"ดอกPOINSETTIA "

เมื่อกลางคืนเริ่มนานกว่า 12 ชั่วโมง ใบเลี้ยงของต้น POINSETTIA จะเปลี่ยนจากเขียวเข้มเป็นสีแดง สีของ POINSETTIA ที่ดึงดูดสายตาไม่ใช่สีของดอกแต่เป็นสีของใบเลี้ยง หลายคนนึกว่าเป็นดอก จะเรียกกันผิดๆว่าดอกคริสต์มาส ดอกของ POINSETTIA จะเป็นกระจุกเล็กๆเหนือใบ ไม่มีกลีบดอก สีไม่สะดุดตา ธรรมชาติของ POINSETTIA เป็นไม้พุ่มล้มลุกซึ่งสามารถสูงได้ถึง 10 ฟุต

เพื่อให้สมกับเป็นอาทิตย์ของคริสมาส พี่เบญชวนไปดูบรรยากาศคริสมาสในโรงแรมเพื่อให้สมเป็นเทศกาลของฝรั่งกันหน่อย เมื่อโรงแรมดุสิตธานีเชิญหัวหน้าครูฝึกสอนเชฟ นาม Fabrice Dannie จาก Le Glodon Bleu มาทำขนมอร่อยๆที่เขาประดิษฐ์คิดค้นมาใหม่ๆเช่น Chocolate Banana Macaroons,Ginger Eclair เห็นรายการนี้เราจะพลาดการไปร่วมรายการ High Tea นั่งดื่มชาร้อนๆแกล้มขนมอร่อยของที่นั่นได้ไง รสชาติของขนมที่เชฟประดิษฐ์ ดูน่าเอ็นดู บรรยากาศของโรงแรมที่นั่งมองผ่านกระจกบานใหญ่จากที่นั่งใน Lobby Lounge ทำให้เห็นสวนน้ำตกขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย มีสีแดงของของต้น POINSETTIA ปลูกแซมเป็นระยะ ทำให้นึกถึงตำนานของ POINSETTIAที่เล่ากันว่าเด็กผู้หญิงเม็กซิกันชื่อ Pepita จนมากไม่มีเงินซื้อของขวัญดีๆไปมอบให้กับพระคริสต์ในวันประสูติ เธอรู้สึกต่ำต้อยและเศร้าใจเพราะไม่สามารถหาของดีๆไปสักการะพระคริสต์ได้ แต่ Pedro เพื่อนรักวัยเดียวกันปลอบเธอว่าแม้ของที่สักการะจะดูต่ำต้อยไร้ค่าเพียงไรแต่การมอบให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์ย่อมมีค่าในสายตาของพระคริสต์ Pepita ไม่รู้จะหาของสิ่งใดได้จึงก้มลงเก็บวัชพืชข้างทางขึ้นมาเต็มมือแล้วนำไปถวายพระคริสต์ และทันใดนั้นวัชพืชก็กลายเป็นช่อดอกไม้สีแดงสดสวยงาม นับแต่วันนั้นเป็นต้นมา ต้นไม้นี้จึงถูกเรียกว่า Flores de Noche Buena หรือ Flowers of the Holy Night จริงๆแล้วPOINSETTIA นั้นเป็นไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิกัน ค . ศ .1820 Joel Roberts Poinsett รับตำแหน่ง เอกอัคราชฑูตสหรัฐฯคนแรกประจำประเทศเม็กซิกัน เนื่องจากความสนใจส่วนตัวในเรื่องพฤกษศาสตร์ เขามักจะท่องเที่ยวไปตามชนบทเพื่อมองหาไม้แปลกใหม่ที่ไม่เคยพบมาก่อน ในปีค . ศ .1828 เขาพบพุ่มไม้สวยพุ่มหนึ่งมีสีแดงสดใสขึ้นอยู่บริเวณริมถนน จึงได้นำไม้นั้นกลับไปปลูกที่เรือนเพาะเลี้ยงต้นไม้ของเขาที่ South Carolina แม้ Roberts Poinsett จะมีบทบาทที่สำคัญในฐานะสมาชิกรัฐสภาและนักการฑูตที่สามารถแต่เขากลับเป็นที่รู้จักและจดจำในฐานะของบุคคลที่นำ POINSETTIA เข้ามาให้เป็นที่รู้จักและเผยแพร่ในสหรัฐฯเป็นคนแรกมากกว่าและชื่อของต้นไม้นี้ก็ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน Wilenow พบว่า POINSETTIA ที่ขึ้นแทรกในเรือนเพาะเลี้ยงต้นไม้ของเขา มีสดใสชวนตะลึง เลยตั้งชื่อ POINSETTIA ทางพฤกษศาสตร์ ว่า Euphorbia pulcherrima แปลว่าสวยมาก ชาว Aztecs เรียก POINSETTIA ว่า Cuetlayochitl ชาว Chile และ Peru เรียก POINSETTIA ว่า Crown of the Andes นึกย้อนเมื่อไปจังหวัดเลยเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ต้น POINSETTIA วางขายเกลื่อนโดยเฉพาะที่ภูเรือ จังหวัดเลยจะเป็นแหล่งผลิตที่มีสายพันธุ์ใหม่ๆออกสู่ตลาดเสมออาจเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็นมากกว่าปกติของปีนี้ที่ช่วยเสริม POINSETTIA มองดูงดงามมากขึ้น ราคาเพียงต้นละ10-15บาท เนื่องจาก POINSETTIA เป็นไม้ยอดนิยมช่วงเทศกาลคริสมาสนี้ สหรัฐได้ทำวิจัยเกี่ยวกับ POINSETTIA ไว้มาก จนสามารถมีสถิติที่น่าสนใจ สำหรับไม้ต้นนี้ เช่น74% ของผู้ซื้อยังนิยม POINSETTIA สีแดง 8% นิยมซื้อสีขาว 80% ของผู้ซื้อ POINSETTIA จะเป็นผู้หญิง 80% ของผู้ซื้อ POINSETTIA จะอายุ 40 ปีหรือมากกว่าและPOINSETTIA เป็นไม้กระถางที่ขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกา POINSETTIA บางครั้งถูกเรียกว่า Lobster Flower หรือ Flame Leaf Flower

 

อาทิตย์นี้บ้านดอกไม้คับคั่งด้วยญาติธรรมหลายกลุ่ม เริ่มตั้งแต่คุณหญิง คุณตุ๋ย คุณแอ๊ด และคุณอารต์ ที่ดั้นด้นเดินทางมาทำบุญเบิกเนตรพรพุทธรูปที่ร่วมกันจัดสร้างณ เจดีย์วัดมกุฎคิรีวันและได้มีโอกาสเป็นแม่ครัวทำอาหารเช้าถวายหลวงปู่บุญฤทธิ์ บัณฑิโต ที่ตามมาในวันรุ่งขึ้นคือพี่ปุ๊ พี่ลัดดาที่ ร่วมจัดสร้างพระพุทธรูปสี่อิริยาบทบนยอดเจดีย์ ต้องตื่นกันแต่ตีสี่ออกเดินทางมาถึงบ้านดอกไม้แปดโมงเช้า ทันถวายอาหารเช้าหลวงปู่บุญฤทธิ์ ที่มาจำวัดที่บ้านดอกไม้ ได้รับพรจากหลวงปู่ไปทั่วกันทุกคน

พี่อารีย์ที่เคยเป็นประธานชมรมพุทธของกฟผ.ได้นิมนต์หลวงปู่บุญฤทธิ์ บัณฑิโตให้มาจำวัดที่บ้านดอกไม้ ปีนี้ท่านอาย ุ93 เกือบ 94 แล้ว ท่านไม่ค่อยจะรับนิมนต์ไปไหนบ่อยนอกจากจำพรรษาอยู่ที่สวนทิพย์ ของคุณพิทยา กิตติขจร อาทิตย์นี้เนื่องจากมีงานพิธีที่วัดมกุฎคิรีวัน ท่านเจ้าคุณญาณดิลกได้นิมนต์พระเถระผู้ใหญ่มาประกอบพิธี149รูป หลวงปู่เลยรับนิมนต์มาและได้มาจำวัดที่บ้านดอกไม้หนึ่งคืนระหว่างประกอบพิธี2วันเต็ม แม้จะได้จัดเตรียมที่นอนไว้ให้ท่านได้พักผ่อนแต่ท่านแทบจะไม่ได้พักเพราะศานุศิษย์ที่นับถือท่านตามมากราบ เสร็จแล้วหลวงปู่จะนั่งสมาธิกว่าจะได้พักบนเตรียมที่จัดไว้ในห้องนอนเวลาล่วงไปถึงตีสี่ ท่านทุกเพื่อเตรียมตัวฉันอาหารสองโมงครึ่งและออกไปวัดเพื่อประกอบพิธีศาสนกิจ ต้องใช้ศิษย์ถึง3คนยกขึ้นรถ ยกท่านลงจากรถ แม้จะลำบากและเหนื่อยขนาดไหนทั้งท่านและลูกศิษย์ ไม่เคยหน้านิ่วคิ้วขมวด มีแต่รอยยิ้มด้วยความเมตตา เมตตาของผู้ให้ธรรมะและมีธรรมะเป็นสรณะ

 

คำสอนของหลวงปู่บุญฤทธิ์ บัณฑิโตที่ติดใจกินใจลูกศิษย์จากทั่วทุกสารทิศ ที่ต่างแวะเวียนตามท่านไปนั่งปฎิบิติภาวนาจิตกับท่านเสมอ คือการทำจิตให้บริสุทธิ์ ไม่ประมาทในอนิจัง ทุกขัง อนัตตา มรณานุสติ ให้สติรู้ รู้สักแต่รู้ เห็นสักแต่เห็น คือรู้สติพร้อม ท่านมักจะชอบให้ทุกคนที่มากราบท่านได้นั่งภาวนาตามท่านไปด้วย ท่านบอกว่า ถ้ารู้ธรรมเห็นธรรม มันก็หายโง่ พ้นทุกข์พอแล้ว หายใจเข้า หายใจออกก็ธรรมดา ได้ยินก็ธรรมดา ได้เห็นก็ธรรมดา ธรรมดาทั้งนั้น

เมื่อจิตมองทุกสิ่งเป็นเรื่องธรรมดา ในที่สุด รัก โลภ โกรธ หลงที่ขุ่นข้องอยู่ในจิตจะตกตะกอน จิตจะนิ่งและบริสุทธิ์ไปเอง

 

 

.........................................

 

 

ถ้าเข้างมาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่