"สวนแบบอังกฤษ"
เหมือนโยนๆต้นไม้ทิ้งไปมุมโน้นต้นมุมนี้ต้น กระจายไปทั่วๆในพื้นที่โล่งกว้าง ต้นไม้ดอกไม้แต่ละชนิดที่โผล่พ้นดินชูช่อใบช่อดอกให้เห็นต่างขึ้นเหมาะเจาะประหนึ่งธรรมชาติสร้าง แต่กลับเป็นฝีมือมนุษย์สร้างคล้ายทำนองไม่ตั้งใจ แต่นั่นคือการจัดสวนแบบตั้งใจเอาเป็นเอาตายของคนอังกฤษ สวนอังกฤษ
สวนแบบอังกฤษตามตำนานเริ่มเห็นเด่นชัดว่ามีเอกลักษณ์ฉีกแนวสวนประเภทอื่นเมื่อ Lancelot 'Capability' Brown นักภูมิสถาปัตย์ในศตวรรษที่18เริ่มออกแบบสวนต่างจากสวนดั้งเดิมแต่โบราณที่นิยมสร้างกันมาที่เรียกว่าสวนแบบพิธีการ ปลูกต้นไม้เป็นแนวตรง ตั้งแนวเหมือนทหารเรียงหน้ากระดานLancelot Brown ได้ออกแบบสวน 170 สวนในแนวใหม่ให้คนร่ำรวยสมัยนั้นเปลี่ยนแนวมาจัดพื้นที่ให้คงความเป็นธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด เป็นธรรมชาติแบบง่ายๆที่มองเห็นทั่วไปในอังกฤษ คือมีพื้นที่โล่งเยอะๆ ต้นไม้ตามมุมโน้นมุมนี้ไม่เจาะจง ปรากฏว่าแนวการจัดสวนแบบของเขาได้รับความนิยมเรื่อยมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
สวนที่ออกแบบ ของLancelot Brown มีให้เห็นหลงเหลือในอังกฤษมากมายเช่น Blenheim Palace คฤหาสถ์ที่เกิดของ Sir Winston Churchill ทั้งยังมี Alnwick Castle,Aske Hall Audley End House , Aynhoe Park, Bowood House, Broadlands Burghley House, Burton Constable Hall, Castle Ashby, Charlecote Park , Chatsworth House, Chillington Hall, Clandon Park, Clumber Park , Corsham Court , Euston Hall , Grimsthorpe Castle, Harewood House, Highclere Castle, Holkham Hall, Ickworth House, Longleat, Packington Park , Petworth House, Prior Park, Landscape Garden, Ragley Hall, Scampston Hall,Sheffield Park Garden , Sherborne Castle , Sledmere House , Stowe Landscape Garden, Syon House, Temple Newsam, Trentham Gardens, Warwick Castle, Weston Park ,Wimbledon Park , Wimpole Hall, Wrest Park Gardens และ Schloss Richmond (Richmond Palace) ใน Braunschweig ประเทศ Germany ที่บอกมาเสียยืดยาวเพื่อว่าถ้าเคยไปชมสวนไหนตามที่กล่าวจะได้นึกออกว่า อ๋อ บรรยากาศสวนแบบอังกฤษฝีมือดั้งเดิมเป็นแบบนี้นี่เอง
ข้อสังเกตุที่เป็นเอกลักษณ์ของสวนอังกฤษแท้คือเวลาเดินในสวนจะไม่มีทางเดินตรงๆ ต้องเดินลดเลี้ยวไปมา และในสวนต้องมีต้น weeping cherry ไม้ดั้งเดิมของอังกฤษ คล้ายไม้ป่าในพื้นที่ ถ้าไม่มีลักษณะตามที่ว่านี้ คนอังกฤษจะพูดอย่างหนักแน่นว่า " It's not an English garden." และดอกไม้หอมยังคงเป็นดอกไม้ยอดนิยมที่ปลูกในสวนเพราะเขาบอกว่า"A flower without fragrance isn't worth having." "You might as well have plastic."ดอกไม้ที่ไร้กลิ่นหอมไม่มีคุณค่าพอที่จะมีไว้ เหมือนเก็บดอกไม้พลาสติกไว้ครอบครอง ฟังสำนวนพูดแล้วช่างเป็นคนอังกฤษ อังกฤษ ที่ชอบพูดจาเปรียบเปรยเสียดสีจนเป็นเรื่องปกติของชนชาตินี้
สวนอังกฤษเปรียบเหมือนเป็นสัญญลักษณ์วัฒนธรรมของอังกฤษ ที่คนอังกฤษต่างรักและหวงแหน ผิดกันไกลกับของไทยเพราะเมื่อปลายสัปดาห์ไปดูโขน ที่ศาลาเฉลิมกรุง โขนนี้เป็นสัญญลักษณ์วัฒนธรรมของไทยเหมือนกัน งานนี้พี่นพ ม.ร.ว.นพเกตมณี เต็งนิยม ชักชวน คุณหญิงเล็ก ม.ร.ว.อาภาพันธุ์ (ดิศสกุล)สุวรรณปาล ที่เคยทำงานทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ธปท. พี่ โป๊ะทิพาวัลย์ หนูขวัญ เจ้าแม่ฝ่าย ITเก่า และฉัน ให้ไปร่วมวงดูโขนเรื่องนี้เป็นรอบที่2 นัยว่าเพื่อช่วยๆกันไปดูให้คนเล่นมีกำลังใจหน่อยเพราะเท่าที่รู้ข่าว บางรอบมีคนดูไม่ถึง 20 คน ฟังแล้วเศร้าใจจัง ที่ของดีของไทยแบบนี้เราไม่ค่อยใส่ใจ ปล่อยปละละเลย ในไม่ช้าถ้าขาดการสนับสนุนจากคนดู คนเล่นคงเล่นต่อไม่ไหว สัญญลักษณ์วัฒนธรรมของไทยเช่นโขน คงสูญไปในที่สุด ทั้งๆที่กว่าจะสร้าง กว่าจะเกิดเป็นการแสดงโขนได้้ยากเย็นแสนเข็ญ
เหมือนการปลูกต้นไม้กว่าจะเพาะไม้ต้นพิเศษขึ้นมาได้ต้องถนอมแล้วถนอมอีกกว่าจะเติบโต เพียงขาดการดูแลใส่ใจรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยไม่กี่วัน
.........................................
ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
||||||||||||||||