"pansy pansy ดอกไม้ทุกฤดู "

ไม่น่าเชื่อว่าดอกไม้ต้นเล็กสูงพ้นพื้นดินไม่ถึง5นิ้ว จะเป็นดอกไม้ที่ทนร้อนทนหนาว ทน แม้กระทั่งละอองหิมะเย็นเยือก ที่ตกลงมาปกคลุมไม้อื่นจนต้องทิ้งดอกสลัดใบ มีแต่ pansy ดอกน้อยๆนี้เท่านั้นที่ยืนหยัดท้าสู้ ส่ายดอกบานแป้นไปมา ประหนึ่งท้าทายมรสุมที่พัดมาว่า ฉันไม่กลัว ฉันไม่กลัว

 

pansy ชื่อแสนน่ารัก คนไทยให้ชื่อว่าดอกหน้าแมว ภาษาตามกระแสที่ฮิตเกาหลีเหลือเกินในภาษาเกาหลีีเรียก ดอกสึมิเร แต่ตามภาษาดั้งเดิม "pansy" มาจาก "pensee"อันเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า "thought, remembrance" ความนึกคิด ความทรงจำ ฝรั่งเขาบอกว่า รูปดอกเล็กๆเมื่อถูกลมพัดจะส่ายไปมา คล้ายใบหน้าคนที่ส่ายศรีษะไปซ้ายที ขวาที ทำนองครุ่นคิด อะไรสักอย่าง แต่ละคนต่างคิดต่างตั้งชื่อตามที่เห็น ความที่ pansy มีลักษณะเหมือนดอกไม้ที่คล้ายจะคิดเป็น ฝรั่งเขาเลยนำไปเป็นสัญญลักษณ์ของ Freethought คือความคิดเสรี ลักษณะของพวกความคิดเสรี คือ มีความเชื่อตั้งอยู่บนฐานของข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และตรรกวิทยา ถ้าเรื่องไหนพิสูจน์ไม่ได้ ไม่มีเหตุผล พวก Freethought จะไม่เชื่อเด็ดขาด อาจเป็นเพราะสมัยก่อนความเชื่อที่ครอบคลุมความคิดทุกรูปแบบของชาวตะวันตกมาจากศาสนจักร พอถึงยุคหนึ่งผู้คนเริ่มเป็นกบฎต่อความคิดที่ไม่มีเหตุผล จึงรวมกลุ่มกลายเป็นพวก Freethought และถือว่าทุก วันที่12 ตุลาคม คือ Freethought Day
วันนี้กำเนิดมาตั้งแต่ ค.ศ.1692 สมัยเผาแม่มดเป็นงานหลักของสังคมในยุคนั้น พวก Freethought ชักชวนให้เกิดแนวคิดใหม่ว่า โลกนี้ไม่มีแม่มด หมอผี ปีศาจ เพราะไม่เคยมีหลักฐานที่ชัดเจนปรากฏ มีแต่คำใส่ร้ายป้ายสี ให้กับคนบริสุทธิ์ เรื่องการสร้างแนวคิดเรื่อง Freethought ขึ้นมาจึงเป็นเครดิตของคนอเมริกันในยุคนั้น ที่บอกว่าคนอังกฤษยุคเดียวกัน ยังงมงายเรื่องแม่มด หมอผีอยู่ พวกเขาเสรีนิยมกว่าว่างั้นเถอะ
เมื่อพูดถึงแนวคิดว่าประเทศอังกฤษหรืออเมริกาใครมีแนวคิดเสรีนิยมก่อนใคร Sir Winston Churchill อดเหน็บคนอเมริกันในเรื่องนี้ไม่ได้ว่า ' What the wise do in the beginning, fools do in the end.' ชมแล้วค่อยด่าต่อว่า 'You can always count on Americans to do the right thing – after they’ve tried everything else!' ทำนองทำโง่ๆมาจนครบแล้วจนถึงทางเลือสุดท้าย เจ็บจริงๆ

 

ดอกpansyมีเผ่าพันธุ์สืบทอดสายเดียวมากับดอกviola ดอกไม้ดั้งเดิมในศตวรรษที่4สมัยกรีกโบราณ ว่าไม้ดอกชนิดนี้เป็นสมุนไพร ต่อมาเมื่อviolaกระจายพันธุ์ไปทั่วยุโรปในเวลาต่อมา ตามหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือของ Pansy ในปี1899 ระบุว่ากำเเนิดจากการผสมพันธุ์ของviola ที่เมือง Iver, Buckinghamshire ประเทศอังกฤษสมัยต้นปี 1800 จากคนสวนของ Lord Gambier ชื่อ William Thompson เขาได้ทดลองผสมข้ามพันธุ์ Viola หลาย species หลักฐานในหนังสือระบุว่า สายพันธุ์ V. tricolor, V. Lutea และไม้ดอกสีน้ำเงินจากรัสเซีย V. altacia.ผสมออกมาได้ไม้มี3สีคละเรียกว่า V. tricolor ประวัติศาสตร์จึงยกย่องว่า คนสวนนาม William Thompson เป็นผู้ค้นพบ V. x Wittrockianaในปี 1839 ให้ชื่อว่า "Medora," ถือเป็นดอก pansy แรกของโลก

 

นับจากนั้นถึงบัดนี้pansyได้รับการปรับปรุงขยายสายพันธุ์มาตลอดแต่ยังคงมีลักษณะเด่นคือมี3สีในหนึ่งดอก ตั้งแต่สีเข้มไปจนสีอ่อน ใครชอบสีไหนเลือกปลูกได้ตามใจที่ชอบ นั่นคือความประทับใจของpansy ดอกไม้ทุกฤดู

คำบรรยายด้านในการ์ด;
Pansies always stand for thoughts – at least that’s what folks say.
So this just comes to show my thoughts are there with you today.
 
คำบรรยายบนปกการ์ด:
To let you know I’m thinking of you.
   

ความนิยมในดอกpansyยังคงสืบต่อมาเรื่อยไม่เว้นแม้แต่การ์ดของ Hallmark ที่ข่าวระบุว่าไม่ว่า e-mailจะทันสมัยแค่ไหน แต่การ์ดที่ออกแบบมามีอายุ 63ปี รูปดอก pansy รูปนี้ ยังคงขายดิบขายดี พิมพ์สืบต่อมาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่2 เป็นการ์ดที่ขายดีที่สุดไม่มีวันตกจากความนิยม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะไม่ว่ากี่ปีต่อกี่ปีเท่าที่จำความได้ ไปดูการ์ดที่ร้าน Hallmark คราใด ต้องได้เจอการ์ดรูปนี้อยู่ที่ร้านเสมอ ตอนแรกนึกว่าการ์ดรุ่นนี้ขายไม่ออก ที่แท้เขาขายดีเป็น best seller พิมพ์แล้วพิมพ์อีก วางคาแผงในร้าน ขายได้ตลอดกาลต่างหาก

 

อาทิตย์นี้คุณหญิงระพี แพ่งกุล เธอเสี่ยงพาขับรถผ่านน้ำท่วมไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านกาแฟกับต้นไม้ที่คลอง15 ถนนเส้นนครนายก อาจเพราะเห็นว่าไม่ได้ไปไหนไกลมานานกว่าสองอาทิตย์ กลัวจะเฉา เลยพาไปดื่มกาแฟอร่อยๆ เดินดูต้นไม้สวยๆราคาถูก เป็นการใช้เวลาว่างในหนึ่งวันให้ได้เบิกบาน แต่ต้องมี ความขยันขับรถเป็นพิเศษที่จะไป เพราะเส้นทางมองว่าไกลไปลำบาก ทางวิบากจากกรุงเทพฯ แต่ความเลื่องชื่อเรื่องขับรถทางไกลวิบาก ขอให้บอกคุณหญิงพร้อมลุย


ไปแล้วก็ให้คิดถึงคนรักดอกไม้ว่า ช่วงนี้คงหวั่นหวาดกับน้ำท่วมฝนตก จนไม่กล้าไปไหนกัน ขนาดตัวฉันเองไปฟังบรรยายที่AUA ในวันฝนตกกลางกรุงหนักหนาสาหัส นึกว่าจะกลายเป็นดอกไม้ลอยน้ำครำกลางถนนราชดำริเสียแล้ว ได้กลับมานั่งมอง pansy บานแล้วชื่นใจมีแรงขึ้นมาได้ จึงอยากส่งรูปดอก pansy ดอกเล็กๆ

ที่ส่ายดอกบานแป้นไหวไปมาให้มิตรรักทั้งหลายได้ชื่นใจเช่นกัน ประหนึ่งท้าทายมรสุมที่พัดมา ให้กำลังใจว่า ฉันไม่กลัว ฉันไม่กลัว

 

.........................................

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่