|
หยดน้ำตาของนางฟ้า
ทำไมชาวตะวันตก จึงเรียกประเทศศรีลังกาว่า หยดน้ำตาของนางฟ้า The Tear Drops of the Angle จะเป็นเพราะรูปทรงของประเทศ ที่ดูจากภาพถ่ายทางอากาศเป็นรูปหยดน้ำ หรือ เพราะความยากจนของพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ ที่ทำให้นางฟ้าบนสวรรค์ต้องร่ำไห้ด้วยความสงสารมานานแสนนาน
น้ำทะเลจากมหาสมุทรอินเดียที่ี่ล้อมรอบประเทศศรีลังกา ทำให้ดูเหมือนเกาะแห่งนี้ดูเล็กลงไปอีกและเหมือนจะจมลงไป ในผืนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่มากยิ่งขึ้น ทางรถไฟสายเรียบมหาสมุทรอินเดียขนส่งประชาชนชาวศรีลังกาให้เดินทางรอบเมืองหลวงกรุงโคลัมโบ แน่นจนล้นออกมานอกรถได้ทุกขบวนเพราะทางเลือกอันน้อยนิดกับชีวิตที่ต้องต่อสู้เพื่อให้อยู่รอด
อาทิตย์นี้นอกจากจะได้ไปดูต้นไม้ดอกไม้ที่ประเทศศรีลังกาแล้ว ยังมีงานบุญงานกุศลมาเล่าให้ได้อนุโมทนาบุญกันอีกด้วย ไปศรีลังกามา คำถามแรกที่มักจะตามมาคือ ไปทำไม เพราะประเทศนี้ในสายตาของคนทั่วไปแทบจะนึกไม่ออกว่าไปทำไม ทำไมถึงจะต้องไปกัน เริ่มเรื่องเลยต้องเล่ากันยาวว่า ดร.สุเมธ ชุมสาย สถาปนิกใหญ่ระดับประเทศ ได้มาปรารภกับท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ถึงวัดทีปทุตตมาราม วัดไทยในนครโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2318 แต่ถูกทอดทิ้งทรุดโทรม จน Prince Priest อันเป็นสมญานามของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ อดีตราชฑูตประจำ 11 ประเทศในยุโรปและอเมริกา มาทรงผนวชและจำพรรษาเป็นเจ้าอาวาส สมณนามว่า พระชินวรวงศ์ ที่วัดนี้ ในพ.ศ.2447 ได้เริ่มทำนุบำรุงวัดนี้ขึ้นมาใหม่ เป็นวัดที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยือนวัดนี้ เมื่อพ.ศ.2482 แม้จะสร้างและทำนุบำรุงมานานแต่รัตนเจดีย์ที่มีช่องบรรจุพระพุทธรูปรอบพระเจดีย์ยังว่างเปล่า ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุลและพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย จึงพร้อมใจร่วมกันหล่อพระพุทธรูป จำนวน 274องค์ เพื่อจะได้บรรจุโดยรอบรัตนเจดีย์
การเดินทางไปศรีลังกาคราวนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ที่เหลือเชื่อเพราะไม่มีครั้งใด ที่พนักงานระดับผู้บริหารของธนาคารแห่งประเทศไทยจะร่วมเดินทางออกนอกประเทศ คราวเดียวเกือบหมด เรียกได้ว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น รับรององค์กรแห่งนี้จะกลายเป็นองค์กรกระทัดรัดสมใจนึกภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ทุกคนที่ไปต่างคิดว่าเมื่อตั้งใจที่จะทำสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้น จะมีสิ่งร้ายหรือไม่ดีเกิดขึ้นในการเดินทางได้อย่างไร วิถีการทำงานและความสัมพันธ์ในองค์กรแห่งนี้เป็นเรื่องแปลก เวลาอยู่ในหน้าที่การงานโต๊ะประชุม ทุกคนเครียดจนกลับบ้านเป็นไมเกรนกันหมด แต่นอกเวลางานต่างสนุกและเป็นกันเองได้อย่างง่ายๆ ตั้งแต่ ผู้ว่าการธนาคาร ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล พอเครื่องบินลงจอดที่โคลัมโบ ท่านเดินตรงไปหิ้วกระเป๋า ยกกระเป๋าของท่าน โดยพนักงานที่ร่วมเดินทางไปด้วยทั้งหมด ไม่มีใครเข้าไปช่วยท่านเลยสักคน ได้แต่ยืนมองพร้อมส่งยิ้มให้กำลังใจแบบเปิดเผย ไม่หลบตา ให้ท่านแบกกระเป๋าใบใหญ่ตัวเอียงขึ้นรถบัสเอง หรือลูกน้องจะคิดว่าท่านตัวใหญ่กว่าทุกคนที่ไปอยู่แล้ว ไม่ต้องเข้าไปช่วยพยุงกระเป๋าให้ท่าน ท่านคงมีแรงลากกระเป๋าเองมากกว่าพวกเรา คงไม่ใช่เพราะภรรยาท่านยังลากกระเป๋าเองอีกเหมือนกัน คงมีองค์กรของรัฐองค์กรเดียวนี้กระมั๊ง ที่ลูกน้องไม่ต้องดูแลเจ้านายทุกตำแหน่ง มาทุกยุคทุกสมัย ขนาดคุณธัญญา สุรัสวดี ผู้ช่วยผู้ว่าการด้านช่วยงานบริหาร แม่งานของการเดินทางร่วมไปงานทำบุญงานนี้ กล่องของที่ขนไปให้สถานฑูตไทยในศรีลังกา 28 กล่อง ยังต้องเอวเคล็ดลากกล่อง ลงจากสายพานขนกระเป๋าเองเสียหลายกล่อง กว่าคนที่ร่วมเดินทางจะหันไปมองเห็นและวิ่งเข้าไปช่วย พร้อมท่านทููต กาญจน์ ชีรานนท์ ที่มายืนรอรับ ที่ต้องกลายเป็นเด็กยกกล่องและเข็นกล่องทั้งหมด ออกจากสนามบินเอง
อยากจะบรรยายพิธีประดิษฐ์ฐานพระพุทธรูปในรัตนเจดีย์และพิธีเปิดห้องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดทีปทุตตมาราม วัดไทยในนครโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา ให้เห็นภาพได้ละเอียด แต่ไม่รู้ว่าจะได้สักแค่ไหน แต่จะลองดู เพราะพิธีในวันที่ 2 กรกฏาคม 2547 ที่ผ่านมามีความรู้สึกลึกๆว่าอย่างน้อย สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น น่าจะมีการเก็บรายละเอียดไว้เพื่อสักวันหนึ่งเมื่อมองย้อนกลับไป คนไทยในรุ่นต่อมา จะได้เห็นภาพว่าครั้งหนึ่งมีชาวไทยกลุ่มหนึ่งได้ร่วมกันสร้างประโยชน์สำหรับโลก สำหรับศาสนาต่อไปอีกนับร้อยนับพันปี สิ่งที่เราช่วยร่วมกันสร้างจะยังคงอยู่เป็นที่เคารพสักการะ เพื่อระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นศาสดาของศาสนาพุทธ ที่จะเป็นที่พึ่งทางใจ ทางปัญญา ให้คนรุ่นต่อๆมา ได้นำหลักธรรมของท่านมาประพฤติปฎิบัติ เพื่อหลุดพ้นจากความทุกข์ เข้าใจชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เริ่มต้นเช้าวันที่ 2 กรกฏาคม 2547 ทุกคนที่เข้าร่วมในพิธีถูกกำหนดให้ใส่ชุดขาว ท่านพระครูวัสกาดูเว มหิทวังสา เจ้าอาวาสได้ให้การต้อนรับพร้อมขบวนพิธีแห่ของศรีลังกา ตั้งแต่ลงจากรถ งานนี้ท่านการุ ชยสุริยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพระพุทธศาสนาของศรีลังกาและท่านประสัน คุณวรรธนะ ผู้ว่าการกรุงโคลัมโบ มาต้อนรับเข้าสู่วัดไทย ชาวบ้็านแถบจะหมดตำบลมารอยืนรอขบวนแห่แน่นไปหมด โชคดีที่อากาศวันนั้นมีฝนตกลงมาแต่เช้าตรู่ เหมือนน้ำมนต์พรหมลงมาแต่เช้าพอเริ่มพิธีอากาศเย็นสบาย
เมื่อไปถึงพวกเราเดินทางเข้าวิหาร ถวายดอกไม้บูชาพระพุทธรูปแล้ว ออกมาเดินชมรอบวิหารกับบ้าง หรือเดินเวียนรอบรอบรัตนเจดีย์ หรือเดินเวียนรอบต้นโพธิ์พร้อมกับรดน้ำต้นโพธิ์ อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของชาวศรีลังกาที่มักจะมีเหยือกใบเล็กๆวางไว้ให้ไปตักน้ำมารดต้นโพธิ์
บ้างก็เดินไปดูต้น Red Sandal Wood ไม้สกุลเดียวกับต้นประดู่ของไทยแต่ต่าง species ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงปลูกไว้ และติดกันต้น Madara ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอดุลยเดช ทรงปลูกไว้ ช่วงนี้กำลังมีลูกเต็มต้น
เมื่อม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล กล่าวมอบพระพุทธรูปทั้งหมด พิธีอัญเชิญพระพุทธรูปประดิษฐาน ไว้ในรัตนเจดีย์สิ้นสุดลง ประมาณสิบโมงเช้าฯพณฯ Mahinda Rajapakse นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศศรีลังกามาเป็นประธานร่วมในพิธีอัญเชิญผอบ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไปวางไว้ในห้องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ขณะนั่งในห้องพิธีเล็กๆฟังพระศรีลังกา 9 รูป สวดมนต์เจริญภาวนา ด้วยคำสวดที่ไพเราะจนหลายคนน้ำตาซึมด้วยความปิติ ในการร่วมในพิธีบุญครั้งนี้ เสร็จพิธีมีการถวายภัตตาหารและเครื่องสังฆทานพระสงฆ์ 9 รูป และในวันต่อมาพวกเรายังได้มีโอกาสได้รับพรจากท่านเจ้าอาวาส อีกครั้ง โดยท่านอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไว้เหนือศรีษะของทุกคน พร้อมสวดเจริญภาวนาเพื่อเป็นสิริมงคล เป็นรายบุคคล ท่านได้เมตตาพวกเราทุกคนเป็นอย่างมากทีเดียว เมื่อนึกถึงว่าท่านต้องยกพระบรมสารีริกธาตุที่บรรจุในเจดีย์ทองคำหนักหลายกิโล ไว้เหนือศรีษะของแต่ละคนพร้อมคำสวดยาวกว่าสองนาทีทุกคนไป
ไม่เพียงแต่เท่านั้นทุกคนยังได้ไปสักการะพระเขี้ยวแก้วที่เมืองแคนดี้ พระเขี้ยวแก้วเป็นสิ่งศักดิ์สิทธฺ์ที่ได้รับการนับถือของชาวพุทธทั่วโลก ทุกคนได้เข้าชมในชั้นสองถึงองค์พระเขี้ยวแก้วเลย ไม่ใช่ไหว้ที่ชั้นล่างเหมือนนักเดินทางทั่วไป การเข้าไปสักการะพระเขี้ยวแก้วในครั้งนี้หลายคนถ่ายรูปติดรัศมีแสงพิเศษมาในกล้องได้หลายรูป ทั้งหมดที่เล่าอาจเป็นเพียงส่วนน้อยที่เก็บรายละเอียดมาให้อ่านกันได้ในพิธีงานบุญอันประเสริฐครั้งนี้
ประเทศศรีลังกามีสถานที่เที่ยวดีๆเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมืองสิกิริยาทีมี ีLion Rock ยืนสง่าทมึนสูงด้วยบันไดที่ต้องปีนป่าย1,250ขั้น หลายคนปีนได้
ที่Lion Rock มีบางคนยอมนั่งรอเพื่อนอย่างใจเย็นในรถกว่าสองชั่วโมงเพราะรู้ตัวว่าขึ้นไม่ไหว และหลายคนซาบซึ้งในน้ำใจผู้บังคับบัญชา ที่อุตสาห์ยืนรอลูกน้องพร้อมนั่งนับว่าปีนเขา ขึ้นไปกี่คนและเดินกลับลงมาครบหมดทุกคนแล้ว ถึงจะเดินขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย
ถ้ามาศรีลังกาแล้วไม่ได้ไปเดินดูต้นไม้ที่ Royal Botanical Garden ที่เพอราดีเนีย ดูจะกระไรอยู่ เพราะสวนแห่งนี้เป็นสวนของวังเก่า เมื่อตกเป็นเมืองขึ้นสวนนี้จึงถูกเปลี่ยนเป็นสวนพฤกษศาสตร์ สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่นักพฤกษศาสตร์ทั่วโลกต้องบินมาดู ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะประวัติต้นไม้พิเศษแต่ละต้นในสวนแห่งนี้ที่มีอายุนับหลายร้อยปี ต้นไม้ทุกต้นใหญ่โตหมดเพราะปลูกมา300-400ปี ดูแค่ต้นปรงหรือCycadที่สูงท่วมศรีษะ Cook Pine
ทิวสนที่ปลูกมาตั้งแต่กัปตันคุ๊ก ต้นไผ่ลำยักษ์ของโลก กล่าวกันว่าใหญ่ที่สุดในโลก ลำต้นสูง30-40เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลางของลำ 30-40เซ็นติเมตร อัตราการเจริญเติบโต 30 เซ็นติเมตรต่อวัน ใช้เวลา3 เดือน หยุดการเจริญเติบโต ที่พิเศษอีกแห่งในสวนแห่งนี้คือที่จุดกึ่งกลางสวนมีวงเวียนใหญ่ เป็นพิพิธภัณฑ์ของไม้ยืนต้นขนาดยักษ์ ริ้วรอยขรุขระ บนเปลือกไม้บนลำต้นบอกถึงความทนร้อนทนหนาว ความทรหดอดทนมาชั่วเวลายาวนาน
นอกจากไม้ยืนต้นแล้ว การรวบรวมไม้เถาดอกยังเป็นจุดเด่นของสวนแห่งนี้ ช่วงนี้มีหลายต้นที่ทะยอยบานให้เห็นดอก น่าเสียดายที่ได้ใช้เวลาที่สวนแห่งนี้เพียงชั่วโมงเดียว ทำเอาแทบจะต้องเปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้าสเก็ต วิ่งไปทั่วสวน เลยได้ภาพดอกไม้ออกดอกมาไม่กี่ต้น ต้นไม้ทุกต้นในสวนแห่งนี้สูงใหญ่จริงๆ เมื่อไปยืนเปรียบเทียบ ความมีอายุของต้นไม้ยิ่งมีอายุมากขึ้น ย่อมสมบูรณ์และงดงามมากขึ้นตามอายุขัย จะรู้สึกว่าเราเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของกาลเวลาที่ผ่านมา แล้วจะผ่านไปในเวลาไม่ถึงร้อยปี แต่ต้นไม้พวกนี้ยืนนิ่งๆค่อยๆเติบโตอย่างสง่างาม เข้มแข็งไปเรื่อยๆทุกวันทุกปีไปเรื่อยๆอย่างสงบเสงี่ยมจริงๆ เวลาไปสวนพฤกษศาสตร์ที่มีต้นไม้ใหญ่แบบนี้มากๆ ต้องเดินไปจับลำต้นของไม้ใหญ่ทุกต้นให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้พลังความแข็งแกร่งต้นไม้ให้ถ่ายทอดกลับมาสู่เราบ้าง เหมือนเมื่อไปขึ้นเขาLion Rock จะพยายามสัมผัสพื้นหินแข็งแกร่งทุกจุดที่พอจะสัมผัสได้เพราะเชื่อว่าพลังธรรมชาติ ในสิ่งเหล่านี้มีพร้อมที่จะซึมให้กับกับเราได้บ้างสักเล็กน้อยก็ยังดี
อาทิตย์นี้จบลงด้วยบุญอันประเสริฐที่เต็มไปด้วยความอิ่มใจที่ได้ไปร่วมประดิษฐ์ฐานพระพุทธรูปในรัตนเจดีย์และ พิธีเปิดห้องบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดทีปทุตตมาราม วัดไทยในนครโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาี อิ่มใจที่ได้เห็นองค์พระพุทธรูป ที่จัดสร้างขึ้นด้วยการบริจาคทรัพย์ส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน เพื่อจะสืบทอดพุทธศาสนา ให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไปในแผ่นดิน ที่กล่าวกันว่า มีเพียงคนสองชนชั้นคือ คนจนและคนจนที่สุด ชาวศรีลังกาเดินมาสิบคนเป็นคนผอมเสียสิบเอ็ดคน คือคนที่เดินในถนนหาคนอ้วนถ้วนสมบูรณ์ืยากมาก แต่ความยากจนไม่ได้ทำให้ชาวศรีลังกามีชีวิตอย่างไร้สุข ทุกแห่งที่ได้ไป จะพบรอยยิ้มอันอบอุ่น จากคนที่มีความสุข ความสนุกในชีวิต การเข้าถึงศาสนาพุทธของชาวศรีลังกาที่ฝังรากมาช้านาน ทำให้ชีวิตแม้ยากจนแต่ไม่หม่นหมอง ไม่แห้งรอยยิ้ม เมื่อมองผ่านรอยยิ้มของชาวศรีลังกา จะเห็นสัจธรรมอย่างหนึ่งของชีวิตที่นี่ จะเข้าใจว่าพุทธศาสนาที่ฝังรากลงในแผ่นดินแห่งนี้ ทำให้วิถีการมองชีวิต การใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย แบบไม่มีอะไร สามารถมีความสุขได้ สามารถเห็นโลกรอบตัวด้วยจิตใจแจ่มใส มีความสุขได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่รอยยิ้มของชาวศรีลังกาเหมือนรอยยิ้มของคนไทย เป็นรอยยิ้มของชาวพุทธ
บางทีสมญานาม หยดน้ำตาของนางฟ้า The Tear Drops of the Angle ของประเทศศรีลังกา อาจเป็นน้ำตาของนางฟ้าบนสวรรค์ที่ร่ำไห้ด้วยความปลื้มปิติ ของบุญอันประเสริฐที่ชาวพุทธร่วมใจสืบต่อพุทธศาสนา ด้วยการประพฤติปฎิบัติธรรมอันดีต่อไปเป็นสรณะ นั่นเอง ---------------------------------------------------------- ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 724 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004