"Garden&Flower Expo "
ความเรียบง่ายแบบพื้นๆของดอกไม้ที่คุ้นเคยตา สามารถนำมาอวดโฉม จัดโชว์ในงานสวนระดับโลก The 5th China International Garden & Flower Expo ที่เมืองเสินเจิ้น เมืองใหม่ของจีนตรงข้ามเกาะฮ่องกง อาทิตย์นี้แวบไปเมืองจีนคราวนี้ไปดูต้นไม้โดยเฉพาะ ตอนนี้การบินไทยมีเครื่องไปลงที่กวางเจาแล้ว ไม่ต้องบินไปฮ่องกงแล้วต่อรถไฟไปเสินเจิ้น รายการนี้สมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อพาสมาชิกและผู้สนใจติดตามไปดูต้นไม้สวยๆแปลกๆที่เมืองจีน นับเป็นโชคดีที่ครั้งนี้ได้ไกด์ท้องถิ่นที่น่ารัก เธอชื่อหนูจงรัก ก่อนทัวร์ต้นไม้ เธอสอนภาษาจีนกวางตุ้งให้คณะเดินทางพอรู้ พอเข้าใจ จะได้ไม่เชย ภาษากวางตุ้ง ที่เธอสอน ทำให้ทุกคนอดหัวเราะไม่ได้ เช่น ร้านแม็คโดนัล ภาษากวางตุ้ง ใช้ "มันต้องโด่" ไปทะเล ภาษากวางตุ้ง ใช้ "ไปไถหอย" ตึกสูง ภาษากวางตุ้ง ใช้ "ตายห่า่" คำแต่ละคำ คนไทยฟังแล้วแทบไม่กล้าออกเสียงเลยละ เวลาไปชมสวนกับสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทยแบบนี้ ถ้าใครไม่รักต้นไม้ สนใจต้นไม้จะเป็นปัญหา เพราะแต่ละคนที่ไปจะดูพินิจอย่างละเอียด มีบางครั้งที่คนภายนอกเข้าใจผิด เดินทางไปทัวร์กับสมาคมฯแล้วเอ่ยปาก ออกมาว่าทำไมดูแต่ต้นไม้ ไม่นึกว่าจะดูกันจริงจังขนาดนี้ ดูแล้วระลึกย้อนเกี่ยวพันกันไปหมด มีอยู่ครั้งหนึ่งไปออสเตรเลีย ไปชมปาล์ม และไม้ใบต่างๆ มีผู้ร่วมเดินทางเป็นบุคคลนอกวงการ ทางสมาคมฯบอกว่า ไปดูแต่ต้นไม้นะ เขาก็บอกว่าไปได้อยากไปพักผ่อนเพราะเครียด กับการทำงานออกแบบ ขณะไปเที่ยวชมสวนชมต้นไม้คุณคนนี้จะนอนรอนั่งรอ ด้วยว่าไปพักจริงๆ พอพวกเราขึ้นรถก็คุยกันลั่นว่าหมากต้นนี้ที่เห็นแปลกตานะ ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ละคนเริ่มอวด เริ่มเล่าเรื่องประสบการณ์ ต้นหมากของตัวเอง นายคนนี้ทะลุกลางปล่องขึ้นมาเลยว่า ผมมีหมากที่เล็กที่สุดในโลก พูดจบทุกคนหันไปมองทันที พร้อมตาโตอย่างสนใจ เร่งให้เล่าต่อ คุณเธอบอกว่า หมากหอมเยาวราชไงละ เกือบถูกรุมเหยียบ เสียแล้ว และตลอดรายการคุณเธอจะแซว พวกบ้าต้นไม้ ได้ตลอด แต่ไม่มีใครถือสา เห็นเป็นเรื่องสนุก ล้อเล่นไปมา ทำให้รายการไปครั้งนั้นสนุกไปอีกแบบ
เริ่มต้นที่เมืองกวางเจา ไปสวนแรกคือสวนสาธารณะเยียะซิ่ว มีบางมุมมาฝากที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอิฐปูทางเดิน ที่เจาะปลูกหญ้า หรือป้ายอิฐที่วางกับพื้นทำเป็นรูปหนังสือ เปิดหน้าไว้ให้อ่าน สลักข้อความ Please Take Care of Our Grass. แม้แต่เก้าอี้นั่งเล่นในสวนที่ใช้หินขัด ดูเข้าท่าเพราะคงอยู่ในสวนได้ชั่วนิรันดร์ ไม่เปลืองงบประมาณเปลี่ยนแล้ว เปลี่ยนอีก และทั่วทั้งเมืองดูจะนิยมปลูกหญ้าบนดาดฟ้าตึก เพื่อลดความร้อน จะปลูกหญ้า บนดาดฟ้าตึก แบบนี้ได้ ต้องทำที่ระบายน้ำและเตรียมหลังคาไว้ตั้งแต่เริ่มสร้างตึก เพราะต้องทำหลังคาสองชั้นมีวัสดุกันซึม ไม่เช่นนั้นน้ำซึมหลังคา ที่เมืองกวางเจา เขารักษาต้นไม้ใหญ่เก่าแก่โบราณคู่บ้านคู่เมืองไว้มากมาย เขาใช้ชื่อว่า The Ancient Celebrated Trees of Guangzhou City. แต่ละต้นมีอายุพอๆกับเมือง เขาให้คำขวัญว่า Protecting Trees Is Everyone's Responsibility.
สำหรับสวนพฤกษศาสตร์เมืองเซินเจิ้น อันเป็นเมืองซึ่งเป็นเขตการปกครองพิเศษของจีน ที่กำลังโตวันโตคืนพัฒนาจะให้เท่ากับฮ่องกง การทุ่มทุนสวนแห่งนี้จึงไม่น่าแปลกใจ แม้สร้างมาไม่ถึง15 ปี แต่กลายเป็นสวนที่สวนสวยที่สุดในจีนไปแล้วเวลานี้ เพราะมีหลายสิ่งน่าสนใจมากมายเกินความคาดหมาย
สวนที่นี่จัดเป็นพันธุ์ไม้แต่ละกลุ่ม ที่เด่นคือปรงจากทั่วประเทศจีน มารวมไว้ที่สวนแห่งนี้ ทั้งยังนำปรงมาทำบอนไซ ปรงเป็นพืชที่มีมานานกว่า 300 ล้านปี เกิดก่อนไดโนเสาร์เสียอีก ยุค Jurasicนั้น อายุเพียง 65 ล้านปี รูปลายปั้นตามกระถางเขาใช้ไดโนเสาร์ชนิดต่างๆมาเป็นลาย เพื่อเปรียบเทียบ ให้เห็นว่าปรงนั้นเติบโตมานานก่อนไดโนเสาร์เสียอีก เป็นการเปรียบเทียบได้น่าดูมากจริงๆ
สวนที่พิเศษไม่เหมือนใครในโลกคือสวนพันธุ์ไม้กลายเป็นหิน ที่ใช้คำว่า Petrified wood ตอไม้โบราณทุกขนาดที่เก็บรวบรวมมาจากทั่วทุกภาคของประเทศจีน ถูกนำมาจัดลงในสวนแห่งนี้ นับเป็นสวนเดียวในโลกจริงๆทีมีต้นไม้กลายเป็นหินได้มากมายนับร้อยต้นได้เพียงนี้ เพียงได้มาชมสวนแห่งนี้สวนเดียว ทุกคนที่ไปต่างออกปากว่า การมาครั้งนี้คุ้มค่าการเดินทาง เพราะไม่สามารถไปหาชมได้ที่ไหนในโลก ความยิ่งใหญ่และความสวยงามของสวนไม้กลายเป็นหินแห่งนี้ ทำให้นึกถึงว่าบางครั้ง สิ่งที่มองดูคล้ายพุพังและถูกทำลายได้ง่ายมากอย่างเนื้อไม้นั้น บางครั้งก็ไม่จริงเสมอไป ความเป็นนิรันดรของสวนไม้กลายเป็นหินแห่งนี้ ทำให้รู้สึกถึงสิ่งมหัศจรรย์ ความเป็นอมตะ นิรันดร์ อาจเกิดขึ้นได้เสมอ
งานสวนระดับโลก The 5th China International Garden & Flower Expo ที่เมืองเสินเจิ้น นับเป็นครั้งที่5ที่จัดในประเทศจีน แต่ทุกครั้งที่ผ่านมา จัดที่เมืองอื่น มาครั้งนี้ จีนอยากโปรโมตเมืองเสินเจิ้น เลยมาลงทุนจัดที่นี่ การจะเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกได้ จะต้องได้รับอนุญาติจาก AIPS สมาคมพืชสวนโลก เป็นคณะกรรมการระดับโลก ที่จะพิจารณาว่าประเทศไหนสมควรจัดหรือไม่สมควรจัด ผลัดกันจัด การจัดจะให้จัดแค่สามหรือหกเดือน ก็ต้องมาพิจารณากันอีก งานคราวนี้ได้รับให้จัดยาวไปหกเดือน น่าเสียดายเมืองไทยได้รับอนุมัติให้จัดเรียบร้อยแล้วหกเดือน รัฐบาลตัดสินใจให้ไปจัดที่ี่ตำบลแม่เอี๋ย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ในปลายปี 2549 แต่ตอนหลังสมาคมพืชสวนโลกมาอนุมัติให้มาเลเซียมาจัดตัดหน้าเรา ในปีเดียวกันและจีนมาจัดตัดหน้าในปีนี้ ทางรัฐบาลไทยเลยรู้สึกเหมือนจะเสียหน้า เลยทำท่าว่าจะไม่อนุมัติให้เสียเงินเป็นพันล้านในการจัดงาน ถ้ารัฐบาลจะไม่จัดเป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่เราจะไม่ได้ชมสวนสวยๆระดับโลกในเมืองไทย
งานสวนระดับโลกครั้งนี้ เป็นตัวอย่างการจัดสวนที่ใช้ไม้ดอกล้มลุกอย่างหงอนไก่ ดาวกระจาย บานไม่รู้โรย มาจัดได้สวยงามไม่แพ้สวนที่จัดดอกไม้เมืองหนาว ความสวยอยู่ที่การทำแลนด์สเคป จึงเป็นตัวอย่างที่ดี ที่หลายคนสามารถนำมาใช้กับไม้ดอกล้มลุกในเมืองไทยได้ อายุของไม้ดอกล้มลุกอย่างมากที่สุดเพียงหกเดือน การปลูกไม้ดอกล้มลุกในสวน ต้องขยันเปลี่ยนต้นไม้ทุกสามหรือหกเดือน หลายคนจึงไม่ชอบ
สวนต้นไม้ที่ไปอีกแห่งคือ สวนของบ้านตระกูลเฉิน ที่นี่นอกจากตัวบ้านที่เป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์และสวยงามแล้ว สวนหลังบ้านที่จัดแสดงศิลปปั้นเรื่องราวของอิคิวซัง ก็น่าทึ่งและมีชีวิตชีวา
สุดท้ายได้แวะซื้อต้นไม้กลับกรุงเทพฯ เพียงแค่เห็นขนใส่รถ คนที่ไม่คุ้นเคยอาจตกใจว่าจะขนกลับอย่างไร ต้นสูงกว่าคนซื้อเป็นเท่าตัว สุดท้ายทุกคนขนกลับได้อย่างเรียบร้อย ต้นใหญ่ใช้วิธีล้างราก ต้นเล็กยัดใส่กระเป๋าทั้งกระถาง วางซ้อนกันไปมากว่ายี่สิบกระถางโดยไม่ช้ำเลยสักต้น Unbelievable จริงๆ
ไปคราวนี้สารภาพว่าได้ดอกไม้มาต้นเดียว ชื่อ Armstrong หรือเรียกสั้นๆว่า Arm เป็นไม้กระจุ๋มกระจิ๋มสีม่วง เกสรสีเหลืองสด น่ารักดี ทั้งๆที่อยากซื้อมาอีกหลายต้นแต่ไม่มีแรงยกกระเป๋า แม้พี่ลัดดา ชีวะเกตุ จะออกปากว่า อยากได้อะไร ซื้ออะไรซื้อไปเลย พี่จะช่วยหิ้วกระเป๋าให้ ไม่ต้องห่วง จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร ต้นไม้ของพี่ลัดดาไม่รู้ว่ากี่สิบต้น ไหนจะของ Brand Name ที่ซื้อมาจาก LOWO Center หรือ Copy Center ของเมืองเสินเจิ้น เขาว่ากันว่าตึกนี้ทั้งตึก 5 ชั้น ทุกอย่างปลอมหมด มีของจริงเพียงคนซื้อกับคนขายฉะนั้นอย่าได้หลงกลคนขาย ของปลอม Brand Name ขายแบบเลือกซื้อไม่ถูก ลานตาไปหมด เดินตั้งแต่หกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน ไม่มีใครบ่น แต่พอร้านปิดหมด ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ขากับก้น แทบจะหลุดออกจากกันเสียให้ได้ งานดอกไม้คราวนี้ จึงได้ครบทุกรูปแบบและคนที่ไปหน้าเก่าๆที่เคยไปเที่ยวมาด้วยกันหลายครั้งหลายครา จนหลายคนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปแล้ว เวลาจะจัดไปเที่ยวต้องโทรถามไถ่แบบเธอไปหรือเปล่า ไปเถอะ ฉันจะได้ไปด้วย ทำให้งานนี้ทุกคนออกปากว่า สนุกที่ได้มา นี่เริ่มจองโปรแกรมปีหน้ามาเรียบร้อยแล้ว
ดอกไม้เรียบๆพื้นๆในงานFlower Expo ที่เมืองเสินเจิ้น ทำให้นึกถึงดอกไม้ที่บ้านดอกไม้ขึ้นมาจับใจ อาทิตย์นี้บ้านดอกไม้มีดอกไม้พื้นๆบานล้นสวน เริ่มที่บานบุรีสีม่วง ตามมาด้วยอังกาบสีม่วงและสีขาว ดอกเทียนหยด อากาศหนาวเหมือนฤดูหนาว จนต้องใส่เสื้อหนาว ทำให้การจัดดอกไม้ เพลิดเพลินดีและเวลามีเยอะพอที่จะจัดดอกไม้แบบต่างๆไว้ทั่วบ้าน คราวนี้ลองจัดใส่แจกันแบบแปลกๆแขวนตามที่แปลกๆเช่นมือจับตู้ หรือแขวนต้นไม้ ดูไม่จำเจดี บางทีเราเห็นแจกันสมัยใหม่แล้วนึกไม่ออกว่าจะมาจัดดอกไม้อย่างไร ลองไปเรื่อยๆ บางครั้งเข้าท่า บางครั้งไม่เข้าท่าก็ไม่เป็นไร จัดเองดูเองก็ได้นะ จัดดอกไม้เสร็จ ทันแขกมาบ้านเยือนบ้านดอกไม้สองชุด
ชุดแรกศาสตราจารย์วัฒนะ จูทะวิภาต พาเพื่อนที่เป็นกลุ่มอาจารย์ จากโรงเรียนสาธิตจุฬาฯมาเที่ยวบ้านอาจารย์เองที่ติดกับบ้านดอกไม้ ถามอาจารย์ว่าอาจารย์สอนสาธิตจุฬาฯด้วยหรือ นอกจากสอนมหาวิทยาลัย อาจารย์บอก ผมมีเพื่อนหลายวงการ นี่เขารู้ว่าเกษียณปีนี้เลยพากันมาเลี้ยง มาเที่ยวกัน พอมาถึงต้องหากิจกรรมให้แขก เลยหาเวลาพาเพื่อนทั้งกลุ่ม หลายวัยมาดูต้นไม้สวยๆที่บ้านดอกไม้ อาจารย์สาวๆบอกว่าบ้านดอกไม้นี่เหมือนบ้านตุ๊กตาเลย จุ๋มจิ๋มไปหมด เห็นแล้วมีความสุขจริงๆ
ส่วนอาจารย์อีกหลายท่านชอบใจต้นพุตตาลฮาวาย ที่ออกดอกสีชมพูใส เมื่อแก่ดอกกลายเป็นดอกแห้งสีน้ำตาล ดูเหมือนทุกคนเพลินกับดอกไม้ทั้งนอกบ้านและในบ้าน จนบ้านอาจารย์วัฒนะแทบจะเป็นหมัน บาบีคิวที่เตรียมมาเป็น Dinner เย็นนั้น อยากจะยกมาทานที่บ้านดอกไม้แทน หรืออาจารย์ทั้งหลายเห็นว่าอยู่บ้านดอกไม้เพียงลำพังคนเดียวกลัวเหงา เลยอาสาจะมาทำให้ครื้นเครง ได้แต่บอกว่าเผอิญค่ำนี้นัดกับเพื่อนบ้านดอกไม้คือพี่ตู่ไว้แล้ว อาจารย์สาวๆเลยบอกว่า ถ้าเมื่อไรว่างให้แวะไปทานข้าวกลางวันที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯบ้างก็แล้วกัน
แขกมาเยือนบ้านดอกไม้ชุดที่สองคือเพื่อนพี่ตู่ เป็นเพื่อนสมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนสายปัญญา พี่นิด"วิรารัตน์ นาควัชระ" แฟนพี่นิด " สิทธิพงษ์ นาควัชระ" ชื่อเล่น พี่จู๋ สะกดไม่ผิดนะคะ พี่เขาชื่อนี้จริงๆ ทั้งพี่ตู่และฉันบอกพี่เขาตรงๆว่าไม่รู้ว่าจะกล้าเรียกชื่อเล่นพี่หรือเปล่านะ พี่นิด นั้นพกเอาฝีมือทำอาหาร กุ้งอบวุ้นเส้น มาทำที่เขาใหญ่ด้วย เมื่อพี่นิดและครอบครัวมาเป็นแขกบ้านบนเนินของพี่ตู่ มื้อเย็นวันเสาร์ ทุกคนจึงอิ่มหนำสำราญใจ หลังจาก ทานแบบขอไปที ทุกครั้งที่มาอยู่กันลำพังที่เขาใหญ เพราะอาหารกลางวัน บ้านพี่ตู่ มีเพียงขนมปังเปล่า ส่วนของฉันดีหน่อยเป็นซาละเปาหนึ่งลูก แค่นี้ก็อิ่มเมากแล้ว จนต้องบอกกันว่า สงสัยเราท่าจะรวยกันจริงๆนะ ถ้ามาอยู่เขาใหญ่บ่อยๆ ไม่ต้องใช้เงินมาก กินง่ายนอนง่าย แค่นี้ชีวิตพอแล้ว พี่นิดนั้นพาลูกสาวน้องบุ๋น"วรรคพรรณ " ตอนนี้เรียนปริญญาโทที่คณะวิทยาศาตร์จุฬาฯและหลานสาวน้องไกด์"วสุกานต์ สุวรรณมาศ " มาเที่ยวด้วย ก่อนมาบ้านดอกไม้ พี่นิดเปิด website บ้านดอกไม้ให้ลูกสาวดู น้องบุ๋น บอกแม่อย่างไม่เชื่อสายตาว่า ผู้ใหญ่วัยแม่นี่นะ ทำ website ในสายตาของเด็กๆ รุ่นอย่างเรานี่คงพ้นวัย พ้นสมัยไปเสียแล้ว พี่ตู่โวยวายว่าเด็กๆคงนึกว่าผู้ใหญ่รุ่นเราพ้นสมัย ตกสมัย ตกรุ่น ไปหมดแล้ว หารู้ไม่ว่า มีรุ่นป้าๆน้าๆ กลุ่มนี้แหละนี่เล่นของทันสมัยแบบวัยโจ๋ พยายามตระกายให้ทันหนูๆเหมือนกันนะคะ แต่ยังดีใจที่ในสายตาของเด็กๆบ้านดอกไม้ดูไม่เชย ไม่พ้นสมัย ทั้งน้องบุ๋นและน้องไกด์ต่างเพลิดเพลิน ถ่ายรูปตามมุมต่างๆไว้เป็นที่ระลึก ระหว่างผู้ใหญ่นั่งคุยกัน
พี่ตู่และน้องบิ๊ก มาบ้านบนเนินที่เขาใหญ่ ด้วยตั้งใจมาทำบุญอายุครบ 20 ปีของน้องบิ๊กในวันที่ 3 ตุลาคม 2547 ได้ฤกษ์มาทำบุญ ให้ท่านอาจารย์แดงให้พร พี่ตู่บ่น เวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน พี่ตู่ระลึกถึงความหลัง เล่าได้เป็นฉากๆ เมื่อครั้งน้องบิ๊กเป็นเด็ก ตั้งแต่ชอบนั่งอ่านหนังสือ ทำตามผู้ใหญแต่อ่านกลับหัวกลับหาง วางท่าโก้ไว้ก่อน หรือวิ่งรับขนมพร้อมลุงจ้อย เป็น M&M และม่ามาที่ถูกโปรยลงมาจากเครื่องบิน บนฝากฟ้าในงานวันเด็กที่วัดมกุฎ หลายปีมาแล้ว ซึ่งเจ้าตัวจำอะไรไม่ได้มาก นอกจาก หัวเราะฮึฮึ ตอบรับเพียง ครับๆๆ ไม่รู้ว่าครับเพราะจำได้หรือกางเกงเริ่มคับอีกแล้วคะน้องบิ๊ก
สัปดาห์นี้จบลงตรงที่การประชุมสมาคมไม้ประดับ ที่มีกรรมการมาร่วมอย่างมากผิดปกติเพราะได้เชิญหน่วยราชการหลายหน่วยงานมาด้วย น่ายินดีแม้เป็นวันอาทิตย์ หน่วยงานต่างๆที่ได้รับหนังสือเชิญต่างมาร่วมประชุมด้วย ครั้งนี้ดร.ธีระ สูตะบุตร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาร่วมประชุมด้วย ท่านพึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการสวนพฤกษศาสตร์แห่งชาติ พอมาประชุมในฐานะที่ปรึกษาของสมาคมฯฟังว่าสวนพฤกษศาสตรที่เมืองจีนจัดได้ดี เลยบอกขอจองให้คณะกรรมการของท่านสิบที่ไปทัศนศึกษาที่จีนใหม่ในครั้งหน้าต้นมกราคม เพื่อไปเก็บสิ่งดีๆกลับมาปรับปรุงสวนพฤกษศาสตร์ไทย ประชุมเสร็จพี่แอ๊ด"มัลลิกา สุคนธรักษ์"ชวนไปเดินดู Liver Worth ไม้พวกตะไคร่สีเขียว ในสวนของอาจารย์สุรัช วัณโณ ไม้พวกนี้ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น อาจเพราะดูเขียวสดชื่น อิ่มน้ำดี ตอนนี้พี่แอ๊ด เก็บสะสมไว้หลายพันธุ์แล้ว ได้แต่บอกว่า พี่เก็บๆไว้ก่อนนะ เดี๋ยวพอมีเวลาว่างมากกว่านี้ จะไปขอแบ่งมาเลี้ยงเล่นบ้าง พี่เลี้ยงให้ชำนาญไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวค่อยไปขอเรียนลัดทีหลัง แต่นึกไปนึกมาไม่รู้ว่าจะมีเวลาว่างพอไปเลี้ยงและดูแลไม้บอบบางพวกนี้เหมือนพี่เขาหรือเปล่ายังไม่รู้เลย
เมื่อมองย้อนกลับไปอาทิตย์นี้ ดูเหมือนเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน นี่ใกล้ครบปีอีกแล้วนะ ชีวิตวิ่งไปวิ่งมา ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านสุข ผ่านทุกข์ มาหลายรูปแบบ จนถึงวันนี้ นึกสงสัยจริงๆว่าเวลาเหลืออีกนานไหมหนอ จะถึงวันที่ได้หยุดนิ่งเสียที ---------------------------------------------------------- ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 524 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004