"ส่งใจไปเยี่ยม" บางครั้งระยะทางไม่ใช่สิ่งสำคัญ บางครั้งการส่งใจไปถึงคนที่เราคิดถึงแม้อยู่ห่างไกล ใจไปถึงเสมอ หลายครั้งที่เราพบว่าเรื่องจริงนั้นยิ่งกว่านิยายเสียอีก เรื่องของป้าหมู อดีตครูโรงเรียนราชินี ที่ถูกหลานไล่ออกจากบ้านที่เป็นทรัพย์สินของตัวเองแต่ไปลงชื่อโอนให้หลานไว้ก่อนตาย นับเป็นตัวอย่างของความจริงที่ฟังเรื่องแล้วแทบจะไม่น่าเชื่อว่า สังคมไทย สังคมของคนมีการศึกษา จะมีเรื่องราวแบบนี้ แต่นั่นแหละ เรื่องทำนองนี้บอกไปใครจะเชื่อ นอกจากจะพบด้วยตัวเอง ป้าหมูออกจากบ้านของตัวเองด้วยเสื้อผ้าชุดเดียว เดินทางไปหาอาจารย์จอยที่เป็นศิษย์ นับเป็นเวลา 5 ปี มาได้แล้ว ที่อาจารย์จอยต้องมาดูแล ฝากป้าหมูไว้กับครอบครัวของนกที่มีสามีเป็นจ่าทหารเรือที่สัตหีบ ที่ยอมรับจ้างดูแลป้าหมูให้ อาจารย์จอยส่งค่าเลี้ยงดูให้เป็นพิเศษ สองสามเดือนอาจารย์จอยจะชวนให้ไปสัตหีบเพื่อดูว่า ป้าหมูสบายดีหรือเปล่า น่าดีใจที่ป้าหมูได้คนดูแลที่ดีอย่างครอบครัวนี้ จนเราพูดกันเล่นๆว่าแก่ตัวไป เห็นจะต้องจอง นก คนดูแลป้าหมู คนนี้มาดูแลพวกเรา แต่ดูสุขภาพป้าหมู ท่าูจะอายุยืน ตอนนี้ 83 แล้ว แต่นก อายุไม่ถึง 40 เดี๋ยวเป็นหวัด เดี๋ยวปวดท้อง จะไปก่อนป้าหมูหรือเปล่า ยังไม่รู้ ด้วยว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่สักอย่างเดียว ปีนี้ป้าโม คุณแม่พี่นุ้ย นภาพร เหมะจันทร์ อายุ 89 แล้ว เรื่องของป้าโม เป็นเรื่องจริงที่ยิ่งกว่านิยายอีกเหมือนกัน ป้าโมเขียนประวัติความทรงจำออกมาแจกอ่านกันเล่น ได้เป็นเล่ม ป้าโม เป็นลูกสาวคนเดียวของหลวงธนาทรพินิศ แต่งงาน เป็นสะใภ้ พระยาภรตราชสุพิชและคุณหญิงสินอาภา ภรตราชสุพิช ชีวิตป้าโมช่วงเด็กและเป็นสาวเรื่อยมา สนุก ยิ่งกว่านิยายมาก แบบ แก่นแก้วผจญภัย นางเอกหนังไทย อะไรทำนองนั้น แต่ป้าโม ไม่เคยปล่อยเวลาให้ว่างเปล่า แต่ไหนแต่ไรมา ป้าโมชอบศึกษา ตำรายาและใจบุญ ไปไหน ต้องขนยา ขนของไปถวายพระเป็นประจำ เวลาอยู่บ้าน นำสมุนไพรที่ผสมเอง กรอกใส่แคปซูน เพื่อส่งไปให้พระและคนรู้จักที่เป็นโรคภูมิแพ้ ยาของป้าโมชะงักจริงๆ ว่างจากการกรอกยา ผสมยา ป้าโมจะเดินดูต้นไม้ เพาะบ้าง ชำบ้าง ไว้แจกคนไปหาหรือขนใส่รถไปแจกตามวัดที่ไป กิจกรรมเหล่านี้ทำให้ ป้าโม แข็งแรงทั้งกายและใจ การชอบช่วยเหลือคนของป้าโม มีอยู่ตลอดเวลา สำหรับฉันรู้จักป้าโม มาเป็นสิบปีแล้ว เมื่อแรกที่ป้าโมรู้ข่าวว่าไม่สบาย ป้าโมแทบจะโทรมาหาทุกคืน ช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา ป้าโม เหมือน จะรู้ รบเร้าให้พี่นุ้ยขับรถพามาหาถึงบ้าน ไปอยู่ไหนก็พยายามสืบจนพบ ถ้าไม่โทรไปหาหรือหายเงียบไปสองสามอาทิตย์ ป้าโม จะให้ พี่นุ้ย โทรมา ถามเสมอว่า " เป็นอะไรหรือเปล่า สบายดีหรือ สวดมนต์ให้ทุกคืน " สำหรับป้าโมแล้ว เวลาญาติมิตร ผู้มีพระคุณ หรือคนที่ป้าโมรักเอ็นดู เกิดเจ็บป่วย ไม่สามารถไปเยี่ยมด้วยตัวเองได้ทุกวัน ป้าโมจะใช้วิธีสวดมนต์ สวดคาถาแผ่เมตตา ส่งจิตไปเยี่ยมแทน จะสวดซ้ำๆนำจิตเพ่งไปหาคนคนนั้น ป้าโมบอกไม่มีใครสอน เกิดคิดปฎิบัติทำไปเอง บางคนอาจจะไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ เพราะบางคืนนอนๆ รู้สึกนึกถึงป้าโม ขึ้นมา เช้ารีบโทรไปหา บอกว่าเมื่อคืนไม่รู้เป็นอย่างไร คิดถึง ป้าโม บอก นั่นแหละ ป้าส่งจิตไปถึงหนูไงละ สวดมนต์ให้ทุกคืนนะ แต่สำหรับคนบางคนที่มีประสบการณ์ในเรื่องจิต อาจเข้าใจได้โดยง่ายว่าเรื่องของจิตเป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆ
อาทิตย์นี้พี่เล็ก ชนินทร วงศ์ทองดี เริ่มขบวนการให้คีโมแล้ว ให้ครั้งแรกสี่ชั่วโมง ราคาให้คีโมเข็มแรกที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เก้าหมื่นบาท ต้องเขียนบอกเป็นตัวหนังสือ เขียนตัวเลขคนอ่าน อาจนึกว่าเขียนผิด ฟังราคาแล้ว สะดุ้ง คนจนจะมีสิทธิรอดชีวิตไหมนี่ พี่เล็ก ต้องให้คีโมเจ็ดเข็ม วันแรกที่รับคีโม ด้วยความเป็นห่วง เพื่อนๆเลิกจากงานตรงไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล แต่พี่เล็กของเรากลับหัวเราะร่าเริงมาก สั่งอาหารมานั่งทานในห้องคนไข้อย่างเบิกบาน จนพี่ตู่ เพื่อนสนิท อดรนทนไม่ได้ กระเซ้าว่า "นี่เธอเป็นวัวเป็นควายหรือไง ถึงได้อึดขนาดนี้ ให้คีโม ไม่มีสลดเลยนะ " สำหรับเพื่อนๆที่อยู่ห่างไกล พี่เล็กพูดมาว่า แค่ส่งใจมาเยี่ยมก็พอ ก่อนวันเข้ารับคีโมครั้งแรก พี่เล็ก กำลังใจดีมากจริงๆ พี่ดูสวยและสาวขึ้น แม้เป็นวันก่อนD-Day โทรศัพท์ เข้ามาหาพี่ไม่ว่างเว้น จากเพื่อนๆทั่วสารทิศ จนพี่เล็ก พูดในที่สุดเมื่อวางหูลงว่า โชคดีจังนะเรา ที่มีเพื่อนดี จริงไหมจ๊ะ แน่ละคะ คนดี ย่อมมีเพื่อนดี ทุกคนต่างส่งใจ ไปเยี่ยมพี่ตลอดเวลา รีบหายเร็วๆนะคะ เพื่อนๆอยากพา้ไปเที่ยวจะแย่อยู่แล้ว
--------------------------------- ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
|||||||||||||
คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 162 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004