|
เรียนไม่รู้จบ "มหาพรหมราชินี "พรรณไม้วงศ์กระดังงา ค้นพบใหม่ล่าสุดของโลกมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mitrephora sirikitiae Weerasooriya Chalermglin&R.M.K. Saunders พบในเขต อุทยานแห่งชาติแม่ฮ่องสอน
การประชุมสมาคมไม้ประดับประจำเดือนสิงหาคม หัวข้อสนทนาไม่พ้นเรื่องไม้ที่พบใหม ่"มหาพรหมราชินี " ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ผู้ค้นพบพรรณไม้วงศ์กระดังงา ชนิดใหม่ของโลก ที่บริเวณยอดเขาในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นชนิดที่49 ของพรรณไม้ในวงศ์กระดังงาจากทั่วโลก แอบกระซิบถาม"ปูเป้" ดร.ศศิวิมล แสวงผล อาจารย์พฤกษศาตร์มหาวิทยาลัยมหิดลว่า ทำไม ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น มักจะเป็นบุคคลที่ค้นพบไม้ใหม่ๆเสมอ "ปูเป้"หัวเราะกระซิบตอบมาว่า"ก็แกเงยไงละ" ถึงได้ถึงเข้าใจ คนเราถ้าไม่ใส่ใจก็ไม่สังเกตุ ไม่มองหา แต่ ดร.ปิยะ เข้าป่าทุกครั้งเพื่อเงยหน้าสอดส่องหาไม้ใหม่เสมอนั่นเอง การค้นพบไม้ใหม่ของโลกต้องมีคนรับรองว่าไม้นี้ยังไม่มีใครพบมาก่อนจริง ครั้งนี้ดร.อลูนา วีราโสรยา แห่งมาวิทยาลัยฮ่องกง ผู้เชี่ยวชาญไม้สกุลนี้ เป็นผู้รับรองและต้องตีพิมพ์การค้นพบลงในวารสาร เพื่อประกาศให้รู้โดยทั่วกันในวงการ โดยจะพิมพ์ข้อมูลการค้นพบลงที่ Nordic Journal of Botany พร้อมกับส่งตัวอย่างไปเก็บไว้ที่หอพรรณไม้ที่สำคัญของโลก 5แห่งคือหอพรรณไม้มหาวิทยาลัยออฮุส เดนมาร์ก หอพรรณไม้มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน สวนพฤกษศาสตร์คิว อังกฤษ หอพรรณไม้ไลเดน เนเธอร์แลนด์ หอพรรณไม้ มหาวิทยาลัยฮ่องกง เพื่อให้ประชากรชาติอื่นได้ร่วมศึกษา ร่วมเรียนรู้ไม้พรรณนี้กันอย่างทั่วถึงและตลอดไปนั่นเอง
เมื่อพูดถึงไม้ใหม่ อาจารย์สุรัตน์ วัณโณ อดใจไม่ได้ แอบย่องไปยกไม้ที่ตัวเองพบที่กาญจนบุรีมาอวด ให้กรรมการสมาคมฯน้ำลายหก เพราะไม้วงศ์คล้าที่อาจารย์ยกมานี้ยังไม่มีใครเคยเห็น และกำลังตรวจสอบว่ายังไม่มีใครค้นพบไม้ตัวนี้จริง ก็จะมีการประกาศออกไปเหมือนกัน จริงๆเมืองไทยเนื่องจากเราไม่ได้เป็นเมืองขึ้น การมาล่าเอาต้นไม้เรากลับประเทศไปแอบอ้างการค้นพบจึงไม่เกิดขึ้น โอกาสที่เราจะพบไม้ใหม่ๆที่ยังไม่มีใครไปจดทะเบียนใส่ชื่อคนค้นพบจึงมีอีกมาก เนื่องจากความหลากหลายทางชีวภาพของป่าไทยยังมีมาก เนื่องจากวันรุ่งขึ้นเป็นวันเกิดพี่ปุ๊"เนาวรัตน์ ลี้อิสสระนุกูล" กรรมการเลยจัดฉลองวันเกิดให้ช่วงหลังอาหารกลางวัน ของขวัญที่ให้เป็นกระเช้าสับประรดสีที่จัดไม้โทนสีเขียวลงได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่ค่อยมีคนให้สีเขียวแมื่อเห็นสีเขียวกระเช้านี้หลายคนอาจเปลี่ยนใจ มาลองจัดกระเช้าไม้ใบเขียวกันดูบ้าง เวลามาประชุมของกรรมการสมาคมฯไม้ประดับทุกครั้ง จะต้องมีคนมาถามดร.จิรายุพินเสมอว่าต้นไม้ต้นนี้ชื่ออะไร อาจารย์เป็นเหมือนสารานุกรมพันธุ์ไม้ บางครั้งอาจารย์จะเอาหนังสือมาเปิดเทียบว่าใช่ชื่อที่บอกไปจริงๆ จะว่าไปแล้วการมาประชุมที่บ้านก้ามปู มีข้อดีมากเพราะไม่ค่อยอยากรีบร้อนกลับ จะเดินดูต้นไม้ไปรอบๆสวนด้วยความเพลิดเพลิน จนต้องบอกอาจารย์สุรัตน์ วัณโณว่าสวนแห่งนี้ดูจะคับแคบไปเสียแล้ว แต่จริงๆพื้นที่10ไร่นี่ไม่น้อยเลย แม้จะเป็นวันหยุด ศจ.อัปสรสุดา ศิริพงศ์ ไม่เคยหยุด ห้องทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสือจนล้นห้องดูมืดทึมตลอดเวลา เวลาไปเจออาจารย์ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯอาจารย์จะวุ่นกับการเตรียมpower point ไว้สอนนิสิตทุกครั้ง บางวิชามีเด็กมาเรียนคนเดียว อาจารย์ยังนั่งค้นข้อมูลทางInternet เสียปวดตา เจออาจารย์อาทิตย์นี้ตั้งใจว่าจะไปเดินดูแบบเสื้อกัน แต่จนเย็น จนมืดเราสองคนถึงได้ออกจากจุฬาฯเพราะไปเสียเวลาอยู่ที่ศูนย์หนังสือค่อนวันหลังอาหาร กลับมาอาจารย์ยังมานั่งห่อหนังสือให้อีก ด้วยความที่อ่านหนังสือทุกชนิด อาจารย์ถือคติ อ่านหนังสือดีๆมีความสุข อาจารย์ชอบตัดข่าวตัดข้อความ เกี่ยวกับต้นไม้จากหนังสือพิมพ์สามสี่ฉบับที่อ่านให้เสมอ ทุกครั้งจะมีเอกสารเป็นปึกๆเก็บไว้ให้ อาจารย์ทำให้ทุกคนที่รู้จัก รู้ว่าใครต้องการข้อมูลแบบไหน ตัดเก็บใส่ซองแยกไว้ให้เป็นคนๆไป การแบ่งปันความรู้ของอาจารย์เป็นสิ่งประทับใจคนที่ได้รับเสมอ บางครั้งเราอาจพบสวนแปลกๆโดยคาดไม่ถึง ข้างตึกธรณีวิทยาคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ มีสวนหินจริงๆอยู่ สวนนี้น่าสนใจและมีประโยชน์มากเพราะจัดแสดงหินทางธรณีวิทยาพร้อมคำบรรยายที่มีประโยชน์กำกับอยู่ เป็นสวนที่จัดสวยน่าเดิน น่าศึกษา ความจริงพื้นที่ในมหาวิทยาลัยมีบางมุมบางแห่งน่ามาเดินเล่น อาหารในมหาวิทยาลัยยังถูกกว่าไปทานข้างนอก กว่าครึ่ง จึงไม่แปลกใจที่พบว่า วันหยุดที่มหาวิทยาลัย นิสิตหนุ่มสาว มานั่งอ่านหนังสือ มานั่งทำรายงาน มาเรียนรู้ร่วมกัน
เมื่อได้เจอสวนหินโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้การเดินล่าสวนในมหาวิทยาลัยตามมา ระหว่างเดินอาจาย์พบหลานชาย "เ๋๋ต๋่" ปีนี้เรียนเศรษฐศาสตร์ จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้ว เห็นเต๋ท่องหนังสือเตรียมสอบEntrance อยู่เลย เต๋ บอกพลาดจากเรียนหมอที่ตั้งใจ มาเรียนเศรษฐศาสตร์ก็ OK เมื่อมาย้อนคิดดู การที่อาจารย์อัปสรสุดาเป็นคนที่ชอบเอื้อเฟื้อปัญญาให้คนรอบข้างเสมอ คนใกล้ตัวอาจารย์ ลูกหลานอาจารย์จึงเป็นคนมีปัญญาไปด้วย สลินลูกสาวอาจารย์นักเรียนทุนเล่าเรียนหลวงที่CALTEXอเมริกา อีกสองสามเดือนจะจบปริญญาเอกวิศวฯกลับมาแล้ว ส่วนวิทย์ลูกชายปริญญาตรีวิศวะ จุฬาฯ ไปจบปริญญาโทสองใบกลับมาจากอเมริกา ตอนนี้ทำงานอยู่ปตท.
ไม่บ่อยนักที่จะเข้าเมืองเพื่อไปทานข้าวเย็น แต่อาทิตย์นี้ อุ้ย"สันทิศ ทองพันธุ์" นึกอะไรไม่รู้ โทรบอกไปทานข้าวเย็นกัน อ้าพาBot Boom ไปด้วย งานนี้น้องนกตามไปทานข้าวด้วย บอกอยากรู้จักพวกพี่ๆ งานนี้ไปทานถึงซอยทองหล่อ พวกเราคุยกันได้ทุกเรื่อง เริ่มที่เรื่องของท่านผู้นำที่มีอะไรแปลกมาให้ได้พูดถึงได้ทุกบทบาท แล้วไปต่อเรื่องผู้ว่ากทมฯ บทวิเคราะห์ของอุ้ย ทำให้น้องนกกระซิบถามว่า พี่เขาเป็นอาจารย์หรือ ไม่น่าแปลกที่ผู้สมัครแต่ละคนถูกชำแหละเสียแทบไม่อยากจะกากบาทเลือกใครสักคน เหมือนต้องเรียนรู้ว่าควรดูคนด้วยปัญญา เป็นการรู้ที่แท้จริง เป็นการเข้าใจภาพจริง ไม่ใช่ภาพลวงตาหรือภาพสร้างจากโปสเตอร์ที่ติดเกลื่อนรกตาทั่วกรุง จะเกิดปัญญาได้ ชีวิตเหมือนต้องเรียนรู้ไม่รู้จบ เรียนจากหนังสือ เรียนจากประสบการณ์และเรียนจากบทเรียนของคนรอบข้าง เป็นบทเรียนที่ไม่รู้จบจริงๆ
---------------------------------------------------------- ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 473 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004