บ้านบนเนินของพี่ตู่ เพียงจัดแสง เพิ่มดอกไม้สด มุมห้อง บ้านเดิมมุมเดิม กลายเป็นบ้านใหม่ ในบรรยากาศใหม่ได้
 
บ้านดอกไม้ เติมสีดอกไม้สดลงในกลุ่มไม้เขียวๆ จัดของในสวนรวมแบบใหม่ สวนกลายเป็นมุมใหม่ได้เช่นกัน
 
 

"ใช่ผักชีจริงหรือ"

ผักชีโรยหน้าอาหารชนิดไหน อาหารชนิดนั้นมองดูน่าทานทันตาเห็น คนโบราณเขาถึงเปรียบคำว่าโรยผักชี เหมือนเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนออกโชว์

เดี๋ยวนี้ทางไปเขาใหญ่ มีร้านดอกไม้ริมทางที่ไม่แพง คุณภาพดี เกิดขึ้นหลายร้าน พี่ตู่ลองแวะเกือบทุกร้าน จนพบร้านนี้ ตอนนี้แทบจะเรียกว่า เป็นเจ้าประจำที่จะแวะซื้อผักชี สักต้นก่อนถึงบ้าน

งานปลูกผักชีคราวนี้น้อยมากเพราะข่าวการขอมาถ่ายภาพบ้านบนเนินของพี่ตู่"นารีลักษณ์ วิมุกตานนท์"กับบ้านดอกไม้ มาแบบสายฟ้าแลบ พี่ตู่กลับจากภาระกิจที่กุสินารา ภาพข่าวตามเสด็จสมเด็จพระเทพฯในโทรทัศน์ัไม่ทันจางหาย รายการก๊อก ก๊อก ก๊อก ของไอทีวี โทรมาบอกขอคิวไปถ่ายบ้านออกรายการอาทิตย์นี้ ด่วนมาก ทำให้ต้องรีบเผ่นจากกรุงเทพฯแทบจะไม่ทัน ในเย็นวันศุกร์ ท่ามกลางเสียงสวดยับเยินที่รับปากนัดหมายกับปาร์ตี้สาว สาว สาว Smile Gangs ณ แปซิฟิคคลับ ต้องพับไป งานนี้พี่ตู่ บอกกลับไปต้องไปเขียนจดหมายสารภาพบาปถึงเพื่อนรักร่วมแกงค์ สาว สาว สาว ขอได้โปรดยกโทษ ให้ด้วย

เนื่องจากมีเวลาน้อยนิดคราวนี้ ปลูกผักชีได้ต้นเดียว ใช้เทคนิคเลื่อนสลับ เอาของเก่าผสมของใหม่ ย้ายโน้นนิดเพิ่มตรงนี้หน่อย พอให้ไม่ขายหน้าเวลาออกอากาศ แต่ขอบอก งานนี้ เหนื่อยจังโรยผักชีต้นเดียว ...... ใช้เวลาค่ำคืนเดียว

 

รายการทีวีที่เห็นสิบนาทียี่สิบนาที กว่าจะเป็นแบบนั้นได้ ทีมงานใช้เวลาเป็นวัน นอกจากเก็บภาพทุกซอกทุกมุมเพื่อไปตัดต่อภาพที่ดีที่สุดแล้ว ต้องมานั่งคุย มาดูมุมต่างๆ ซักละเอียด เพื่อหาข้อมูลไปเขียนและไปพูดในบท ให้คนดูรายการ ได้สาระและความบันเทิงควบคู่ไปด้วย คราวนี้พิธีกร คุณภิญโญ รู้ธรรม รับบทผู้ตำเนินรายการ พยายามหามุมที่ดีของแต่ละบ้านเพื่อเปิดกล้องและปิดกล้อง บางมุมเจ้าของบ้าน ยังไม่รู้เลยว่ามีมุมนี้ในบ้าน แต่อาทิตย์นี้ อากาศหนาวจนสั่นทั้งพิธีกรและเจ้าของบ้าน แทบไม่อยากออกไปถ่ายวิวนอกบ้าน อยากนั่งอุ่นๆในบ้าน บรื๋อ เป็นไปได้อย่างไรสิบแปดองศา... การมาถ่ายบ้านที่เสร็จสวยงามนั้น สำหรับบางคนที่ดูรายการอาจมองว่าเหมือนเป็นของง่ายสำหรับเจ้าของบ้านที่จะมีบ้านแบบนี้ แต่จริงๆแล้วกว่าบ้านจะเสร็จ อย่างที่ทุกคนได้มาเห็น ล้วนผ่านร้อน ผ่านหนาวมายาวนาน ใครไม่สร้างเองไม่มีทางรู้ ทั้งพี่ตู่และฉันรู้ดี ไม่ว่าช่างปูน ช่างไม้ ช่างกระเบื้อง ช่างไฟ เจอมาหมด บ้านเสร็จ ของประดับบ้านที่ต้องขน ต้องซื้อเอง เดินหอบหิ้วเอวเคล็ด ขึ้นรถ ลงเรือบิน มาไม่รู้กี่เที่ยว แต่ที่สำคัญที่สุด คนทำงานกินเงินเดือนอย่างเราสองคน กว่าจะเก็บเงินปลูกบ้านในฝันสำเร็จนะ เก็บออมมานานแค่ไหน ไม่มีใครรู้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ทุกจุดทุกมุมในบ้านมีความหมาย เช่นบ้านของพี่ตู่ ทุกมุมมี History ไม่ว่าจะเป็นเตาผิงจริงกลางบ้าน ที่หนักมากจนผ่านด่านไม่ได้ แต่ทนแรงตื้อของสาวใจเด็ด ที่บอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ฉันอยากได้ หรือโต๊ะกลางบ้านห้องรับแขกที่พี่ตู่ไปพบเจอที่จตุจักร คู่กับเก้าอี้ลายเสือ หรือยีราฟคอยาวที่หอบหิ้วมาจากไนโรบี แม้วอลเปเปอร์ที่ซื้อลดราคามาตัดปะผนังเอง เพื่อปกปิดผนังห้องที่ช่างไม้ต่อไม้ชุ่ย โดยที่ไม่ทันเห็น มาเห็นผนังเสร็จไปแล้ว ทางแก้คือต้องใช้วอลเปเปอร์มาปิด งานนี้ปีนเองติดกาวน้ำเอง จนมีอุปกรณ์ติดวอลเปเปอร์ประจำบ้านไว้ซ่อมแซม ทุกอย่าง ล้วนเป็นความทรงจำที่ไม่มีใครพรากจากเราไปได้ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ทำให้บ้านมีค่า มีราคาในความรู้สึกของเรา ไม่ใช่สิ่งของ ไม่ใช่ทรัพย์สิน แต่เป็นวิธีการ ความคิดและการลงมือทำ วิธีการ ที่ทำให้สิ่งเหล่านี้สำเร็จต่างหากที่สำคัญ

หนูตั๊ก คนเขียน บทรายการก๊อก ก๊อก ก๊อก สัมภาษณ์รายละเอียด ต้นไม้เกือบทุกต้นในสวน ดีที่ต้นหอมหมื่นลี้ ของพี่ตู่ ออกดอกเล็กๆแสนสวย มาให้ได้เห็นของจริง เจ้าของ เลยรีบอธิบายสรรพคุณที่ท่องไว้จนขึ้นใจ ก่อนลืม

รายการก๊อก ก๊อก ก๊อก ที่ออกอากาศทุกวันอังคารเวลาสองทุ่มครึ่ง ณ สถานี ITV นัยว่า Rateing กำลังดี อาจเพราะรายการมีลูกเล่นหลากหลายไปเที่ยวบ้านชมสวน ครึ่งแรกเป็นบ้านดารา ครึ่งหลังเป็นบิ๊กก๊อก ทำนองบ้านใหญ่ๆ มหีมา แต่บ้านบนเนินและบ้านดอกไม้คราวนี้ คงไม่ใช่concept บ้านบิ๊กก๊อก เป็นบ้านกิ๊กก๊อก ที่คุณต๋อย ไตรภพ เจ้าของรายการ มาเล่งแล้วพบว่า ความพยายามของสองสาว ที่รักบ้าน แต่งบ้านแบบไม่เหมือนใคร คือคิดเอง ทำเอง ซื้อเอง ทุกจุดทุกมุม บ้านเลยแปลกๆ ไปอีกแบบ มีแบบเฉพาะของตัวเอง คือบ้านพี่ตู่จะเน้นธรรมชาติในบ้าน มีต้นไม้จริง มีหนังเสือปลอม มีช้าง มีม้า มียีราฟไม้ เป็นของแต่งบ้าน ส่วนบ้านดอกไม้ เน้นธรรมชาตินอกบ้าน เติมในบ้านด้วยของใช้ดอกไม้ ฟังดุแปลกๆน่าเวียนหัวดี แต่ผลออกมา ทุกคนที่ไปบ้านทั้งสองหลัง ล้วนบอกชอบทั้งสองหลัง บอกมันลงตัวดี มันเหมาะและเข้ากับบุคลิกของคนอยู่แบบบอกไม่ถูก ฟังแล้วจะให้นับว่าเป็นคำชมหรือคำว่าเราสองคน ว่าบ้าคนละแบบ บ้าแปลกๆต่างกันก็ไม่รู้

เพราะใครๆที่รู้ว่า สองคนมาด้วยกัน กลับด้วยกันทุกอาทิตย์ แต่พอมาถึงต่างคนต่างอยู่บ้าน กินข้าวด้วยกันบางมื้อตามโอกาสแล้วแต่ดีกรีความขี้เกียจ ความขยันเดิน และคำถามที่มักตามมาคือ มาทำอะไร ไม่เหงาหรือไง แต่ทุกอาทิตย์ที่มา เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ตั้งใจจะอ่านหนังสือที่มีอยู่เต็มบ้านให้จบสักเล่ม ยังทำไม่ได้เลย ทำโน้นนิดนี่หน่อย เดี๋ยวถึงเวลากลับกรุงเทพนอีกแล้ว พี่ตู่ยิ่งแล้วใหญ่ เห็นนั่งอ่าน นอนอ่าน หลับๆตื่นๆ Are you afraid of the dark? ของ Sidney Sheldon มาสองเดือนแล้วไม่จบสักที เวลาไม่รู้หายไปไหนหมด

 

บ้านไม่ได้สวยด้วยของใหญ่ๆ เฟอร์นิเจอร์เสมอไป แต่องค์ประกอบเล็กๆน้อยที่เข้ากัน ช่วยให้เครืองเรือนสวยขึ้น ตัวอย่างการจัดมุมบ้านหวานๆของพี่ตู่ที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ดูเบา น่ามองขึ้น เป็นแบบที่หลายคนไม่เคยคิด แม้แต่การจัดดอกไม้ ใช้ดอกไม้ในสวนที่มี มานั่งจัดนั่งแต่งไม่ต้องไปซื้อดอกไม้สดตามร้าน แค่นี้บ้านก็สวยจนไม่รู้ว่าจะสวยอย่างไรแล้ว

 

มีเทคนิคในการทำรายการคราวนี้ ที่น่าสนใจมาก ตอนเห็นตู้ปลาที่คุณบอยนำมา ถามว่าใช้ทำอะไร คำตอบบอกว่าใส่กล้องถ่ายใต้น้ำ คุณบอยผู้ที่ทั้งเป็นผู้กำำักับและช่างเทคนิคในตัว นำกล้องลงไปใส่ตู้ปลา เพื่อถ่ายฉากบ้านที่มองผ่านน้ำในสระน้ำ ภาพออกมาน่าทึ่งมาก เลยต้องชมทีมงานว่า คิดได้ยังไงที่ใช้วัสดุง่ายๆภูมิปัญญาไทย ของไทย ของจริง ถ่ายภาพออกมาเหมือนฝรั่งที่ใช้อุปกรณ์ราคาเป็นล้าน แต่อุปกรณ์นี้ถึงพันหรือเปล่า ยังสงสัย คุณบอยบอก ผมไปถ่ายที่เกาะช้างมาเมื่อวาน ถ่ายใต้น้ำ ฝรั่งที่มาเรียนว่ายน้ำมามุงดูกันใหญ่ ทึ่งว่าเราทำได้ไง ฟังแล้วอดปลื้มใจแทนไม่ได้ นี่ละเขาเรียกว่าความตั้งใจ ถ้าตั้งใจจะทำให้ได้ ของที่ดูเหมือนจะทำได้ยาก กลับสามารถใช้ของง่ายๆทำออกมาได้ อย่างนี้เรียกว่า เก่ง เก่งจริง

 

 

อาทิตย์นี้ คุณสมใจ ไรซ์ เพื่อนบ้านดอกไม้ มาบ้านที่เขาใหญ่ได้ นานนานเจอกันที ยังคงความเป็นหญิงจ๊าป ปราดเปรียวไว้อย่างคงเส้น คงวา ตื่นแต่มืดเดินสำรวจสวนในบ้านพบกิ่งต้นแก้วแห้ง ที่คนงานตัดทิ้งไว้ในสวน ยังเดินไปเก็บมาตั้งเป็นกองไม้แห้งทาบติดผนังโรงรถสีขาว มองแล้วสวยไปอีกแบบ เดินชมสวนบ้านตัวเองไม่พอ ขอเดินตามมาชมสวนบ้านดอกไม้บ้าง ในฐานะศิลปิน ความคิดที่คุณสมใจบอกหลายอย่างเรื่องต้นไม้น่าสนใจ เช่น บางมุมที่ปลูกไม้ใหญ่ แสงส่องลงมา แสงจะสวยจนบางจุดไม่ต้องไปปลูกต้นอะไรเลย เมื่อก่อนไม่เคยมองเรื่องแสงกับต้นไม้ พอศิลปินตัวจริงมาบอก เลยทำให้มองออกว่า จริงด้วย บางครั้งไม่ต้องปลูกไม้มากชนิด ปลูกให้พอมีจุดนำสายตาแล้วใช้แสงช่วย เหมือนดูภาพวาด สวนจะสวยขึ้นมาเอง อาทิตย์นี้ได้นั่งคุยกัน หลายชั่วโมง อาจเพราะไม่ได้ เจอกันนาน เรื่องคุยเลยมีมาก ตั้งแต่เรื่องงานวาดภาพ งานสอน การทำอาหาร จากสวนผักปลูกเอง งานสังคม งานบุญงานกุศล คุณสมใจ ทำครบจนจำไม่ไหว แต่ที่รู้แน่ๆคือถ้าได้คุยกับเธอ จะรู้ว่าสาวเปรี้ยว พูดจาโผงผางคนนี้ พูดเหมือนบวชเป็นพระ เข้าถึงธรรมแบบลึกซึ้งจนอดทึ่งไม่ได้ แต่ที่ทึ่งลึกกว่านั้นคือ คุณสมใจ ชอบการทอเสื่อมาก บอกหลายครั้งว่า อยากมานั่งทอเสื่อที่บ้านเขาใหญ่ คราวนี้อีกเหมือนกัน ก่อนแยกย้ายกลับไปดูสวนของตัวเอง บอกว่าเกษียณแล้ว เรามานั่งทอเสื่อกันไหม เสื่อนี่ต้องทอสองคนนะ เธอเสียบฉันแทง ฟังคำกิริยาของการทอเสื่อของคุณสมใจ แล้วน่ากลัวพิลึก ....ไม่รู้จะสู้ไหวไหม.....

     

เวลานั่งทานข้าวที่เขาใหญ่ มักจะเป็นเวลาขำขัน ถ้าพี่ตู่และฉันไปกันสองคน เพราะรายการอาหารที่ง่าย อาทิตย์นี้ รู้สึกหรูมาก แกงป่าปลากราย ไข่เจียว จากร้านครัวป้าแอ๊ว ที่ทานไม่หมดในค่ำวันศุกร์ สามารถห่อกลับมาทานอีกสองมื้อ ในกลางวันและเย็นวันเสาร์ได้อย่างหรรษา โดยมีเนื้อสวรรค์ อายุสองเดือนในตู้เย็น มาเคียงให้หายเผ็ด ที่จริงจะกินต่ออีกมื้อด้วยเมนูนี้ ยังพอได้อยู่ แต่เกรงจะน่าเกลียดจนเกินงาม แต่พี่ตู่ไม่วายสั่งป้าแอ๊วว่าวันกลับ จะแวะมาเอาแกงป่าปลากราย กลับบ้านอีกหนึ่งถุง อยู่ง่าย กินง่ายแบบพี่ตู่นี่ ไม่มีใครมาขอ ไปเลี้ยงบ้างหรือไงนะ สงสัยจริง ??

แต่ มื้อสุดท้ายของสัปดาห์นี้ตกลงกันว่าน่าจะไปจบลงที่คิรีมายา ใช้ชีวิตแบบหรูหราหมาจู พอให้ครึ้มใจกันหน่อย สมกับการเป็นวันตรบรอบวันเกิด ไม่งั้นจะดูหงอยเหงาเกินไปหน่อย สั่งสเต็กไวน์ขาว คนละจาน ....ใช้เงิน สักนิด... เดี๋ยวรวยมากผิดปกติ เพื่อนฝูงจะตั้งข้อรังเกียจ

 

 

ครบรอบวันเกิดปีนี้ของพี่ตู่ไม่มีี่งานเลี้ยงไม่มีของขวัญ ค่ำคืนวันเสาร์ เพียงนั่งลงสวดมนต์ หน้าพระพุทธรูป ก่อนที่ พระธรรมทูต ท่านเจ้าอาวาสวัดไทย ณ สวนลุมพินีวัน อินเดีย จะเริ่มสวดมนต์แผ่เมตตา ส่งกระแสจิตมาให้ิมา ตอนทุ่มครึ่งเวลาในประเทศอินเดีย ที่เมืองไทยเป็นสองทุ่มครึ่ง ท่านขอให้นั่งสมาธิรับ แม้เวลาที่ใช้ในการนั่งสมาธิจะไม่ถึงชั่วโมง แต่การนั่งแบบนี้ ช่วยให้เรามีสติ สติที่มาพร้อมกับการนั่งสมาธิ ช่วยให้ ไม่เห็นแก่ตัวในโลกที่แก่งแย่ง อยู่อย่างสันโดษท่ามกลางความโลภ อยู่อย่างใจเมตตากับความโกรธที่พุ่งเข้ามา

ค่ำคืนนี้จบลงด้วยความอิ่มเอมใจกับการนั่งสมาธิ เงียบๆสองคน

ชั่วขณะ จิตที่ว่างจากทุกข์และสุข เป็นจิตที่นิ่ง แจ่มใสเสียจริง

---------------------------------

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่

 
Home | Email | ©2004 ThaiThink.com บ้านม้

 

คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 133 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004