สวนดอกไม้ในวังเก่ากลางกรุงศรีนาคา
 

Only Kashmir

ตำนานความหรูหราและธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลาย ด้วยสงครามใต้ดินภายในประเทศ ช่วยเพิ่มความปรารถนาที่จะเสี่ยงเดินทางไปเยือนดินแดน ที่แม้แต่พระราชาแห่งราชวงศ์โมกุลของอินเดียอย่าง Jehangir ที่พิชิตทุกแค้วน ร้องขอจะสิ้นพระชนม์ฝังร่าง ณ สถานที่เดียวเท่านั้น

"only Kashmir"

 

คณะเดินทางหน่วยกล้าตายที่ไปคราวนี้มีศาสตราจารย์นายแพทย์สง่า นิลวรางกูรและพี่เงาะภรรยา เป็นผู้นำทีมนำคุณหมอและพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช พร้อมเพื่อนฝูงและรุ่นน้องจากหลายวงการให้ร่วมเดินทางไปแคสเมียร์ด้วยกัน ด้วยว่าทีมสำรวจได้มาสำรวจไปหนึ่งหนแล้วว่าปลอดภัย สบายใจหายห่วง มาได้สบายมาก

แต่ที่ไหนได้ พอนั่งรถจากสนามบินเข้าเมืองหลวงศรีนาคาเท่านั้นแหละ ถึงรู้ว่าตีนผีตัวจริงมาเกิดอยู่อย่างลำบากลำบนในประเทศนี้กันหมด แต่ไม่ลืมพฤติกรรมเก่าแต่ชาติปางก่อน พฤติกรรมขับรถแบบถนนของข้าใครอย่าแซง เส้นแบ่งถนนไม่มีความหมาย คนเดินบนถนนไม่มีความหมาย คนที่นี่มือไวตีนไว บีบแตร เหยียบเบรคสลับไปมา ชนิดที่คนนั่งคาดคิดไม่ถึงทุกลมหายใจ ถ้ามองรถที่แล่นไปมาบนถนนของเมืองหลวงศรีนาคาของแคสเมียร์ จะเห็นว่าทุกคันมีรอยการเจิม บุบ ขีด ข่วน รับประกันความเก่งเป็นเจ้าถนนกันทุกคัน งานนี้คุณพยาบาลทั้งหลายเตรียมยาแก้แพ้ แก้เมารถมาเท่านั้น ยาแก้ความเสียวไม่มีใครพกมา คนนั่งหน้าติดกับคนขับต้องหลับตาลืมตา ร้องหาเทพเจ้าของชาวฮินดู ที่มีประมาณ 3 ล้านองค์ แต่จำแม่นอยู่องค์เดียวให้มาช่วย ตลอดทุกเส้นทาง

โอ้ นารายณ์ นารายณ์........

เรื่องราวของแคสเมียร์ได้ยินได้ฟังกันมานาน เป็นตำนานที่น่าทึ่ง แคสเมียร์เป็นดินแดนที่ทั้งอินเดียและปากีสถานต้องการเก็บไว้เป็นสมบัติของตนเอง จึงรบกันในแนวชายแดนของแคสเมียร์มา 53 ปี นับแต่วันประกาศอิสระภาพมาจากอังกฤษ เพราะแผ่นดินที่สวยงามแห่งนี้เป็นมณีอันมีค่า ไม่ว่าจะเป็นภูมิศาสตร์ที่สวย เป็นเส้นทางต่อไปทิเบต เป็นต้นทางเทือกเขาที่จะเข้าสู่หิมาลัย เป็นเส้นทางสายไหม ที่เรียกว่า Silk Road มาแต่โบราณ คือต้องผ่านแคสเมียร์

นอกจากนั้นผ้า pashmina ของแคสเมียร์ ได้ชื่อว่าเป็นผ้าที่ดีที่สุด สมัยก่อนในราชสำนักฝรั่งเศสถือว่าผ้า pashmina ของแคสเมียร์เท่านั้นที่คู่ควรกับองค์ราชินี แม้แต่นโปเลียนเองยังต้องเสาะแสวงหาผ้า pashmina ของแคสเมียร์มาเป็นของกำนัลแด่พระนางโจเซฟิน เพราะผ้า pashmina ทอจากขนแพะภูเขาหรือเราเรียกว่าตัวจามรี ใช้เวลานานเป็นปีๆอุดอู้อยู่ในบ้าน ตลอดฤดูหนาวกว่าสามเดือนถึงจะทอผ้า pashminaได้สักผืน ใครไปแคสเมียร์ถ้าไม่ได้ pashmina ประดับไหล่กลับมา ดูเสมือนหนึ่งว่าจะไม่ได้ไปแคสเมียร์

สิ่งที่ดึงดูดใจนักเดินทางทั่วโลกอีกจุดหนึ่งในแคสเมียร์ คือเรือบ้าน ในทะเลสาป Dal เรือบ้านพวกนี้เกิดมาได้เพราะสมัยที่พระราชายังมีอำนาจในแคสเมียร์ ได้ออกกฏไม่ให้ชาวอังกฤษเป็นเจ้าของที่ดิน ปลูกบ้านบนแผ่นดินแคสเมียร์ ชาวอังกฤษสมัยนั้นเลยมาอยู่ในเรือ สร้างตกแต่งภายในเรือเหมือนบ้านในอังกฤษ ใช้ชีวิตหรูหราแบบที่ตนเองเคยชิน บนแผ่นดินที่มีอากาศเย็นสบายกว่าที่อื่นในอินเดีย ปัจจุบันบ้านเรือพวกนี้ ถูกดัดแปลงให้เป็นที่พักของนักเดินทางไกล ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศของแคสเมียร์ ผ่านสายตาของชาวอังกฤษสมัยล่าอาณานิคม

การเดินทางในทะเลสาปเพื่อระหว่างบ้านเรือไปตามที่ต่างๆ ใช้เรือเป็นพาหนะที่สำคัญ เวลานั่งต้องทำตัวแบบมหาราชาและมหาราชินีแบบอาจารย์หมอสง่าและพี่เงาะ จึงจะสมบทบาท ถ้านั่งเจียมเจี๋ยมแบบพี่อี๊ดและฉัน ต้องเรียกว่านั่งแบบนางกำนัน วิวสองฝั่งทะเลสาปสวยมาก ยิ่งได้เห็น Zabraven คือตีนเขาก่อนขึ้นหิมาลัยทอดยาวอยู่เบื้องหน้า ยิ่งทำให้ทะเลสาปแห่งนี้มีมนต์ขลัง

   

บ้านเรือนั้นด้านหน้ามีบันไดลงน้ำแต่ด้านหลังติดฝั่งทำสวนดอกไม้ไว้เดินเล่น นั่งเล่นในช่วงเวลาเช้าหรือเย็น บางครั้งมานั่งทานข้าวร่วมกัน พอสายแดดจัด ต่างแยกย้ายลงเรือ หากิจกรรมตามความถนัดของแต่ละคน

 

ในเรือเหมือนบ้านหลังหนึ่ง ทุกคนต่างมีมุมของตนเอง อาจารย์หมอสง่า ชอบนั่งจดบันทึกความทรงจำ พี่อี๊ดนั่งดูนั่งอ่านข้อมูลที่จดมา พี่วัลลีและน้องเปิ้ลช่วยกันทำอาหารเสริม ยำแอปเปิ้ลจากสวนหลังเรือ เพราะเริ่มรู้สึกว่าคนครัวที่นี่ทำอาหารเป็นอยู่ 3 อย่าง คือไก่ัผัดผงเครื่องเทศ เนื้อแกะผัดเครื่องเทศ ผัดผัดบางวันพิเศษแถมเครื่องเทศให้อีก หัวหน้าคณะเข้าไปบอกว่าให้แปลงทำอย่างอื่นบ้าง กลับเถียงมาว่า

I know I know พอครบ 7มื้อ พวกเราเริ่มทนไม่ไหวแล้ว ยื่นคำขาดว่าต้องเปลี่ยนวิธีทำอาหารใหม่ได้แล้ว แกกลับตอบว่า How could I? ว่าแล้วเชียว I know I know ที่แท้ฟังผิด แกคงจะพูดว่า I No I No เสียมากกว่า

 

ในบ้านแต่ละหลังจะมี Butler ชาวแคสเมียร์ คอยดูแล ตั้งแต่เก็บที่นอน ปูที่นอน ตั้งโต๊ะ เสิร์ฟ อาหาร เสิร์ฟชากาแฟ ต้องการอะไรขอให้บอกมาเถอะ คุณปู่ Butler จะหามาให้ได้เสมอ พร้อมบอกว่า No problem No problem

เรือบ้านแต่ละลำ มี 3 ห้องนอน พวกเราใช้เรือทั้งหมด 3 ลำ อาจารย์หมอสง่า นั้นอยู่ลำกลาง ตื่นเช้ามาไปยืนเกาะหน้าต่างซีกซ้ายทีพร้อมตะโกนถามเมื่อเห็นเงียบไม่มีเสียงมาว่า บ้านพักคนชราลำนั้นสบายดีหรือ เพราะสาวๆในเรือหกคนอายุรวมกันกว่าสามศตวรรษ สาวเหลือน้อยตะโกนตอบมาว่า ช่วยตัวเองจนเหนื่อย หมอไม่เห็นมาช่วยบ้างเลย ด้วยเรือลำนั้น Butler ไม่รู้ภาษาอังกฤษ แถมอายุดูจะเหยียบร้อย เดินสั่นไปสั่นมาอยู่ทั่วลำเรือ

ส่วนเรือลำขวามือ อาจารย์หมอได้ยินเสียงหัวเราะร่วนกิ๊กกั๊กแต่เช้า เลยอดแซวไม่ได้ว่า ดื่มเมรัยแต่เช้าหรือบ้านนั้น ถึงได้กิ๊กกั๊กแต่เช้า เรือแต่ละลำจะมีระเบียงหน้าเรือให้ออกมานั่งเล่น ทอดสายตามองทิวเขา Zabraven ระหว่างนั้นพ่อค้าแขกสารพัดสินค้าจะพายเรือมาจ๊ะจ๋า วันแรกจะรู้สึกสนุกดี แต่ทุกวันไม่ไหว เหนื่อยที่จะไล่ เพราะบอกว่าไม่ซื้อ เงินหมดแล้วก็ไม่เชื่อ มายืนมองตาแป๋วอยู่ข้างลำเรือ ตื้อเก่งจริงๆ

พอแดดร่ม รายการนั่งเรือเที่ยวในทะเลสาปไปด ูFloating Gardens สวนผักสวนครัวลอยน้ำ และูสวนบัว เก็บดอกบัวสดๆมาดมหอมชื่นใจ ชาวบ้านเก็บผักใส่เรือกลับบ้านเตรียมไปขาย นกกินปลา บินโฉบไปมา บางช่วงเรือพายไปบริเวณที่มีสาหร่ายเยอะ เหมือนพรมสีเขียวบนพื้นน้ำ ที่มองคล้ายเรือพายไปบนสนามหญ้า พี่เงาะอุทานออกมาตลอดเส้นทางนั่งเรือในสวบบัว เมื่อผ่านร่มเงาไม้ว่า ความสุขแบบนี้หาที่ไหนได้

 

   

กลางคืนไม่เงียบอย่างที่คิด มีสินค้าหอบมาขายถึงบนห้องเต็มไปหมดตั้งแต่ผ้า pashmina หรือของที่ระลึก ต่างๆนานา เลือกและต่อราคากันอย่างสนุกสนาน พวกเราต่อราคาจนแขกร้องตลอดเวลาว่า killing killing คือถ้าแขกบอก 3000 รูปี จะต่อเหลือ 1000 รูปี ผลสุดท้ายแขกต้องบอกว่าอย่างนี้ดีกว่า ถ้าชื้อหมดนี้จะแถมคนขาย สาวๆฮาครืน พี่เงาะบอก แม้น่ารับข้อเสนอนะ สาวน้อยสาวใหญ่บนเรือสิบกว่าคน แขกนี่ไม่รู้จักคำว่าลงแขกเสียแล้ว ถ้ารู้แล้วจะหนาว พวกเราได้แต่หัวเราะขำเสียจนเสียดท้อง แขกได้แต่ทำหน้างง ไม่รู้ว่าขำอะไรกันหนักหนา shoppingในเรือคราวนี้ มีอาจารย์หมอสง่าเป็นนายแบงค์ใหญ่ ให้แลกเงินรูปี หรือยืมบ้าง ซื้อแล้วซื้ออีกไม่เลิกจนดึกดื่นเที่ยงคืน

 

เรือดอกไม้พายมาแวะเยี่ยมแขกที่มาพักบ้านเรือเสมอ ทุกวันจะมีดอกไม้สดประดับบ้านไม่เคยขาด บางวันเรือมาตั้งแต่เช้า พอเปิดประตูห้องออกมาจะเห็น หนุ่มแขกถือช่อดอกไม้หอบใหญ่มาให้เลือกถึงหัวบันได พี่อี๊ดรีบถลาลงไปเลือกดอกไม้มา 3 แจกันใหญ่ เสียเงินไป 400 รูปี จัดเสร็จสวยสมใจวางเต็มห้อง แถมแจกจ่ายไปให้เรือลำอื่นอีก เพราะเรือลำเด็กๆชอบที่จะ็ขอพายเรือดอกไม้เล่นมากกว่า สนุกกว่านั่งจัดดอกไม้เยอะ แล้วทำท่าถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันจนฟิล์มเกือบหมด

แต่เช้าตรู่ ่ตลาดเช้า ชาวบ้านพายเรือมาแลกเปลี่ยนสินค้าไปมาระหว่างกัน มาขายเป็นเงินบ้าง คนขายวางแป้งซุกตักขายอย่างเปิดเผย เลยไม่มีใครกล้าซื้อกลับมากิน บอกเพียงว่าไม่ชอบโรตีกับไข่ ส่วนดอกไม้มีเรือดอกไม้มาขายอีกเหมือนเดิม แต่เช้านี้พิเศษคุณปู่ยื่นช่อดอกบัวกอใหญ่ส่งให้สาวๆ ตอนแรกงงตัดสินใจไม่ถูกว่าจะรับไมตรีช่อดอกบัวสดมาดีหรือเปล่า ปู่ยื่นให้ยิ้มค้างฟันไม่มีอยู่นาน กว่าสาวๆจะรู้ตัวรีบรับช่อดอกบัวพร้อมควานหา10 รูปีเก่าๆอายุพอๆกับปู่ส่งให้ไปหนึ่งใบ ปู่ถึงจะหันหัวเรือกลับไปยื่นช่อดอกบัวให้สาวรายใหม่ที่อาจใจอ่อนต่อไป

 

ตามท้องถนนในแคสเมียร์ ทหารกระจายอยู่ทุกถนน บางช่วงจะทำสัญญาณให้รถหยุด ยิ่งเส้นทางขึ้นเขาเข้าใกล้พรมแดนปากีสถาน ทหารและด่านตรวจยิ่งเพิ่มขึ้น

บ้านเรือนสองข้างทางในแคสเมียร์เหมือนบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จสักหลัง บ้างเป็นอิฐโล้นๆ ประตูหน้าต่างไม่ครบ ไม่สมบูรณ์ การใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความไม่สมบูรณ์ของชาวแคสเมียร์ดูเป็นเรื่องธรรมดา เขาคงไม่รู้จักคำว่าสมบูรณ์เหมือนที่เรารู้จัก ความสมบูรณ์แบบตามมาตรฐานของเราจะมีความหมายอะไรกับคนที่นี่ เพียงชีวิตมีปัจจัยสี่ เพียงพอที่จะมีความสุขแล้ว ความสมบูรณ์ในมาตรฐานของเราเป็นสิ่งฟุ่มเฟื่อยไร้ประโยชน์

เส้นทางเดินป่าเรียบเชิงเขา ไต่ไปตามแนวเขา แนวลำธารเป็นเส้นทางที่นิยมมาก การไปนั่งริมลำธารที่น้ำเย็นไหลรินมาจากหิมาลัย ถือเป็นจุดพักที่วิเศษ หลายคนได้จุ่มจิ่มในลำธารแห่งนี้ด้วยความภาคภูมิใจ พร้อมกลับมานั่งเล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่าน้ำเย็นขนาดไหน เมื่อ picnic กลางวันเสร็จ รายการเดินขึ้นเขาตามมา หลายคนสมัครใจรอเพื่อนตรงริมลำธาร พี่วัลลีเป็นคนหนึ่งที่สมัครใจนอนรออยู่ริมลำธาร แต่มีกลุ่มยิบซีเร่ร่อนมาเดินวนเวียนรอบที่เรานั่งพักทานข้าว พี่วัลลีจึงร้องดังๆว่า พี่นอนรออยู่ตรงนี้จะเหลือจิ๋มอยู่หรือเปล่า ไม่รู้ใครถามพี่ต่อไปว่า ใครจะมาเฉือนจิ๋มของพี่เหรอ เท่านั้นแหละทุกคนหัวเราะจนแทบจะหมดแรงเดิน พี่วัลลีเคยเป็นหัวหน้าพยาบาลที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ไม่ได้ติดเชื้อบ้าออกมาด้วยเมื่อเกษียณ แต่พี่จะตลกเพื่อคลายเครียดจนชิน อยู่กับคนไม่สมบูรณ์ทางจิตต้องใช้วิธีนี้ถึงจะไม่บ้าตาม พี่วัลลีบอก เรื่องคลายเครียดของทีมนี้มีเยอะ เพราะการเข้ามาเที่ยวในดินแดนแห่งนี้ที่สงครามยังไม่ยุติ ถ้ามองจริงๆแล้วเป็นเรื่องน่ากลัว แต่ละที่ที่เราไปต้องผ่านการตรวจการค้นตลอด บางวันหลายจุด เขาจะแยกกระโจมค้นทหารชายค้นผู้ชาย อีกกระโจมผู้หญิงค้นผู้หญิง การตรวจค้นทุกครั้งไม่มีปัญหา มาวันสุดท้ายพี่มาลินี วสุวัติ คงถูกค้นเสียจนงงไปหมดทั้งวัน ด่านสุดท้ายพี่เดินแบบงงไปกระโจมผู้ชาย ทหารชายบอกที่สำหรับผู้ชาย พี่ตอบไปแบบเบรอๆว่า It's all right.I'm OK. ทำเอาทหารแขกชายยืนงง ไปทั้งกระโจม สักพักพี่คงรู้ตัวว่ามากระโจมผิดหน้าแดง หันหลังกลับไปกระโจมหญิง พวกเรารู้วีรกรรมของพี่ตอนจะขึ้นเครื่อง ยังแซวพี่ว่านี่ถ้าพี่สาวกว่านี้สัก 50 ปี ทหารแขกคงฉุดเข้าไปค้นในกระโจมตามที่พี่บอกแล้วละ นี่หกสิบกว่าทหารแขกเลยแกล้งยืนงงไปอย่างนั้นเอง

 

ไม้บนเทือกเขาในแคสเมียร์ ถือว่าเป็น บ้านทีมีพันธุ์ไม้อันเป็นหนึ่งในสมบัติอันมีค่าของโลก เพราะเป็นพันธุ์ไม้ที่มีส่วนผสมที่คล้ายคลึงของพันธุ์ไม้จากหิมาลัยกับพันธุ์ไม้จากจีนตอนใต้ ทำให้เกิดไม้สายพันธุ์พิเศษ ที่พบเห็นได้เฉพาะบริเวณนี้เท่านั้น เรียกว่าเป็น endemic มีขึ้นอยู่บริเวณนี้เท่านั้น

 

   

 

ดอกไม้ป่าตามพื้นดินนับเป็นสมบัติอันมีค่าของผู้รักดอกไม้ทุกคน งานนี้คุณซิม แวะวิ่งตามเก็บภาพดอกไม้ป่าในทุกจุดที่ไปถึงเหมือนมนต์ดำที่ร่ายมาไม่รู้จบ

 

     

บนเขาสูงในแคสเมียรที่ Gulmerg หน้าหนาวคนจะมาเล่นสกี แต่เมื่อมาช่วงฤดูร้อนอย่างเวลานี้ การขี่ม้าไปตามทางบนไหล่เขาเห็นป่าสนเขียวสดสองข้างทาง ความเขียวเข้มของใบสนตัดกับดอกไม้ป่าบอบบางสีม่วงและขาวที่ขึ้นแซมสองข้างทาง เนินเขาสูงที่เต็มไปด้วยดอกเดซี่เหมือนพรมสีขาวให้ม้าเหยียบย่างเท้าไป ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆแบบนี้ แทบไม่รู้ตัวว่าเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ชมวิวในเนินเขาแห่งนี้

     

 

คนแคสเมียร์ไม่จำเป็นต้องรู้จักอเมริกา ไม่รู้ว่าเกิดสงครามอิรัก ไม่รู้ว่าใครจะได้เหรียญทองโอลิมปิค ไม่รู้ว่าโลกหมุนไปแบบไหน ไม่รู้ว่าอินเดียและปากีสถานจะรบกันเพื่อเป็นเจ้าของในสิ่งที่จริงๆแล้วไม่ใช่ของๆใคร หรือชาติใด นอกจากเป็นสมบัติร่วมกัน ที่ต่างผลัดกันมาชม มาชื่นใจชั่วครู่ชั่วยาม ชาวอเมริกันบินจากนิวยอร์ค มาเดินป่าพักแรมริมลำำธาร Taiwan มาค้างแรมในบ้านเรือเคียงข้างคนไทย ยิวจากอิสราเอล หนีความวุ่นวายในประเทศตัวเอง มาหลบเงียบๆในบ้านเรือลำถัดไป

ความสงบนิ่ง ท่ามกลางความวุ่นวาย Only Kashmir จริงๆ

 

----------------------------------------------------------

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่

 
Home | Email | ©2004 ThaiThink.com บ้านม้

 

คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 710 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004