"Noble Silenceความเงียบอาริยะ " ไม่น่าเชื่อว่าจิตของเรา ซนยิ่งกว่าลิง เพียงกำหนดจิตให้มองที่ลมหายใจ ไม่วุ่นวายไปที่ไหน ทำไมช่างยากเย็นแสนเข็ญจริง ไร่หวานสนิทที่นครนายกช่วงต้นปีใหม่อากาศเย็นกำลังสบาย มีดอกไม้บานเต็มไร่ที่น่าจะเป็นป่าไปเสียแล้ว เพราะต้นไม้ใหญ่เบญจพรรณที่ปลูกคละไปทั้งหมด ล้วนสูงใหญ่ เริ่มปลูกมาตั้งแต่ปี 2530 ดอกเฟื่องฟ้าครบทุกสี ตะเบเหลือง ประดู่แดง ล้วนเผยโฉมดอกบานเต็มต้นอย่างน่าชื่นใจ อาทิตย์ที่ผ่านมาเวลาทั้งหมด8คืน9วันได้ใช้เวลากับความงียบที่พล.ต.อ วสิษฐ เดชกุญชร บอกว่าเป็นNoble Silence ความเงียบอาริยะ ความเงียบของผู้เจริญสติปัญญาอย่างเคร่งครัด
ที่ไร่หวานสนิท นครนายก ทั้งResort ปิดรับคนนอก เพื่อให้คน 50กว่าคนมาใช้เวลาอยู่กับความเงียบ อบรมสมาธิ ปีนี้จัดเป็นปีที่12 พล.ต.อ วสิษฐ เดชกุญชร ปัจจุบัน ท่านเป็นที่ปรึกษาหนังสือพิมพ์มติชน เป็นอาจารย์สอนปฎิบัติ การได้ไปร่วมการอบรมคราวนี้ เริ่มที่ พี่แป้น"ศิรินันท์ แสงสุเรนทร์" เคยทำงานที่แบงค์ชาติมาก่อนแต่ Earlyไปได้สองปีแล้ว ก่อนออกบอก มาทำงานเพื่อมานั่งประชุมตั้งแต่ สองโมงเช้า ถึงสองทุ่ม ทุกวัน ทำให้กระดูกต้นคอเสื่อม ชีวิตท่าจะแย่ เมื่อยังมีกำลังอยู่ ออกก่อนจะพิการ ต้องให้พี่สมเกียรติ สามี ป้อนข้าวป้อนน้ำ พี่สมเกียรติ เมื่อก่อนทำที่แบงค์ชาติด้วยกันมา แต่ตอนนี้ ไปเป็น First Ex Vice President & Corp Secretary ของธนาคารกรุงไทย พี่สมเกียรติ เจอที่ไร ร่ำๆ อยากจะออกมาปลูกต้นไม้ ทำสวน อยู่หลายหนแล้วเหมือนกัน แต่ติดที่ยังหาทำเล ถูกใจไม่ได้ แถบเขาใหญ่ ไปมาหลายเที่ยว หลายทิศ ทิศใกล้บ้านดอกไม้ ไม่เหลือที่แปลงใหญ่ให้พี่ได้ทำไร่องุ่น ตามที่ฝัน เลยต้องทำงานกินเงินเดือนไปก่อน พี่แป้น โทรมาชวนว่า สนใจไหม รายการนี้ พี่ตุ๊ สิทธา พรรณสมบูรณ์ นักเขียนดัง หนังสือขายดี พิมพ์แล้วพิมพ์อีก เรื่องแม็คโครไบโอติกเป็นคนจัด พอรู้รายละเอียดเลยโทรไปคุยกับพี่สิทธาว่า รายการเป็นอย่างไรแล้วจัดแบบไหน พี่ตุ๊ บอกรับเพียง 50 คนต่อปี ปกติแค่คนที่เคยมาทุกปี แทบจะรับคนใหม่ไม่ได้แล้ว แต่ถ้าสนใจอยากมา จะดูว่า พอจัดที่ให้ได้หรือเปล่า พอนึกย้อนกลับไปต้องนึกขอบคุณทั้งพี่แป้นและพี่ตุ๊ ที่ทำให้การเริ่มต้นเรียนสมาธิครั้งแรกในชีวิต เป็นการเริ่มต้นจากสิ่งที่ดี ครูที่ดี ความตั้งใจที่จะนั่งสมาธิ มีมานานแล้ว แต่ติดขัดที่ว่าไม่พร้อมจะลำบากกายมากมายจนเกินกำลัง จะอยู่วัด ใจยังไม่สู้ พอรู้ว่ามีจัดที่Resortที่พักสบายหน่อย ไม่ต้องเบียดเบียนกายตัวเองมากเกินไป จึงสนใจและยิ่งอาจารย์ผู้สอนคือ พล.ต.อ วสิษฐ เดชกุญชรซึ่งท่านเป็นฆราวาส ผ่านชีวิตที่ดีงามมาตลอด ยิ่งดีใหญ่ เพราะจะเป็นตัวอย่างที่ดี มีประสบการณ์ของปุถุชนคนธรรมดาอย่างแท้จริง หลักปฏิบัติจะได้นำมาใช้อย่างเป็นจริงง่ายในชีวิตประจำวันได้ง่าย ระหว่างเริ่มเรียนการนั่งสมาธิี่ห้ามพูดกันในระหว่างผู้ปฎิบิติ พูดหรือติดต่อกับใครไม่ได้เลย นอนคนเดียว ทานข้าวคนเดียว คือให้อยู่กับตัวเองจริง พอรู้ว่ามีกฏห้ามพูด ตอนแรกชักไม่แน่ใจว่าจะอยู่รอดตลอด ถามย้ำพี่แป้นว่าพูดอะไรไม่ได้เลยหรือ พี่แป้นว่าใช่ คนอื่นเขาไม่พูด เราจะพูดได้อย่างไร ่ อาจารย์เริ่มสอนสมถะสมาธิก่อน ให้กำหนดจิตอยู่ที่ลมหายใจเข้าออก พอมานั่งถึงเริ่มรู้ว่าจิตคนเรานี่ไม่นิ่งจริงๅ ปรุงแต่ง คิดเรื่องหลากหลายในเวลาไม่ถึงวินาที พอจิตไปที่อื่นดึงกลับมา ไปกลับไปกลับ จนเหนื่อย 3วันแรกแทบแย่ ไหนจะจิตไม่นิ่ง ส่ายมาส่ายไป หันไปทางไหนมีแต่คนที่นั่งนิ่งเงียบไม่มีเสียง เดินเงียบ กินยังเงียบเลย เงียบไปหมด ท่าจะแย่ ห้องนั่งสมาธิแอร์ก็เย็น จิตส่ายไปคิดทุกครั้งที่เดินเข้าห้องว่า เฮ้อ ต้องไปนั่งเย็นแข็งในห้องดับจิตอีกแล้ว นั่งแต่ละช่วงนึกอยู่นั่นแหละ เมื่อไรจะได้ยินเสียงนาฬิกาหมดเวลาเสียที ทั้งขาและเข่าเจ็บตึงไปหมดเพราะการนั่งแบบขัดสมาธ ขยับไปขยับมาอยู่ไม่เป็นสุข 3 วันทำท่าจะไปไม่รอด แทบจะคุย ทักทายกับมดที่เดินเป็นแถวในห้องพักอยู่แล้วนะ แต่ได้รับการเตือนสติว่าเหมือนคนอดบุหรี่นะแหละ อดทนไปหน่อย อย่าเลิก ลองกลับไปลองใหม่อีกครั้ง พอดี กับจังหวะที่อาจารย์เรียกเข้าไปสอบอารมณ์ทีละคน พอบอกปัญหา อาจารย์ยิ้มแบบเมตตา บอกครั้งแรกอย่างนี้ทุกคน เพียงเมื่อระลึกรู้ว่าจิตไปที่อื่น ดึงกลับมา มีสติรู้ตลอด ดูเฉยๆอย่าไปยื้อ เท่านั้นพอ เหมือนการเจ็บทางกายตามจุดต่างๆ ขาหรือหลังที่เกิดจากการนั่งนาน ให้ระลึกรู้เฉยๆว่าตรงนี้เจ็บตรงนี้ปวด ดูแล้ววาง ไม่ต้องไปคิดปรุงแต่งต่อว่า เจ็บทนไม่ได้ เจ็บจะแย่เดินไม่ไหว ขาจะเสียหรือเปล่า พิการจะมีใครมานั่งเลี้ยงหรือเปล่าไม่ต้องคิด คิดเป็นว่าแค่เวทนา เป็นเจริญสติวิปัสสนาสมาธิ ในที่สุดจะพบว่าทุกอย่างเป็นอนัตตา ไม่มีตัวตน มาแล้วก็ไป เกิดแล้วก็ดับ พออาจารย์บอก กลับมาลองนั่งใหม่ คราวนี้นั่งแบบผู้ดู ดูจิตตัวเอง มันอยากไปไหนไป พอรู้ว่าไป เฉยไม่ปรุงแต่ง ไม่คิดต่อ เพียงดึงจิตกลับมาใหม่ ไปอีก ดึงกลับมาอีก อย่างมีสติ พอทำแล้วปรากฏว่าดีขึ้น จิตสงบและอยู่กับลมหายใจได้นานขึ้น ส่วนเรื่องความเจ็บปวดร่างกาย เฝ้ามองเฉยๆ พบว่าทุกอย่างแปรปรวนไม่คงที่ เิกิดดับ มาแล้วก็ไปจริง พอเริ่มปวดขา ด้วยความเคยชินอยากจะเปลี่ยนท่าขยับเท้า แต่พอมาทำตามคำอาจารย์สอน คิดว่าลองดูน่า ลองมองเฉยๆ เพียงรู้ว่าเจ็บ รู้ว่าปวด พอสักพักความรู้สึกปวดเจ็บตรงจุดนั้นหายไปจริงๆ แต่กว่าจะอึดได้ถึงความเจ็บปวด หายไป จิตที่เพ่งมองได้ครั้งแรก นี่สาหัสสากันจริงๆ ต้องนั่งกำหนดนึกอยู่อย่างเดียว ความเพียร ความเพียร พอได้เท่านั้น การฝึกตลอดเวลาที่เหลือ ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่เคยตั้งจิต รอเสียงนาฬิกาหมดเวลาแต่ละชั่วโมงอีกต่อไป มีเพียงจิตที่เริ่มนิ่งนานขึ้น คุ้นกับความเงียบมากขึ้น
พอจบการอบรมในวันสุดท้าย อาจารย์อนุญาติให้พูดคุยได้ ทุกคนต่างเดินไปเดินมาในห้องปฏิบัติสมาธิเพื่อทักทายกับคนที่รู้จัก ฉันรีบตรงไปหารศ.นพมาส แววหงส์ อาจารย์สอนการละครที่อักษรฯจุฬา บอกอาจารย์หนูเป็นศิษย์เรียนการละครกับอาจารย์สมัยยี่สิบกว่าปีมาแล้ว อาจารย์จบมาใหม่ๆจากต่างประเทศ มาสอนที่คณะ อาจารย์ยังคงทำงานอยู่ในแวดวงคนรักงานศิลปะทุกแขนงเหมือนเดิม คนรอบข้างอาจารย์ล้วนเป็นศิลปินยอดเยี่ยมทั้งสิ้น ตั้งแต่จักรพันธุ์ โปษยกฤต ที่อาจารย์บอกว่าพออยู่ใกล้คนเก่ง อัจฉริยะมากๆ เลยต้องมาหาทางของเราเองบ้าง อาจารย์ใช้เวลามานั่งสมาธิที่นี่ทุกปี ให้เวลาพักสติและจิตกับตัวเอง อาจารย์บอกพึ่งแปลหนังสือธรรมะหลับสบายภาษาไทยไปเป็นภาษาอังกฤษให้ชื่อว่า Anger Management เสร็จ ได้ยินแล้วได้แต่อนุโมทนาบุญของอาจารย์จริงๆว่า เมื่อมานั่งสมาธิเพื่อกำหนดรู้ผลที่สุดว่าปรารถนาไม่เกิดอีกให้ถึงนิพพาน แม้ไม่ได้ ตามที่หวัง ถ้าต้องมาเกิดอีก อาจารย์ ก็ต้องเกิดพร้อมสติปัญญา ความสมบูรณ์เพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ เหมือนชาตินี้เพราะปัจจัยที่ดีงาม ตั้งใจทำมากมายเพื่อผู้อื่น ในชาตินี้ และไม่เฉพาะอาจารย์ คนที่มานั่งสมาธิที่นี่ ล้วนมีความตั้งใจดี ตั้งใจแน่วแน่ที่จะสืบต่อสิ่งที่ดีของการปฏบัติิ เพื่อชีวิตที่สงบและเป็นสุข ต้องบอกว่าภาพทั้งหลายที่ถ่ายคราวนี้ ถ่ายหลังจากจบการอบรมแล้วทั้งสิ้น เพราะระหว่างปฎิบัติไม่มีทาง จะเดินถือกล้องวิ่งถ่ายรูปได้เลย พอมีเวลาก่อนกลับเลยได้ถ่ายรูปได้ทักทายพูดคุยกับผู้ร่วมปฏิบัติ อย่าง อุษณี เตชะพูนผล แม้จะอยู๋แบงค์ชาติมาด้วยกัน แต่เธอทำงานเรื่องตลาดค้าเงิน เรื่องการซื้อขายเงินไทยในตลาดเงินต่างประเทศ หน่วยงานนี้ในแบงค์ชาติไม่ค่อยได้พบหน้าพบตาใครเขาหรอก ชีวิตการงานวุ่นตลอดเวลา มาอบรมแม้ได้ที่พักห้องติดกัน ก็ไม่ได้พูดกันอีก พออยู่ให้อุ่นใจว่าคนข้างห้องเป็นคนรู้จักพบหน้ากันมา ถ้าบอกว่าปีนี้ อุษณี อายุ 50 จะมีใครเชื่อไหมนี่ หน้ายังใสอยู่เลย เผลอตัวเรียกตัวเองว่าเป็นพี่ไปหลายหน สังขาร หนอ สังขาร คุณสนิท รุจิณรงค์ เจ้าของไร่หวานสนิท อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ถ้ายังพอจำกันได้ ท่านเป็นอธิบดีคนแรกของกรมราชทัณฑ์ที่พยายามให้นักโทษได้ใช้ศักยภาพ ฝึกปรืออาชีพผลิตสินค้าออกมาจำหน่ายประชาชนทุกรูปแบบ คุณสนิท นั้นเข้ามานั่งฝึกปฏิบัติด้วย พอเลิกปฏิบัติก็ไปนั่งคลุกปุ๋ยคลุกดินใส่ต้นไม้ในสวน ในขณะที่พวกเราพอพ้นชั่วโมงปฏิบัติหลังอาหารกลางวันสองชั่วโมง หลับเงียบเรียบร้อยในห้องพัก เพราะแต่ละคนต้องตื่นตีสี่มาเริ่มนั่งปฏิบัติสมาธิ คิดดูแล้วกันว่าหลังอาหารกลางวันจะมีใครเก่งไม่นอนพักกันบ้าง กินอิ่มนอนหลับ อ้วนท้วนสมบูรณ์ กลับมาหน้าผ่องกันทุกคน ทุกวัยทุกอาชีพมีหมด รุ่นเด็กอย่าง ดร.กิตติวัฒน์ อุชุปาละนันท์ ปริญญาเอกด้านนวตกรรม พึ่งเสร็จงานเป็นที่ปรึกษาให้กับสภาพัฒน์ฯในโครงการกำหนดยุทธศาสตร์ทางการแข่งขัน เวลาว่างการทำงานหมดไปกับการอัดเทปรายการวิทยุธรรมะกับชีวิต พึ่งจะผลิต CD MP3นำเรื่องราวจากหนังสือPractising The Power of Now ของ Eckhart Tolle มาแปลและอ่านใส่CDไว้ เป็นหนังสือที่ดีมาก ยังพอหาซื้อได้จากASIA BOOK ถ้าขี้เกียจอ่าน ดร.กิตติวัฒน์ ได้บันทึกเสียงอ่าน นุ่มทุ้ม ให้ฟัง แปลเป็นภาษาไทยเข้าใจง่าย ไม่เมื่อยมือค้นหาคำแปลจากการอ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ งานนี้ ทำเพื่อให้การศึกษา เผยแพร่ฟรี แต่ผลิตมาค่อนข้างจำกัด ใครต้องการบอกมานะคะ ได้มา1ชุด2แผ่น จะ Copy แจกให้ได้ แต่ต้องแน่ใจว่ามีเครื่องเปิดฟัง MP3 ได้นะคะ ลองอ่านข้อความเล็กน้อยจากหนังสือเล่มนี้ดู ว่าน่าสนใจไหม When your consciousness is directed outward,mind and world arise.When it is directed inward,it realizes its own Source and returns home into the Unmannifested. ทุกคนที่เข้าอบรมสมาธิในอาทิตย์นี้ ก่อนกลับได้ร่วมกันตั้งจิตแบ่งบุญ แผ่เมตตาให้เพื่อนร่วมกรรมทั้งหลายทุกผู้ทุกนามไม่มีที่สุด ไม่มีประมาณ ทุกรูป ทุกภพ ทุกนาม ว่าขอให้บุญที่ได้ทำมาในขณะจิตนิ่งเป็นสมาธิและบุญทั้งหลายที่ได้ทำแล้ว ขอจงเป็นพลวปัจจัย ให้ทุกท่านเป็นสุข พ้นจากทุกข์ เจริญด้วยพรหมวิหารธรรม คือเมตตา กรุณา มุทิตาและอุเบกขา สิ้นเวรสิ้นกรรมแก่กัน พ้นวิบากกรรมไปสู่สุคติ ทุกรูปทุกนาม สาธุ สาธุ สาธุ
--------------------------------- ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
||||||||||||||||||||
คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 187 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004