"หยุดพักหน่อย"
เรื่องราวของบ้านดอกไม้ คงต้องขอหยุดพักสักหน่อยในฉบับนี้ เพราะคุณหมอเจ้าของไข้เรียกตัวกลับเข้าโรงพยาบาล เพื่อเข้ารับกระบวนการบำบัดใหม่โดยด่วน การรักษาคราวนี้ไม่รู้ว่าจะเนิ่นนานยืดยาวไปอีกนานเท่าไร จะลุกขึ้นมาพูดคุยได้หรือเปล่ายังไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆชีวิตตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม เป็นต้นไป คงจะวนเวียนแต่ที่โรงพยาบาล อยากจะมีโอกาสมาเขียนเรื่องเล่าได้ใหม่ในบ้านดอกไม้ เมื่อแข็งแรงขึ้น ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร
บ้านดอกไม้ ฉบับนี้จึงต้องบอกกล่าวมิตรรักแฟนเพลงไว้จะได้ไม่ต้องคอยเก้อ เพราะขบวนการรักษาคราวนี้ท่านอาจารย์หมอทำหน้ายู่ยี่แบบพูดไม่ถูกว่าจะต้องเฉือนเนื้อ ต้องเอาเนื้อไหนมาปะตรงไหน ต้องฉายแสงหรือให้คีโมแบบไหนดี คนไข้ถึงจะอยู่เป็นเพื่อนให้หมอรักษาต่อไปอีกจนคุณหมอจะเกษียณ เพราะเวลา4ปีที่เริ่มต้นมาด้วยกัน อาจารย์พูดเหมือน คุณอยู่รอดมาถึงช่วงนี้ได้ เก่งทั้งคุณและหมอแล้วนะ และต่อไปนี้ขอให้เชื่อหมอ เข้าห้องผ่าตัดหมอหาวิธีให้คุณจนได้ ฟังอาจารย์หมอแล้วไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจ รู้แต่ว่าช็อคแน่นิ่งไปชั่วขณะ ว่าอาจารย์หมอจะใจดีหาวิธีให้สิ้นใจง่ายๆคาเตียงผ่าตัดหรือใจร้ายที่จะยืดเยื้อให้ทรมานรับการรักษาแบบอมตะนิรันดร์กาลไม่มีสิ้นสุด เพราะธรรมชาติของคุณน้องหนูเซลล์มะเร็งที่แอบแฝงเร้นในร่างกายของทุกผู้ทุกคนนั้น เป็นเซลล์ที่เกเร ไม่มีมารยาทที่จะตายเมื่อถึงอายุอันสมควร อยากอยู่ให้นานและขยายอาณาเขตแดนรุกล้ำแฝงกายเหมือนกองโจรที่แอบซุ่มคอยทีเผลอแล้วโผล่ออกมาโจมตี เรียกว่าไม่เคารพกฏเกณฑ์ คล้ายอันธพาล สร้างความวุ่นวายโกลาหลไปทั่วดินแดนของร่างกายอันสงบ ที่สุดไม่มีชัยชนะสำหรับเหยื่อและผู้ล่า เมื่อมะเร็งฆ่าชีวิตของเหยื่อ มันก็จบชีวิตของมันเองด้วย ทำนองมาด้วยกันตายด้วยกันเลือดสุพรรณเอ๋ย เหมือนว่ามะเร็งเกิดมาพร้อมจะสละชีพตนเองแบบกามิกาเซ่ เพื่ออุดมการณ์อันมุ่งมั่นปรารถนาพร้อมรับความตายเป็นรางวัล
ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา แม้ใครต่อใครจะบอกเสมอว่าโชคดีจังที่ผ่านพ้นมาได้ แต่ตัวเองไม่เคยพยักหน้ารับได้แต่ยิ้มเฉยๆเพราะรู้อยู่เต็มอก ตามข้อเท็จจริงทางการแพทย์ว่า เมื่อมีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นในร่างกาย เซลล์นั้นไม่ยอมถูกทำลายไปได้ง่ายๆ มันเพียงแต่รอเวลาฟื้นตัวขึ้นมารุกรานดินแดนใหม่ เหมือนร่างกายเป็นสมรภูมิรบที่เมื่อเราใช้อาวุธคือยาหรือกัมมันตรังสีฉายแสง คุณน้องหนูเซลล์มะเร็ง จำเป็นต้องถอยร่นหลบพักออมแรง หาเล่ห์เหลี่ยมช่องทางกลับมารบใหม่ แน่นอนในที่สุดร่างกายที่โดนถล่มด้วยอาวุธหนักเบาเหล่านี้นานเข้า บ่อยเข้า ย่อมไม่สามารถทานทนต่อไปได้เหมือนกัน เป็นการต่อสู้ที่เสียเวลาและไร้ทิศทางแสงสว่างของชัยชนะ เปรียบเสมือนการต่อสู้ในสงครามกองโจรไร้รูปแบบ
พอแม่ชีกี้รู้ว่า ฉันต้องผ่าตัดอีก ประโยคแรกที่ถามคือ ร้องไห้ไปแล้วใช่ไหม แล้วเสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกันของเราสองคนก็เกิดขึ้นอย่างไม่ได้นัดหมาย แม่ชีกี้บอกเมื่อสิ้นเสียงหัวเราะว่า เป็นของธรรมดา แล้วรีบบอกว่า จะมานั่งอ่านต้นฉบับที่กี้เขียนเสร็จได้เมื่อไร แน่นอนคงต้องเร็วที่สุด กี้เขียนหนังสือผ่านประสบการณ์การรักษาของตัวเองตลอด 4 ปีใช้ชื่อเรื่อง อ่านเอาเองก็แล้วกันเ เมื่อได้อ่านต้นฉบับ ก่อนส่งพิมพ์ของหนังสือหนาจำนวน 10 กว่าหน้า A 4 ของกี้ ต้องบอกว่า เธอเขียนได้น่าทึ่ง ผสมผสานระหว่างบทบู๊กับกัณฑ์เทศน์ อย่างสนุกสนานชวนติดตาม โดยเฉพาะตอนจบหนังสือเธอบอกว่า ระยะหลัง เธอเป็นแฟนภาพยนตร์เกาหลี ที่นางเอกมักจะเป็นมะเร็งตาย เธอจะดูอย่างใจจดจ่อว่าอาการตายของนางเอกเป็นอย่างไร แต่ทุกเรื่องนางเอกล้วนมีพระเอกมานั่งเกาะกุมมือนางเอกไว้จนสิ้นใจ เธอบอกถ้าวาระสุดท้ายมาถึงมีแบบนั้นคงจะดีนะ นี่ขนาดเป็นแม่ชี ยังมีอารมณ์โรแมนติค อ่านแล้วขำ ยังฝันหวานๆได้ตลอดเวลา ตามธรรมชาติแบบผู้หญิงจริงๆ แม้จะรักษาศีล เธอสารภาพว่าได้สวดให้เซลล์มะเร็งในร่างกายตายทุกวัน แต่เมื่อนึกได้ว่าการทำเช่นนั้น ผิดศีลปาณาติปาตาเวรมณี เธอจึงหยุดสวด จนถึงวันนี้แม้ผ่านการผ่าตัดทุกปี มะเร็งได้ทำลายกระเพาะอาหาร รังไข่และปัจจุบันมาอยู่ที่กระดูกเชิงกราน ให้คีโมและฉายแสงทุกปี ที่สุดหมอบอกทำอะไรไม่ได้อีกแล้วเหลือเพียงรอ เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะแพ้ในสงครามที่ยืดเยื้อและเจ็บปวดนี้ เป็นนักสู้สิบทิศจริงๆ เซลล์มะเร็งมีแรงอึดสู้เธอไม่ได้ง่ายๆ
ส่วน พี่เล็ก ชนินทร เขียนประสบการณ์การรักษาของตัวเอง เรื่อง My 170 days เรื่องราวของพี่เล็ก ออกแนวหวานแบบโรแมนติกเสียจนแม้แต่เซลล์มะเร็งในร่างกายคงจะยอมถอยร่นไปหลับฝันหวานอย่างสงบ สำหรับฉันแม้ใครๆจะบอกให้เขียนสักทีสิ ฉันไม่ชอบเขียนเรื่องราวการรักษาที่เศร้าหมอง ครั้งนี้ที่ถือเป็นการผ่าตัดจุดเดิมเป็นครั้งที่4 เพราะจากการผ่าตัดครั้งแรก จำได้ว่ามีน้ำหนักตัว58 กิโล ตอนนี้เหลือเพียง38 ในอีกสองสามวันนี้ ก่อนวันผ่าครั้งที่4 คงเหลือเพียง36กิโล น้ำหนักเท่าสมัยเป็นสาวน้อยอายุ16 ปี จริงๆแล้ว คนผอมนั้นไม่ดีมากเลย รู้ตัวว่า แค่การตรวจร่างกายอย่างละเอียดชนิดที่ต้องผ่านเครื่อง CT Scan ซึ่งต้องฉีดยาให้เกิดสีในร่างกาย ยังรู้สึกว่ายาที่หมอบอกไม่มีอันตรายนั้น ทำไมเพียงสรรพคุณของยาเพียงช่วงเวลาเพียงสูดลมหายใจยังไม่ทันผ่านพ้นรูจมูก ความเร็วของยาได้แล่นปราดจากปลายแขนทะลุ ไปถึงช่องคลอดปลายประสาทสัมผัสเรียบร้อยแล้ว ความเเร็วและแรงของยาแทบจะทำให้หัวใจของร่างน้อยๆหยุดเต้นไปในขณะที่เข็มยังปักคาแขน และยายังคงไหลวนเวียนในร่างกาย กว่าอาทิตย์ กลิ่นยาที่ฉีดเข้าเส้นจะจางหายไปจากกลิ่นปัสสะวะที่ขับของเสียจากร่าง นี่เอง ที่หลายคนบอกว่า ไม่ได้ตายเพราะมะเร็งแต่ตายเพราะยารักษามะเร็งที่ต้องมีความร้ายกาจไร้เทียมทาน เทียบเท่ามะเร็งถึงจะต่อสู้กันได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ สู้แบบถึงพริกถึงขิงแบบนี้ ผลสุดท้ายตายเรียบร้อยทั้งสองฝ่าย ได้เผาพร้อมกัน จบเรื่องไป
ในบรรดาความหวังที่ทั้งคนไข้และนายแพทย์ ต่างหลอกล่อกันไปมาคือ มีความเชื่อว่า ยังมีหนทางของความสำเร็จในขั้นสุดท้ายที่เราจะไปให้ถึง ซึ่งความหวังที่ได้จากความเชื่อนี้สามารถขจัดความทุกข์ทรมานและความโศกเศร้าไปชั่วขณะ เป็นความหวังในความไม่มีหวัง ที่ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการพรากไปจากใจ อาจเป็นการกระทำหรือความคิดที่ทำด้วยความคิดในเชิงบวก เป็นความปรารถนาดีต่อจิตที่บอบบางแต่เมื่อมองลึกลงไปกลับเป็นเส้นทางที่ทอดไปสู่นรกซึ่งล่อหลอกด้วยบทสวดมนต์ เป็นเส้นทางที่ถูกนำทางด้วยความผิดพลาด ที่ไม่ยอมรับอำนาจพลังของการแตกดับของร่างกาย หันหาเวลาถ่วงเวลาให้แสงแห่งชีวิตที่ริบหรี่ทอดยาวไปโดยใช้การปฎิบัติการณ์ทางแพทย์ที่ฟุ่มเฟือย เพื่อรักษาสมรภูมิที่เลอะเทอะที่ไม่สามารถเจริญเติบโต เพาะปลูกอะไรไม่ได้แล้วให้คงอยู่
่เมื่อคิดถึงความสิ้นสุดของชีวิต เราร่ำไห้เสียใจเศร้าโศกเพราะเวลาของชีวิตไม่เป็นไปตามที่เคยได้คาดหวัง เศร้าโศกเพราะสูญเสียความฝันที่ได้ฝันว่าจะไปให้ถึง ต้องมีความเชื่อว่าชีวิตไม่อาจนับคุณค่าจากจำนวนเวลาของลมหายใจที่เข้าออกที่แสนสั้นหรือแสนยาว แต่คุณค่าของชีวิตที่ได้ผ่านประสบการณ์มากมาย ของผู้คนรอบข้างที่มีมาให้ไม่เคยหมดต่างหากที่เป็นคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต แน่นอนประสบการณ์ที่ผ่านได้พบคนให้ใจ ได้พบคนทำร้ายใจ เมื่อลมหายใจสุดท้ายมาถึง จึงเหมือนการพักหลับฝันหวานด้วยรอยยิ้ม
.........................................
ถ้าเข้างมาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
||||||||
Home | Email | ©2004 ThaiThink.com บ้านดอกไม้ |