"ดอกไม้ฤดูแล้ง"

บางคนบอกว่าเวลาอากาศร้อนๆ กุมภาพันธ์-มีนาคม ช่วงฤดูแล้ง สงสารต้นไม้ดอกไม้ว่าจะเหี่ยวแห้งตายเสียหมด  แต่น่าแปลกที่มีไม้บางชนิด

จะให้ดอกเมื่อฤดูร้อนมาถึง

.ใครบอกว่าฤดูแล้ง ดอกไม้ไม่งาม บ้านอาจารย์ดียูและคุณไมตรีคงเป็นข้อย กเว้น เมื่อเป็นไกด์พาพี่วนิดา วิริยะศิริ ไปดูดอกไม้อาทิตย์นี้ พบว่าบ้านอาจารย์ดียูิ ดอกไม้ยังงามเหมือนเดิม ทุกครั้งที่ไปชม ประหนึ่งว่าจะสูบน้ำจากลำตะคอง มาปล่อยรดน้ำที่บ้านอาจารย์จนน้ำลดหมดเขื่อน เพราะมีสวนดอกไม้บ้านอาจารย์ช่างสวยสดสะพรั่งด้วยไม้ใบไม้ดอกงามไปทุกมุม เลยเป็นโชคดีที่พี่วนิดาได้ไปเห็นของชอบ งานนี้เพราะพี่ี่วนิดา วิริยะศิริ อยากไปดูที่สวยๆเผื่ออยากได้ไว้ปลูกต้นไม้กับเขาบ้าง ทั้งๆที่่ชีวิตปกติผูกพันกับของสองสิ่ง หมาและต้นไม้ ในบ้าน พี่อยู่บ้านคนเดียวเลี้ยงหมาดัลเมเซี่ยน 8 ตัว เวลาหมามีลูก ชอบโทรมาบอก ถามว่าจะเอาไปเลี้ยงบ้างไหม ได้แต่ตอบว่า ขอบคุณพี่ หนูขอดูแลตัวเองให้ดีก่อนดีกว่านะคะ เรื่องให้ดูแลหมาอีกขอเก็บไปคิดให้รอบคอบก่อน ไม่ว่าใครมีเรื่องหนักอกหนักใจ หมามีปัญหา ถามพี่วนิดาได้เสมอ พี่ใจบุญกับหมามากอย่างที่ไม่เคยเห็นใครทำได้เหมือน แค่ขอให้มีใครมาบอกว่ามีหมาข้างถนนที่ไหนป่วย พี่จะดั้นด้นตามไปเก็บส่งหมอให้รักษาจนหายดี แล้วกลับไปปล่อยไว้ที่เดิม ถ้าตัวไหนปล่อยไม่ได้ พี่ก็รับเลี้ยงไว้ที่บ้านต่อ คราวนี้ได้ไปดูที่แถบเขาใหญ่ เพราะะี่น้องเขยพี่อยากใช้เวลาหลังเกษียณปลูกต้นไม้ ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ เลยพาพี่ไปเที่ยวบ้านอาจารย์ดียูิคุณไมตรี ที่ปลูกบ้านสวยต้นไม้งาม เพื่อให้พี่วนิดาเกิดแรงบันดาลใจมากขึ้น และไม่ผิดหวังเลยเพราะบ้านหลังนี้ สวยเหมือนเคย สวยเหมือนทุกครั้งที่ไปชม ไม้ดอกหน้าบ้านหลังบ้านเป็นไม้ป่า เห็นวิวเขาใหญ่ทะมึนสวย แม้อากาศเริ่มร้อนในกรุงเทพฯแต่เขาใหญ่ดอกไม้ยังสวย ไม่เหี่ยวไม่แห้ง บ้านหลังนี้ไปเที่ยวครั้งใดพบดอกไม้บานสวยได้ทุกครั้ง คราวนี้ดอกซัลเวียสีม่วงคราม ที่ปลูกเป็นทางเดินในวงเวียนทางเข้าบ้านสวยมาก ดอกไม้ตรงมุมนี้์เปลี่ยนทุกสามเดือน คนสวนคือป้าเหลียวบอกทุกครั้งที่ไปเยี่ยมว่า บ้านนี้เจ้านายชอบต้นไม้มาก มาทุกครั้งได้ปลูกต้นไม้ใหม่ทุกครั้ง และการดูแลสวนให้สวยสดได้ตลอดต้องกำจัดกวาดใบไม้แห้งให้หมดสวน เห็นใบไม้แห้ง เห็นเมื่อไรต้องนึกว่าเหมือนเห็นโลง ต้องรีบเก็บไปเผาไปฝัง นี่สำนวนของป้าเหลียวที่ดูแลสวน ได้เขียวสวยสวยสะพรั่งอย่างที่เห็นได้ทั้งปี

อาจารย์ดียูและคุณไมตรีเป็นนักนิยมธรรมชาติอย่างแท้จริง ทุกอาทิตย์หาต้นไม้ใหม่มาปลูกได้เสมอ อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ดอกไม้แปลกๆพบได้ที่สวนนี้เสมอ มาชมคราวนี้พอได้ทันเห็นต้นสำโรงสีส้มแดง ที่ยังไม่โรยหมดต้น ที่ใครมาเห็นต่างอยากขอปันไปลองลูกบ้างตลอด เมื่อชมไปเดินเล่นได้เห็นธรรมชาติอันน่ามหัศจรรย์ที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ที่สรรค์ สร้างอย่างอาจารย์ดียูและคุณไมตรี ความรู้สึกสงบและชื่นใจทุกครั้ง

ช่วงนี้ว่านสี่ทิศสีขาวออกดอกพราวตรงสวนหน้าบ้าน ว่านเป็นไม้ชนิดหนึ่งในหลายชนิดที่ออกดอกงดงาม เมื่อฤดูร้อนมาถึง ว่านอาจเป็นไม้ที่มีหัวใต้ดินบ้าง ไม่มีหัวใต้ดินบ้าง แต่คนโบราณ พอพูดถึงว่าน มักจะอิงไปถึงสรรพคุณทางยา ชนิดต่างๆ ชื่อของว่าน ที่ตั้งจึงอิงเข้ากับสรรพคุณที่ใช้ในการปรุงยาบ้าง หรือสรรพคุณทางมงคลแก่ชีวิต ตามแต่ความเชื่อของคนเลี้ยง คนปลูก ถ้าลองมาดูชื่อว่านของไทยที่ตั้งๆนามกัน มีหลากหลายเช่น ว่านมหาโชค ว่านมหาลาภ ว่านนางกวัก ว่านไชยมงคล ฯลฯ ว่านส่วนมากจึงมีชื่อเป็นมงคลเพื่อผลของการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับทางการค้า ยิ่งชื่อดี ยิ่งราคาแพง ส่วนทางพฤกษศาสตร์ ว่านมี 34 วงศ์ (Family) 512 สกุล (Genus) และ กว่า 1700 พันธุ์ (Species) ไม่ใช่จำนวนน้อยเลย

แต่ว่านที่ออกดอกพรั่งพรูให้ได้เห็นดอกชัดๆในช่วงฤดูแล้งคือ  ว่านสี่ทิศ (Amaryllil, Hippeastrum spp.)เป็นว่านใน วงศ์พลับพลึง
AMARYLLIDACEAE ช่อดอกแทงโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน ไม่มีใบงอก ลักษณะดอกออกเป็นสี่ทิศ ชนิดดั้งเดิมเป็น ดอกเล็ก ก้านสั้น สีส้ม และแดง กลีบดอกบาง แต่ตอนนี้จะเห็นมีพันธุ์ดอกใหญ่สีสดเข้มเพราะ มีการผสมพันธุ์ได้เป็นพันธุ์ใหม่ ๆ บางชนิดมีมากกว่าห้าดอกในหนึ่งช่อ หลากสี ขาว ชมพู แดงก่ำ แต่ยังออกดอกปีละครั้ง  ว่านนั้นพอเข้าฤดูฝนจึงจะมีใบงอกออกมา หลักของไม้หัวนั้น เวลาดอกโรยให้ตัดช่อดอกทิ้งไปแต่ไม่ต้องตัดใบ ใบจะเป็นตัวสะสมอาหารของต้นในปีต่อไป พอสะสมอาหารมากพอใบจะเหี่ยวแห้งไปตามธรรมชาติเหลือเพียงหัวที่ฝังอย่างสงบในพื้นดินทิ้งไว้ พอเข้าฤดูร้อนฤดูแล้งปีต่อไป ไม้หัวจะแทงช่อดอกขึ้นมาให้เห็นได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ บางคนพอช่อดอกเหี่ยว ใบเหี่ยวตัดทิ้งดึงทิ้งออกไปจากสวน น่าเสียดายเพราะไม้พวกนี้ทนแล้งได้ดี ไม่ตายง่าย ฝังนอนจมดินหลับ ไม่ต้องไปใส่ใจอะไรเดี๋ยวปีต่อมาเขาจะให้ดอกออกมาได้ชมอย่างซื่อสัตย์โดยแท้

อากาศร้อนของฤดูร้อน เป็นช่วงเปลี่ยนจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม อากาศเริ่มร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะทำให้หลายคนคลั่งได้ง่าย แต่ธรรมชาติยังปราณีมนุษย์อย่างเราอยู่มาก ทำไมถึงว่ายังปราณี ลองสังเกตุดูต้นไม้ตามถนนหรือสองข้างทาง แม้อากาศร้อนระอุเพียงใด ไม้ดอกริมถนนไม่ว่าตะแบก คูน หางนกยูงไทย อินทนิล กาสะลอง กัลปพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ ฯลฯ ออกดอกกันพรั่งพรู ให้เห็นเด่นชัด เช่น   อินทนิล สีม่วงปนขาวหรือชัยพฤกษ์สีเหลืองพราวกระจ่างตา ล้วนทะยอยบานให้ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา ได้ชุ่มชื่นสายตา

ต้นไม้ฤดูร้อนที่สะดุดตาเป็นพระเอกที่สุดไม่มีใครเกิน ต้นชัยพฤกษ์ ต้นไม้ประจำชาติไทย ชาวอีสานเรียก ต้นลมแล้ง เพราะดอกบานพร้อมกับลมแล้งที่พัดเข้ามา ภาคเหนือเรียก คูณ ภาคใต้เรียก ราชพฤกษ์ ชื่อสามัญคือ Golden Shower, Indian Laburnum, Pudding Pine Tree  ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia fistula   ดอกสีเหลือง สดใส ส่วนไม้ประเภทเดียวกันแต่ออกดอกชมพูหวานปนขาวเป็นช่อยาวเรียกว่า กัลปพฤกษ์    ชื่อวิทยาศาสตร์     Cassia javanica L.ดอก เริ่มบานสีชมพู แล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ใกล้โรยดอกสีขาว ออกเป็นช่อตา ที่เด่นมากตามมาติดๆคือ อินทนิล(บก)  ชื่อสามัญว่า Queen’s Flowers    ชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia macrocarpa Wall.และอินทนิลน้ำชื่อสามัญว่า Pride of Indiaชื่อวิทยาศาสตร์ Lagerstroemia speciosa(Pers. ความเด่นของอินทนิลคือ ช่อดอก กอดกันเป็นกลุ่มแน่น สีม่วงสด จริงๆแล้วไม้เหล่านี้เป็นไม้ป่ามาก่อนและทางกรมป่าไม้จัดอันดับเข้า ไม้หวงห้ามประเภท ก.คือ มีจำนวนกว่า 250 ชนิด เป็นพันธุ์ไม้ที่ให้เนื้อไม้มีคุณภาพดี ซึ่งใช้ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนได้ ทางการ ยอมให้ตัดต้องได้รับอนุญาติจากเจ้าพนักงานเสียก่อน ต้นอินทนิล เสลา ตะแบก ที่ตอนนี้นิยมนำมาเป็นไม้ประดับในบ้านก็ถือว่าเข้าข่ายไม้หวงห้ามที่ตัดต้องขออนุญาติ แต่ความที่ตอนนี้ไม้เหล่านี้เราเห็นจนชินตา จนไม่นึกว่าต้นไม้เหล่านี้มีค่า บางบ้านปลูกไว้แล้วเบื่อ นึกจะตัดจะโค่น ก็ทำได้เองตามใจ แต่ถ้ามีคนหัวหมอไปฟ้อง อาจมีเรื่องให้ปวดหัวได้ ระวังกันไว้บ้างก็ดี เพราะตอนนี้กระแสการนำไม้ป่ามาประดับเป็นไม้ประดับสวนประดับบ้านมากมายหลากหลายชนิดมาก ไม้ป่าพวกนี้ยังมีกฎหมายคุ้มครองห้ามตัดห้ามย้ายเหมือนเดิม แต่การพ้นหูพ้นตาจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ระเบียบดูย่อนยานไป

ส่วนต้นไม้ฤดูร้อนที่พบเห็นกันมากอีกต้นคือชมพูพันธุ์ทิพย์ หรือตาเบบูย่า (Tabebuia) ชื่อสามัญคือ Pink Poui , Rosy Trumpet Tree ถิ่นกำเนิดเดิมในแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ รวมทั้งหมู่เกาะอินเดียตะวันตก (West Indies) มรว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร ชายาในพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจุมภฏพงศ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต เจ้าของวังสวนผักกาดและวังตะไคร้ อดีตนายกสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย นำเข้ามาปลูกในเมืองไทยนำเข้ามาเกือบ 50 ปีได้ ไม้วงศ์ Bignoniaceae มีประมาณ 100 ชนิด ดอกมีสีหลัก คือ ชมพู  และสีเหลือง

พบความสดใสของต้นไม้ดอกไม้ฤดูร้อนให้เต็มที่ช่วงนี้นะคะ

 

---------------------------------

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่

 
Home | Email | ©2004 ThaiThink.com บ้านม้

 

คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 206 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004