนให้หมอนวดมานวดครีมนวดน้ำมันก่อนลงแช่สปาส่วนตัวติดบ้านติดสวน ที่รู้จักทะเลสำราญเพราะ ปั๊ม พริ้มเพรา ปุณโสนี พามาดุ เธอบอก พี่มาดูโครงการของปั๊ม เชื่อเถอะ พี่ซื้อ พี่ได้กำไรทันที จะไม่ให้ได้กำไรได้อย่างไร เมื่อลงเงินจองทำสัญญา ปั๊ม ขึ้นราคาบ้านที่เหลือทันที หนึ่งล้านบาท พร้อมบอกว่า บอกพี่แล้วไง ว่าพี่ได้กำไรอยู่แล้วขอให้เชื่อปั๊ม ว่าแล้วปั๊มก็ชักชวนต่อว่า เรามาทำอะไรสนุกๆที่นี่ดีกว่า ปั๊มมีโครงการจะทำอีกเยอะ ที่ไม่เหนื่อย พี่ไม่ต้องเหนื่อย ได้แต่ตอบกลับว่า ฟังที่ปั๊มพูด พี่ก็เริ่มเหนื่อยแล้ว เหนื่อยจะต้องนับเงินไงปั๊ม อยากอยู่นิ่งๆเงียบๆดีกว่านะ

เมื่อบ้านเสร็จมาลองใช้ชีวิตที่ริมทะเลเงียบๆหนึ่งอาทิตย์พบว่าริมทะเลและริมเขาต่างกันเหลือเกินแม้ความสุขที่ได้ก็ต่างกัน อยู่เขาใหญ่ตื่นเช้าเดินเ็ก็บดอกไม้รอบบ้าน แต่อยู่ทะเลสำราญ เดินชายหาดเก็บหอย เวลาเดินเก็บหอยรู้สึกเหมือนเดินหาสมบัติมีค่า หอยรูปทรงแปลกๆสีสวยๆตั้งแต่หอยขาว หอยเหลือง หอยม่วง หอยดำรูปพรรณสัณฐานแตกต่างน่าทึ่ง เกลื่อนหาดเก็บไม่หมด เพียงแค่เห็นหอยแปลกๆบนหาดทรายแค่นั้นรู้สึกสนุกและมีความสุขว่า ได้เจอสมบัติล้ำค่า สมบัติจากธรรมชาติที่เรามองว่ามีค่าแต่หมดค่าแล้วสำหรับตัวหอยที่ทิ้งเปลือกหนีไปหาที่อยู่ใหม่ ได้เห็นชาวบ้านเิดินเก็บเปลือกหอยเหมือนกัน แต่เปลือกหอยที่เก็บชาวบ้านนำไปขายเป็นเงินเลี้ยงชีพ ทุกเช้าตื่นนอนเมื่อแสงอาทิตย์ยังไม่สาดส่อง มองเห็นเรือชาวประมงทะยอยลอยลำเข้าฝั่งเป็นเครื่องหมายของชีวิตที่ยืนหยัด เลี้ยงตัวอยู่กับธรรมชาติ พึ่งธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

 

นึกแปลกใจตัวเองเหมือนกันว่าอยู่เขา ตื่นเช้าเก็บดอกไม้ อยู่ทะเลเดินเก็็บหอย เดินเก็บได้สามวัน กำลังเดินเก็บหอยอยู่มีคุณป้าเดินตรงมาจากริมหาด ุใกล้ท่าเทียบเรือประมง คุณป้าเดินตรงรี่เข้ามาถามว่า หนูเก็บหอยไปทำไม ป้านั่งสังเกตุมาหลายวันแล้ว ไหนขอดูหอยที่เก็บหน่อยซิ ว่าแล้วคุณป้าชะโงกหน้ามาดูหอยในถุง รีบบอกคุณป้าว่าเก็บไปวางไว้เกลื่อนบ้านพอให้เห็นว่าเป็นบ้านทะเล ว่าแล้วคุณป้าถามต่อว่า หนูเก็บทุกเช้าเหรอ ป้าจะได้ขอเดินตามด้วย ป้าทำรีสอร์ทอยู่ริมหาดนี่ รู้จักไหม แม่กิมลุ้ย ป้าเอง ขายขนมหม้อแกง มีสี่สาขา แล้วป้าก็จูงมือลากขึ้นไปชมรีสอร์ทของป้า ชื่ออ่าวเทียนรีสอร์ท แล้วประวัติอันยืดยาวของป้ากิมลุ้ย ก็ถูกเล่าให้ฟังตั้งแต่ พ่อแม่ทำโรงสี ป้าทำต่อ ส่งน้องสาวเรียนนอก ตัวเองจบเพียงป 4 แต่ตอนนี้ดูท่าป้าจะร่ำรวยและประสบผลสำเร็จมากกว่าน้องสาวคนเดียวที่ส่งไปเรียนจบอเมริกา เล่าประวัติจบ คุณป้าบอกเย็นนี้เดินมาทานข้าวกับป้านะ อยู่คนเดียวสงสัยไม่ค่อยได้กินอะไร เย็นนี้มากินกับป้า จะให้แม่ครัวเขาทำต้มยำปลาทูแบบโบราณให้กิน ซื้อปลาทูจากชาวประมงสิบกว่าบาท ทำกินได้เยอะแยะ ป้ากิมลุ้ยลุยต่อว่าหนูเข้ามาดูห้องป้า ถ้าเบื่อบ้านที่ทะเลสำราญมาอยู่ หนูจะมาค้างที่รีสอร์ทนี้บ้างก็ได้ พักฟรี มาเปลี่ยนบรรยากาศ แม้ไม่อยากบอกป้าเลยว่า บ้านหนูเอง หนูเหนือยที่จะอยู่ครบทุกหลังไม่มีเวลาเบื่อแล้ว นี่ป้ายังใจดีชักชวนหนูให้ทำโปรแกรมมาค้างกับป้า คนคุ้นเคยในเวลาไม่ถึงชั่วโมงอีกเหรอ กว่าจะลาป้าออกมาจากรีสอร์ทแสนสวยได้ แดดจัดจนตัวแดงแล้วกลายเป็นดำไปเลย เพราะป้ากิมลุ้ยแท้ๆเชียว กลับกรุงเทพฯต้องไปอบตัวให้ดำน้อยลง จนผิวใกล้เคียงของเดิมอีกนาน

เช้าวันหนึ่งขณะกำลังเรียงหอยอยู่ริมระเบียงบ้าน เห็นหญิงสาวเดินผ่านแวบๆหน้าบ้าน เงยหน้ามอง อ้าว กบ รศ.รุ่งนภา พิตรปรีชา สามีกบคือน้องชายคนเดียวของจีรนันท์ พิตรปรีชา กบมาซื้อบ้านที่ทะเลสำราญเหมือนกันเพราะเป็นนักเรียนราชินีรุ่นเดียวกับปั๊ม ปั๊มส่งโบชัวร์ไปให้ดู พอเห็นตัดสินใจซื้อทันที ได้แต่บอกว่าแล้วกบจะมีเวลามาเหรอ เป็น รศ.ที่นิเทศจุฬา ตอนนี้มีหลักสูตรInterด้วย งานไม่ยุ่งเหรอ กบบอกยุ่งหลักสูตร Inter กบเป็นกรรมการร่างขึ้นมาเอง แต่ตอนนี้ส่งลูกชายไปเรียนArtที่ออสเตรเลีย เวลาคงพอมีมากขึ้น กบถามเธอไม่ขับรถแล้วมาอย่างไรที่นี่ ฉันขึ้นรถตู้มาจากอนุสาวรีย์ชัยฯ รวดเดียวถึง กบได้แต่หัวเราะ อายุขนาดนี้ยังเดินทางแบบ Backpackอีกเหรอ คราวหน้ามาโทรหากันนะ จะได้เดินทางมาพร้อมกัน บ้านที่กรุงเทพฯเราก็อยู่ใกล้กัน โซนเดียวกัน บ้านกบอยู่ซอยสายลม พหลโยธิน ต่างคนต่างบอกว่าดีใจนะที่พบว่าเรามาซื้อบ้านอยู่ใกล้กัน โดยไม่ได้นัดหมาย

   

เช้าอีกวัน กำลังก้มๆเงยๆเดินเก็บดอกลีลาวดีที่ร่วงเกลื่อนริมสระน้ำ พบชายหญิงคู่หนึ่งเดินชมวิวรอบสระน้ำอยู่เหมือนกัน มองๆไปคลับคล้ายคลับคลาว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องรู้จักแน่ๆ เพราะหน้าคุ้นมาก เข้าไปทักถาม ผลที่สุดกลายเป็น ต้อม เนาวรัตน์ จันทวานิช ที่เคยอยู่แบงค์ชาติแล้วย้ายไปอยู่กลต.ได้เกือบสิบปีแล้ว ต้อมมากับพี่ชายซึ่งซื้อคอนโดสูงติดบ้านทะเลสำราญ ซักไปซักมาปรากฎพี่ชายต้อมคนนี้คือ ดร.อำรุง จันทวานิช เลขาธิการสำนักงานการศึกษาแห่งชาติ เป็นพี่เขยพี่แอม สมลักษณ์ หิรัญบูรณะ แม้โลกใบนี้กลมจริงๆ วนไปวนมา แม้ว่าบ้านทะเลสำราญอยู่อีกทิศหนึ่งแล้วนะนี่ ไปๆมาก็วนมาเจอคนใกล้ตัวเข้าจนได้ ทั้งต้อมและพี่ชาย บอกว่าถัดจากบ้านที่ฉันอยู่ไปสองหลังคือบ้านของดร.อมรา พงศ่าภิชย์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯมาซื้อไว้ ได้เจอหรือยัง ได้แต่ตอบว่ายังไม่เจอใครเลย เจอแต่เพื่อนที่เป็นอาจารย์อยู่นิเทศ จุฬาฯ ก่อนลาจากแยกย้ายไปเดินเล่น ดร.อำรุง บอกชักชวนว่า ถ้าเบื่อวิวทะเลจากพื้นดินให้ขึ้นไปนั่งชมวิวสูงบนคอนโดสูงยี่สิบชั้นที่ราคาขาย 12 ล้านสำหรับห้องด้านหน้าเห็นวิวทะเลกว้าง 360 องศา สุดสายตา

เมื่อตัดสินใจซื้อทะเลสำราญ นึกว่าจุดนี้คงโดดเดี่ยว ไม่มีทางพบคนรู้จัก นี่เขาบอกว่า โลกใบนี้กลม ต้องเชื่อแล้วว่ากลม

 

.........................................

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่