"ดอกไม้ฤดูร้อนในญี่ปุ่น"
MIKI ภาษาญี่ปุ่นหมายถึง ต้นไม้ที่สวยงาม Beautiful Tree เหมือนจะบอกว่าประเทศนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ที่สวยงาม ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่มีพื้นที่ของประเทศเป็นป่าไม้ถึง 67เปอร์เซนต์ ช่วงเดือนสิงหาคม ญี่ปุ่นถือเป็น high season ต้นไม้ผลิใบสีเขียวเข้ม ดอกไม้ผลิบานสีสด โดยเฉพาะดอกลิลี่คือดอกไม้ฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น ออกดอกเต็มป่างดงาม
จำไว้เลยว่าถ้าไปสมนาหรืออบรมดูงานในญึ่ปุ่น ถ้าคุณไม่ใช่Top CEO จากบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ต้องเตรียมตัวลากกระเป๋าเดินทางขึ้นรถเมล์ รถไฟใต้ดิน ขึ้นรถไฟระหว่างเมืองเอง ไม่มีรถมารับมาคอยจอดเทียบถึงหน้าโรงแรมเหมือนที่เมืองไทยจัด แล้วถึงเวลากลางวัน เป็นช่วงนั่งรถไฟขบวนไหน เตรียมข้าวกล่องติดตัวที่หาซื้อจากสถานีรถไฟไปกินด้วย ไม่มีแวะร้านข้างทาง บรรยากาศเดินทางระหว่างเมืองต่อเมืองในญี่ปุ่นจึงสร้างสีสรรเป็นอันมากให้กับนักเดินทางจากหลายชาติหลายภาษา อาหารกล่องที่วางขายแต่ละกล่องดูน่าทานไปหมด ดูแล้วอยากจะซื้อขึ้นไปลองกินซะทุกกล่อง ด้วยความตะกละ ข้อดีอย่างหนึ่งของการเดินทางในประเทศนี้ คือสามารถกะเวลาเป็นวินาทีที่จะถึงที่หมายปลายทางได้แม่นยำไม่ผิดพลาด เพราะเวลารถไฟไม่มีช้าหรือเร็วกว่าที่ระบุสักครั้งเดียว
เมืองแรกYokohamaเมืองนี้ต้นไม้ในเมืองคือต้นแป๊ะก๋วย อายุคงเป็น100ปี สูงใหญ่ใบสวยเหมือนพัดเล็กๆ แม้ริมกำแพงโล้นๆที่ไม่มีต้นไม้ ชาวญี่ปุ่นยังอุตสาห์ทำให้มีไม้กระถางเลื้อยให้กำแพงขาวมีสีเขียวขึ้นมา ขนาดโครงเหล็กปิดพื้นที่ก่อสร้างเขายังทำเป็นลายใบไม้สีเขียว เชื่อได้เลยว่าคนประเทศนี้รักต้นไม้ใบไม้เป็นชีวิตจิตใจ
ร้านขายต้นไม้ในเมืองมีดอกไม้แปลกๆมากมายแม้แต่ดอกกระเจียวจากเมืองไทยยังมีขาย แล้วขายได้ซะด้วยเพราะเมื่อถ่ายรูปนี้คุณยายในภาพชี้ให้เจ้าของร้านหยิบดอกกระเจียวห่อผูกรวมกับไม้อื่นๆที่คุณยายเลือกไว้กำใหญ่ จะถามว่าดอกละเท่าไร ไม่รู้ว่าจะถามอย่างไร รู้แต่ว่าพลูด่างไทยที่ขายกอละ5-10บาทไปขายที่นั่นได้เกือบ150บาท ที่น่าตกใจคือพลูด่างกับเฟินก้านดำที่นั่นราคาเท่ากัน ทำเอาราคาต้นไม้มีราคาอย่างเฟินเมืองไทยราคาตกจนน่าใจหาย แค่ปลูกพลูด่างส่งขายญี่ปุ่นก็รวยได้แล้ว
สัมมนาเครียดหลายวันเข้า อาจารย์อัปสรสุดา บอกไม่ไหวแล้ว เย็นนี้หลังเลิกเราไปเดินดูดอกไม้ดีกว่า ว่าแล้วรีบเรียกTaxi อย่างไม่เสียดายค่ารถที่แสนแพง บอกให้พาไปส่งสวนดอกไม้ ได้เห็นสวนดอกไม้งามสะพรั่งเต็มตา ช่วงนี้ตามสวนสาธารณะมีดอกไม้เช่นแววมยุราสีขาวบ้าง ซัลเวียสีแดง สีม่วง ปลูกรวมเป็นกอใหญ่ คนญี่ปุ่นเองเวลาวันหยุดนอกเมืองยังนิยมใส่กิมิโนชุดประจำชาติออกมาเดินเตร่ สวยน่ารักดี
เมื่อออกนอกเมืองไปถึง Sendi เมืองเก่าทางตอนเหนือเมืองที่เขาระบุไว้เลยว่าเป็นTree Cityเพราะทั้งเมืองเต็มไปด้วยต้นไม้ บ้านเล็กๆแต่ต้นไม้หน้าบ้านไม่เล็กตามบ้าน ทุกบ้านต่างนำกระถางมาวางเรียงเป็นระเบียบสวยงาม เช้าๆจะเห็นแม่บ้านญี่ปุ่นมานั่งเล็มใบไม้แห้งดอกแห้ง แม้แต่ดอกชบาที่บ้านเราว่าเป็นไม้ไร้ราคาไม่นิยมปลูกแต่เมืองนี้ปลูกเกือบทุกบ้านแถมปล่อยให้ต้นสูงเกือบถึงชั้นสองของบ้าน ส่วนพิทูเนียที่เมืองไทยเลี้ยงยากเลี้ยงเย็นแต่เมืองนี้กลับปลูกไว้เต็มกะบะข้างสถานีรถโดยสาร ดอกพราวนับไม่ถ้วนละลานตาไปหมด
เวลาออกนอกเมืองสิ่งที่ดีมากอย่างหนึ่งได้เห็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นของแท้ การได้นั่งทานอาหารกลางวันในบรรยากาศบ้านแบบญี่ปุ่นในชนบท มองออกไปเห็นสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมไม่ใช่สวนปลอมๆเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลย ผู้คนแต่ละประเทศ ผู้ภายใต้เงื่อนไขและความเชื่อเดียวกัน คนญี่ปุ่นอยู่ภายใต้อิทธิพลของความเรียบง่ายแต่มีคุณค่า บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเขาเป็นแบบนี้มานานนับศตวรรษ ธรรมชาติเขาเงียบ เหมือนมองออกไปเห็นต้นไม้ ดอกไม้ ก้อนหินในสวนที่เติบโตอย่างเงียบๆ มีความเรียบง่ายของทุกสิ่งรอบตัว ความเงียบ ความนิ่งเปรียบเหมือนความเงียบภายในจิตที่สงบ
แนวทิวสนสูงเหยียดฟ้าหมายจะไต่ขึ้นไปให้ถึงดวงดาวเบื้องบน แต่ระรายตามพื้นดินใต้ต้นสนสูง กลับมีกอดอกลิลี่สีขาวนวลแต้มเกสรเหลืองตรงกลางดอก แม้ดูต่ำต้อยติดดิน ดอกโน้มลงดินแต่กลับสง่างาม สวยงามดึงดูดใจกว่าต้นสูงใหญ่ของสนที่สูงเหยียดล้อมรอบ ตามชนบทนอกเมืองของญี่ปุ่นตลอดเส้นทางที่ไปจะเห็นดอกลิลี่ สีขาวบ้าง สีแสดบ้างโผล่ชูดอกเป็นหย่อมๆ เหมือนมีใครสักคนที่เนิ่นนานมาแล้ว เดินทางผ่านถนนสายนี้แล้วโปรยหัวดอกลิลี่ทิ้งไว้ไปทั่ว
เห็นแล้วนึกถึงเรื่องของ มาดามบลาวัทสกี้ (Madame Blavatsky) ผู้ก่อตั้งสมาคมเทววิทยา เวลาเดินทางไปไหน มักจะถือถุงสองใบติดกายเสมอ ในถุงนั้นเต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ เมื่อนั่งบนรถไฟคราวหนึ่ง เธอโยนสิ่งของในถุงโปรยไประหว่างทาง คนนั่งใกล้ถามเธอว่า ทำอะไร มาดามบลาวัทสกี้ หัวเราะตอบว่า มันคือเมล็ดพันธุ์ดอกไม้นานาพันธุ์ เมื่อถึงฤดูที่เหมาะสม เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะเติบโต คนนับพันที่เดินทางเส้นทางสายนี้จะได้ชื่นชมความงามของมัน ไม่สำคัญหรอกว่า พวกเขาเหล่านั้นจะรู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนทำ ที่สำคัญคือฉันได้ทำอะไรบางอย่างที่สร้างความสุขให้กับคนบางคน ฉันเป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่ผ่านไป บนเส้นทางสายนี้และได้เห็นดอกไม้ที่สวยงาม โอกาสของฉันที่จะทำให้โลกนี้สวยงามขึ้นมาบ้าง ความคิดของ มาดามบลาวัทสกี้ สวยงามเหลือเกิน แทนที่จะรอคอยให้คนอื่นทำให้โลกนี้สวยงาม ทำไมเราไม่ใช้ โอกาสเพียงน้อยนิดของเรา ทำเท่าที่จะทำได้
ลิลี่ถือเป็นไม้ดอกที่ญี่ปุ่นนิยมมากเพราะมีเกิดขึ้นในญี่ปุ่นแต่น่าแปลกตอนนี้ ลีลี่ที่ชาวญี่ปุ่นกำลังนิยม เป็นสายพันธุ์ที่ผสมมาจากประเทศ NewZealand ชือ "Casa Blanca" ส่วนลืิลี่สายพันธุ์ใหม่สุดที่ชื่อ"Match Point " ข่าวไม่ได้บอกว่า คนตั้งชื่อติดใจกับภาพยนตร์ที่Woody Allen กำกับออกมาได้แย่มากเรื่อง"Match Point " หรือติดใจ บทบาท Scarlett Johanssonในบทของ Nola แสน sexy แต่ฉลาดน้อยไปหน่อยของเรื่อง หรือบทของ Jonathan Rhys-Meyers ที่เล่นบท Chris พระเอกที่ฉลาดแกมโหดจนน่าติดคุกแค่เส้นยาแดงผ่าแปดนิดเดียวเอง คนอะไรจะเฮงได้ขนาดนั้น สะใจกองเชียร์ที่ลุ้นนอกจอไปทั่วโลก
กลับมาที่ ดอกลิลี่ ในญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่นเรียกYURI ที่หมายถึงแกว่งไปมา คนญี่ปุ่นเห็นดอกไม้ชนิดนี้แกว่งดอกไปมาเมื่อต้องลมในป่าสน จึงเรียกชื่อตามลักษณะของดอก คำว่า YURI มักจะถูกนำไปใช้ตั้งชื่อเด็กผู้หญิง บางครั้งมีเติมคำว่า SA เข้าไปเป็น SAYURI มีความหมายทำนองดอกไม้บูชา ศักดิ์สิทธิ์ จริงๆแล้วญี่ปุ่นถือเ็ป็นประเทศที่เต็มไปด้วยดอกลิลี่ 96 species ของทั่วโลกเวลานี้มีในญี่ปุ่น 15 species ญี่ปุ่นนำดอกลิลี่มาเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมของชาติ มีงานประจำปีที่เมืองNaraชื่อ SAIKUSA MATSURI เป็นระบำที่ให้หญิงสาวสี่คนถือดอกลิลี่บูชาพระเจ้า งานนี้มีมาตั้งแต่ค้นศตวรรษที่18ญี่ปุ่นมีการผสมพันธุ์ใหม่ๆของลิลี่มาตั้งแต่สมัย Edo ค.ศ.1603-1867 เขียนไว้เป็นหลักฐานโดยคนสวนชื่อ Ihei Itoh ในหนังสือ KADAN CHIKIN SHO ค.ศ. 1695 นักพฤกษศาสตร์ชื่อ Dr. Phillip von Siebold นำลิลี่ของญีปุ่นกลับไปยุโรปในศตวรรษที่19 ช่วงหลังสมัย Meiji ค.ศ.1868-1912 หัวดอกลิลี่จากญี่ปุ่น ถูกส่งไปขายเป็นสินค้าออกสู่ตลาดยุโรป ตลาดใหญ่ของดอกลิลี่ยังคงอยู่ในยุโรป
ได้ดูดอกลิลี่มาตลอดแนวป่าสน เบื้องหลังป่าสนเขียวทึบ ที่ทอดยาวตลอดแนวชายฝั่งทะเลของญี่ปุ่น ไปสุดที่ปลายแหลมแห่งหนึ่งทางเหนือสุด Dr.Honda ผู้นั่งคิด Model อันน่าปวดหัวของTsunami บอกว่าชายฝั่งทะเลที่ทอดเหยียดยาวเบื้องหน้าที่คุณยืนนี้ มีชื่อเรียกแสนยาวเหยียดที่จับความจำคำไม่ได้ว่าชื่ออะไรแน่ แต่จำได้ขึ้นใจเมื่อ Dr.Honda อธิบายความหมายของสถานที่แห่งนี้คือ ที่ๆเราทุกคนเมื่อจากโลกนี้ไป จะต้องมายืนรอริมฝั่งทะเล ชายหาดสีขาวแห่งนี้เพื่อเตรียมไปยังโลกอีกด้านหนึ่ง เมื่อฟังคำอธิบายได้แต่บอกกลับ Dr.Honda ว่า ดีใจจังที่ได้มาเห็นชายฝั่งทะเลนี้ ตอนนี้รู้แล้วว่า ที่สุดเมื่อการเดินทางแสนยาวนานอันใกล้สิ้นสุดมาถึง จะเดินทางไปยืนรอที่ไหน
.........................................
ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||