แบบสวนในงาน

TALA EXPO'04

 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

"รหัสลับ"

คนเรามักจะชอบความลับ ความหมายที่มองเห็นชัดเจนดูไม่น่าสนใจ การได้ใช้สติปัญญาขบคิดตีความ ดูเป็นความบันเทิงที่ลุ่มหลงอย่างไม่รู้ตัว

งานภูมิสถาปัตย์ที่จัดขึ้นโดยสมาคมสถาปนิกแห่งประเทศไทยที่ผ่านมาอาทิตย์นี้ มีการจัดสวนโชว์หลายสวน แต่ละสวนเน้นสีสด สีตัดกันมาใช้ อาจเพราะดอกPoitsetierสีแดงกำลังงามมากช่วงนี้ หลายสวนจึงนำมาแต่งสวน สวนขนาดเล็กน่าเอ็นดูจึงเกิดขึ้นหลายมุมในงานที่สวนลุม พี่เบญอยากจัดสวนที่บ้านใหม่เลยชวนให้ไปดูกัน เผื่อได้ความคิดมาดัดแปลงการจัดสวนใหม่ในบ้าน งานนี้รศ.เอื้อมพร วีสมหมาย กรรมการสมาคมไม้ประดับรับเชิญไปบรรยายเรื่องไม้ป่าที่น่านำมาจัดสวน อาจารย์ชำนาญเรื่องไม้ป่าในเมืองไทยมาก พยายามเก็บรักษาและนำพันธุ์มากระจายให้เกิดการปลูกเพื่อการค้ามากขึ้น อาจารย์บอกว่าต้นปีปสมัยก่อนแทบจะหายไปจากเมืองไทย แต่พอนำมาเป็นไม้จัดสวน ปรากฏว่าคนนิยมมาก เดี๋ยวนี้แทบจะเรียกว่าทุกบ้านปลูกต้นปีป ปีปเลยเป็นตัวอย่างของไม้ป่าที่นำมาใช้ประดับสวนได้ดีทำให้ไม่สูญพันธุ์ ถ้ามีเวลาคุยอาจารย์จะรู้ว่าปีหนึ่งๆอาจารย์ใช้เวลาตระเวณไปในป่าและชนบทของประเทศ เพื่อตามเก็บภาพไม้ป่า พร้อมนำเมล็ดมาเพาะขยายพันธุ์ บางต้นตามไปถ่ายรูปปีละหลายครั้งเพราะต้องไปดูตอนออกดอก ติดเมล็ด แต่ละช่วงเวลาห่างกันมาก ตารางการเดินทางจึงแน่นเอี้ยด เป็นงานที่เหนื่อยและต้องมีความอดทนและใจรักจริงๆจึงจะได้ข้อมูลครบ

ที่งานนี้ได้พบว่าโปสเตอร์ดอกไม้ของงานขนาดใหญ่ สามารถถ่ายเป็นพื้นหลังภาพได้ดีเหมือนดอกไม้จริง งานนี้เลยถ่ายมาให้ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อถ้าใครมีโอกาสไปเจอพื้นหลังแบบนี้อีก จะได้ลองถ่ายภาพเล่นแบบนี้กันบ้าง สนุกดี

 

สมาชิกของThe Great Gang พี่ปุ๊ ร่อน email เชิญชวนให้สมาชิก ไปเข้าร่วมฟังการเสวนาที่Book@53 ร้านหนังสือ ที่มักจะมีหนังสือที่ๆอื่นไม่มีขายเสมอ ทุกเดือนร้านนี้จะจัดเสวนาพูดคุยกันถึงหนังสือที่นักอ่านชื่นชอบ อาทิตย์นี้ พี่ปุ๊ บอกว่ามีการเสวนาเรื่อง The Davinci Code ปรากฏว่า The Great Gang หายเงียบไปหมด เหลือพี่อี๊ด ที่ตอบรับคำชวนไปร่วมรายการเพราะชอบหนังสือเล่มนี้มาก ส่วนฉันดั้นด้นไปฟังทั้งที่ยังไม่ได้อ่าน เพราะอยากรู้ว่าเขาจะคุยถึงหนังสือเล่มนี้อย่างไร สมาชิกBook Club คืนนั้น 19 คน มีตั้งแต่อเมริกัน อังกฤษ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ อินเดีย เกาหลี และไทย ต่างฉงนในความดังของหนังสือเล่มนี้ว่า ทำไมมันถึงได้ดังขนาดนี้ เสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้อยู่ตรงไหน บางคนบอกว่าคนอ่านรู้สึกเคลือบแคลงว่าข้อมูลจากหนังสือคือFactหรือFictionกันแน่ บางคนบอกหนังสือมีความลับที่น่าติดตามและหักมุมให้คนอ่านระทึกใจได้ทุกบท บางคนบอกอาจเป็นเพราะทุกคนเคยชินกับการที่เห็นการโกหกพกลมของนักการเมือง ของรัฐบาล ของทุกสถาบันแต่หนังสือเล่มนี้ กล้าแสดงนัยยะที่สำคัญปรากฏให้เห็นว่า แม้แต่คัมภีร์ไบเบิลยังโกหกได้เช่นกัน แน่ละการเสนอแนวคิดนี้ ทำให้ทุกวงการสั่นสะเทือน คืนนั้นได้แต่นั่งฟังทุกคนเสนอความเห็นและสัญญากับตัวเองว่า อาทิตย์นี้จะอ่านหนังสือเล่มนี้ สองทุ่มถึงตีสองของคืนวันเสาร์คือเวลาสำหรับหนังสือเล่มนี้ หลังจากอ่านจบ

ฉันสรุปได้ว่า Dan Brown เขียนหนังสือเหมือนนักเขียนดังระดับโลกทุกคนที่ผ่านมา คือเขียนในสิ่งที่ทุกคนเห็นแต่ไม่เคยคิด เขาเห็นภาพเขียนเหมือนที่เราเห็นแต่เราไม่เคยคิดต่อแบบเขา นี่แหละหัวใจของความสำเร็จ

สิ่งที่พบ Dan Brown เป็นนักเขียนที่ขยันเก็บข้อมูลมาเชื่อมต่อได้อย่างน่าพิศวง เขาสามารถจับเกร็ดของเรื่องที่เป็นเรื่องบันทึกตามประวัติศาสตร์ เรื่องเล่า ตำนาน มาสานต่ออย่างเนียนสนิทและแต่ละเรื่องเป็นเรื่องที่ถ้าใครสนใจศาสตร์ด้านนั้นอยู่ จะรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าประวัติศาสตร์ศิลป์ เทคโนโลยี่ ภาษารหัสลับ เขาเอาเรื่องพื้นๆที่ไม่สลับซับซ้อนของศาสตร์เหล่านั้นมาเรียงร้อยให้เข้ากับพล็อตเรื่องที่เขาสร้างขึ้นมา เขียนหนังสือเล่มนี้ใช้เวลาปีครึ่ง แต่เวลาที่นำข้อมูลมาเกลาทั้งหมดใช้เวลาครึ่งหนึ่งของการเขียน ไม่น่าแปลกใจเมื่อลองเข้าไปค้นหาประวัติของเขาอ่านจะพบว่าทุกศาสตร์ที่เขาเขียนถึง เขาศึกษาเหมือนเป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว เขาศึกษาศาสตร์ที่หลากหลายในเวลาเดียวกัน คนอ่านทุกคนเห็นอย่างที่ Dan Brown เห็น แต่ไม่เคยคิดอย่างมีความหมายที่เชื่อมโยงแบบเขานั่นเอง อ่านแล้วเหมือนอ่านภาพต่อ Jigsaw เมื่อเขามาจี้ให้เห็น ความคิดจึงเกิดขึ้น การมองจึงเกิดขึ้น ทุกคนคุ้นเคยกับภาพศิลปที่ Dan Brown นำมาเป็นจุดเด่นของเรื่อง ทุกคนคุ้นเคยกับเรื่องประวัติพระเยซู ทุกคนคุ้นเคยกับพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ และทุกคนคุ้นเคยกับรหัสง่ายๆที่เพียงกลับหน้ากลับหลัง ทุกอย่างเป็นเรื่องไม่ซับซ้อนแต่ไม่มีใครคิดถึงเท่านั้นเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุด คนอเมริกันนั่นเป็นพวกชอบโต้แย้ง ชอบแสดงความคิดเห็น ลองหาTopic ที่มีช่องทางโต้แย้งใส่ตูมลงไปเท่านั้น กระแสการโต้เถียงเพื่อหาคำตอบให้สะใจตัวเองให้ได้จึงเกิดขึ้น ส่วนที่ดังกระจายไปประเทศอื่นรวมทั้งเมืองไทยด้วย

อาจเพราะ USA Today บอกว่าเป็น Best Seller มา 35 สัปดาห์ เมืองไทยเลยซื้อมาแปลอ่านกันบ้าง แบบ One World One Taste ไงละคะ ส่วนที่ยังมีคนมานั่งถกนั่งเถียงกันถึงเรื่องที่Dan Brownเขียน ไม่ว่าผู้หญิงในภาพจะเป็นหญิงหรือภาพสะท้อนของพระเยซู หรือ พระเยซู มีเมียใช่หรือเปล่า Mary Magdalene มีบทบาทสำคัญในคริสต์ศาสนา จริงไหม เป็นเรื่องที่อยากจะบอกว่าแม้แต่ Dan Brown เอง เขาก็เขียนอย่างเป็นรหัสลับโจ่งแจ้งไว้ในหนังสือเล่มนี้ของเขา ตั้งหลายตอนว่าควรคิดอย่างไร เขายกคำพูดของ Leonardo Da Vincy มาบอกว่า Many have made a trade of delusions and false miracles,deceiving the stupid multitude.Blinding ignorance dose mislead as O' Wretched mortals,open your eyes.ทั้งยังเพิ่มเติมต่ออีกว่า That man will learn the truth and be able to think for himself.

สิ่งหลอกหลวง ภาพลวงตา คนโง่เขลา คล้อยตาม ตีความไปได้ต่างๆนานา คนคิดหาความจริงด้วยตัวเอง

Dan Brown เป็นคนเก่งตรงนี้เอง ฉันว่านะ เพราะเขามีรหัสลับที่บอกทุกคนในเรื่องอย่างโจ่งแจ้ง แต่ทุกคนที่อ่านยังมาถกกันอยู่นั่นแหละว่าเรื่องราวใน The Davinci Code เป็น Fact หรือ Fiction มนุษย์เรานี่หลอกง่ายจริงๆ!!!!!

อาทิตย์นี้จบลงที่เทศกาล Bangkok Jazz Festival ที่มีศิลปินแจ๊สระดับโลกมาแสดงสดที่เมืองไทย อย่าง The Crusaders สุดยอดวงJazz ที่ดังมากว่า 5 ทศวรรษ ถ้าไม่ได้อดนอนคืนวันเสาร์เพราะตะลุยอ่าน The Davinci Code คงทำให้การนั่งฟังเพลงแจ๊ส ในค่ำคืนวันอาทิตย์มีสุนทรีย์ขึ้นเยอะ ด้วยกิริยานั่งบ้างนอนบ้าง ในสนามเสือป่าของทั้งฉันและพี่น้อง ที่ชักชวนให้ไปฟังตามประสาคนรักเพลงแจ๊ส โชคดีที่ได้ตั๋วฟรีมา พี่ต๋อแฟนพี่น้อง ผู้กำกับคณะจิตรลดา โรงเรียนวชิราวุธ พยายามยัดเยียดทั้งตั๋วฟรีเข้างานและฟรีค่าอาหาร เพื่อให้มา เลยทำให้ไม่ต้องนึกเสียดายค่าบัตร นึกไม่ถึงว่าคนรักเพลงแจ๊สในกรุงเทพฯมีมากมายมหาศาล ตั้งแต่รุ่นดึกดำบรรพ์มาจนถึงวัยกระเตาะ ต่างหาเก้าอี้ หาเสื่อ หาผ้าปูมานั่ง มานอนฟังเพลงแจ๊สแบบสงบ นึกขำ พี่น้อง หอบไวน์มานั่งจิบกันเหมือนพวกญี่ปุ่นและฝรั่งที่มานั่งอยู่ข้างๆ พอตกดึกอากาศเย็นจนหนาวสั่น รีบคว้ากระติกน้ำร้อนมารินชาแจกให้ดื่มแทนไวน์ที่เหลือกว่าครึ่งขวด แล้วล้มตัวลงนอนมองดูดาวเต็มฟ้า ฟังเพลง Jazz ของ Sadao Watanabe ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ ทั้งพี่น้องและฉันหันกลับมามองหน้าในความมืดของสนามเสือป่า

ส่งสัญญาณรหัสลับ บอกกันว่า สบายจริงๆนะ

---------------------------------

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่

 
Home | Email | ©2004 ThaiThink.com บ้านม้

 

คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 505 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004