ต้นพุดตะแคงบานเต็มต้น ออกดอกจนแน่นต้น อดใจเก็บมาปักแจกัน ทั้งลอยน้ำให้ บานสดได้อย่างน้อยสองวันเต็ม

ดอกพุดตะแคง ชื่อสามัญว่า Brunfelsia maliformis ชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Brunfelsia maliformis Urb. ถิ่นกำเนิดเดิมมาจาก Jamaica แพร่ขยายไปสู่อเมริกา แล้วส่งต่อมาถึงเมืองไทย

 
 
 
 
 
 
 
 

 

"ดอกไม้เหล็ก"

ดอกไม้ดูว่าบอบบาง อ่อนแอ แต่จริงๆแล้วดอกไม้ เป็นสิ่งที่แข็งแรงที่สุดของต้นไม้ เป็นสิ่งเดียวในต้นไม้ที่พร้อมจะปรับตัว ช่วยดึงดูดสิ่งต่างๆให้เข้ามาหาต้นไม้ ให้ต้นไม้สืบต่อ อยู่ไปได้ อย่างที่หลายคนไม่เคยคิด

อาทิตย์นี้ บ้านดอกไม้ดอกพุดตะแคง ต้นสูงกว่าสองเมตรบานออกดอกพรูเต็มต้น ดอกหอมอ่อนๆกลีบบอบบาง ดูเหมือนไม่ทน แต่กลับตรงกันข้าม ลองเก็บจากต้นมาปักแจกันแช่น้ำ ปรากฎว่าสีขาวสด ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวล
ทั้ง ดอกเจอราเนียมสีแดงสด คงบานดอกกลีบแข็งสวยทน สวยทาน มานานตั้งแต่ปีใหม่ ยังคงบานสวยไม่โรยไม่รา
อาทิตย์นี้ มีเณรจากวัดพระรามเก้า และเณรจากเด็กนักเรียน แถบเขาใหญ่ประมาณ 50 องค์อยู่ที่วัดมกุฎ จึงเป็นโชคดีของ อ้า ติ่งและ หนูบูม ไปบ้านดอกไม้อาทิตย์นี้ ได้ตื่นมาแต่เช้าตรู่ ทำก๋วยเตี๋ยวหมูไปถวายให้ฉันท์ เณรที่มาบวชอยู่รวมกันมากๆ เหมือนเด็กผู้ชายเล็กๆมาอยู่รวมกัน มีเรื่องเล่าสนุกๆมากมายของเณรที่มาบวช ตั้งแต่นอนในกลดกลางป่าในบริเวณวัด พอตกดึกเสียงเณรร้องไห้ลั่นวัดเพราะกลัวผี เมื่อตื่นมากลางดึก จนเจ้าอาวาส ต้องให้ขึ้นไปนอนรวมกันในศาลาหมด หรือเดินธุดงภ์เข้าป่าเขาใหญ่ เดินไปเล่นไป จนจีวรปลิว แทบจะกลิ้งตกเขา หรือ แม้แต่กักตุน นมกล่อง ดื่มยามหิว กลางดึก ดื่มกันองค์ละ สามสี่กล่อง ปวดท้องร้องโอดโอย ตามตามกัน ฟังแล้วคนไปทำบุญ ต้องแอบยิ้มให้กับ ความไร้เดียงสาของเณรเด็กๆ

ส่วนพี่ตู่ อาทิตย์นี้ตื่นแต่เช้าเดินสำรวจดอกไม้บานรอบบ้านบนเนินเหมือนกัน พร้อมกับอัศจรรย์ใจกับต้นแคนา ตรงหน้าระเบียงบ้านว่า ทำไมไม่เคยเห็นดอกบานติดต้น ชี้ชวนให้ดูดอกแคนา ที่ปลูกไว้ที่บ้านเขาใหญ่ มีดอกบานสะพรั่งที่ไม่เคยได้เห็นดอกบานติดต้นสักครั้งเดียว ตั้งแต่ปลูกมา จะเห็นดอกแคนาได้ ต้องตื่นแต่เช้าเดินสำรวจสวน จึงได้พบความอัศจรรย์ใจกับต้นแคนา ต้นนี้ว่า มีดอกบาน แต่ล่วงเกลื่อนพื้นแต่เช้าสวย

มีครั้งหนึ่งเพื่อนมาที่บ้านบอกว่าดอกแคนาบานกลางคืน ประมาณตีสาม ไม่รู้ว่าบานจริงตามเวลาที่เพื่อนบอกหรือเปล่าเพราะไม่เคยมีใครอยู่รอดูพิสูจน์คำกล่าวนั้น เพียงรู้แน่ชัดอย่างเดียวว่า ต้นแคนาไม้ต้นนี้บานกลางคืน

ต้นแคนาเป็นไม้ป่าแถบอีสาน ชาวบ้านจะเก็บฝักอ่อน ยอดอ่อนมาจิ้มน้ำพริกกิน บางครั้งจึงแทบไม่ทันได้ชื่นชมดอกแคนาตามธรรมชาติเพราะถูกขโมยเก็บยอดช่อดอกอ่อนไปกินเสียหมด

ที่จริงแล้วมีดอกไม้ที่บานเฉพาะกลางคืนมากมาย เช่นดอกกรรณิการ์ ดอกไม้สีขาวดอกเล็กๆก้านสีแดดสด ที่ตื่นเช้ามาดอกเล็กๆของกรรณิการ์ ล่วงหล่นพื้นใต้ต้นเหมือนกัน

ดอกไม้บานกลางคืน เป็นดอกไม้ที่มีลักษณะเฉพาะ พวกนี้จะบานล่อแมลงที่ออกหากินในเวลากลางคืน ธรรมชาติสร้างสมดุลให้กับทุกอย่าง มีแมลงกลางคืน ต้องมีดอกไม้ที่บานกลางคืน ส่งกลิ่นหอมให้แมลงเหล่านี้ มาดูดกินน้ำหวาน

กล่าวกันว่าแมลงที่ออกหากินเวลากลางคืน ผีเสื้อกลางคืน จะไม่สวยตัวดำๆมืดๆมีขน หยุบหยับ ต้องแอบซ่อน บินออกหากินเวลากลางคืนไม่ให้คนตกใจ

ไม่เหมือนแมลงที่ออกหากินเวลากลางวันจะสวย สีสดใส น่ามองอย่างผีเสื้อปีกสีสวย จะหากินกลางวัน คนเห็นแล้วชอบปล่อยให้ดูดดอมเกสรดอกไม้ในสวนได้อย่างสบายใจทั้งคนมองและผีเสื้อ

ฟังแล้ว ช่างน่าสงสาร แมลงที่ออกหากินเวลากลางคืนเสียจริง ต้องหลบๆซ่อนๆตัวเอง บินออกมาใช้ชีวิตยามค่ำคืน จะว่าไปดอกไม้ที่เห็นว่าแสนบอบบางที่บานกลางคืนนี้ เป็นธรรมชาติที่ปรับตัวเพื่อเกื้อหนุนแมลงให้มีชีวิตรอดไม่อดอยาก แม้แมลงจะหน้าตาหน้าเกลียด ดอกไม้ไม่สนใจ ไม่เหมือนคนเพียงเห็นแมลงหน้าตาพิลึกกึกกือ เป็นร้องกรี๊ด หาไม้มาฟาดตายคาที่

สำหรับมิตรรักแฟนเพลงพี่ตู่ตอนนี้ถ้าฟังจส.100 โปรดทราบว่ารหัส จส.69 นั้นคือเธอ ตอนนี้หนังละครน้ำเน่าไม่ดูแล้ว เปิดฟังจส.100 ทุกคืน ขับรถไปเขาใหญ่หรือในกรุงเทพฯพบเจอ รถติด อุบัติเหตุ พี่เรารีบกดโทรศัพท์รายงานทันที นัยว่าเพื่อส่วนรวม ร่วมด้วยช่วยกัน ขอช่วยด้วยคน
เป็นดอกไม้เหล็กจริงๆ ไม่คิดจะหลับจะนอน จะนั่งพัก นอนพักบ้างเลย

หญิงเหล็ก ใจสู้อีกคน พี่น้องหรือที่เพื่อนๆร่วมรุ่นเรียก ก้อย เยาวเรศ อารีย์มิตร วันดีคืนดี โทรมาบอกว่า มาทำหนังสือ RUGBY กันเถอะ ตอนแรกนึกว่าพี่จะพูดเล่น แต่เอาเข้าจริง ท่าพี่กะลุยเต็มที่ ทั้งๆที่เราสองคนดู RUGBY ไม่เคยรู้เรื่อง ไปนั่งริมสนามกี่ครั้งๆ ดูไม่เคยเข้าใจ แล้วไม่คิดว่าอยากจะเข้าใจด้วย รู้แค่ตอนจบใครชนะเท่านั้นเอง เมื่อมาคิดจะทำในเรื่องที่ไม่รู้เรื่องเลยแบบนี้ ถ้าไม่เรียกว่าบ้่า ต้องเรียกว่า สู้แบบบ้าบิ่นโดยแท้ พี่น้องพูดสั้นๆทำนองรวบรัดว่า ไม่มีใครทำ ทำไมไม่ลองทำ ของอย่างนี้ไม่ลองไม่รู้ สู้หน่อยน่า ฟังพี่น้องแล้วต้องยอมใจอ่อน ร่วมด้วยช่วยกันสองคน ไปได้ไกลแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า ถ้าช่วยกันมีทางไปได้เสมอ ถ้าใจไม่หยุดสู้ ไม่หยุดท้อ

   

ดอกไม้เหล็กที่แกร่งจนสะท้านใจเมื่อได้พบอีกคนคือ กี้ ธณิกานต์ นวลแข ใครจะเชื่อว่าปีนี้กี้อายุห้าสิบกว่านิดๆ กี้ บอกเมื่อพบกันว่า หมอบอกกี้มีเวลาเหลือแค่ปีเดียว แล้วย้อนถามฉันว่า หมอบอกหรือเปล่าว่า เหลือเวลาเท่าไร ได้แต่ส่ายหน้าว่าไม่เคยถามหมอ แค่เพียงรู้ว่า ชีวิตอาจใกล้จบ ทุกสามเดือนที่ต้องพบหมอนั้น มากพอแล้ว แม้ กี้ จะบอกว่า กี้ ไม่อยากเชื่อว่า ปาฏิหารย์มีจริง สำหรับวันเวลาที่เหลือ แต่กี้ไม่เคยคิดหยุด สร้างปาฎิหารย์ให้ตัวเอง กี้ไม่ อยู่เฉยๆ กี้ใช้ชีวิตแบบที่รู้ว่า เวลาที่มีข้างหน้า ไม่ใช่เวลาที่จะอยู่กับที่ แววตาและความสดใสที่พบนำความเบิกบานมา สู่คนไปเยี่ยม ไปพบได้ทุกคน แม้น้ำเสียงจะอ่อนโรยในบางครั้ง ไม่น่าแปลกใจที่ คุณหมอทุกคน ที่เข้ามาดูแลกี้ได้แต่ส่ายหน้าบอกว่า ไม่เคยพบคนไข้แบบนี้ ที่ตั้งใจสู้ ที่หาทางออก ทุกวิถีทาง บนเส้นทางที่ขรุขระ ลำบากลำบน เส้นนี้ อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย คนไข้อื่นที่ผ่านมาทางเส้นนี้เหมือนกัน ล้วนนอนนิ่งนอนรอ หมดใจ สติแตก ไปนานแล้ว

บางชีวิต ตั้งใจไม่้เป็นเพียง ดอกไม้ประดับบ้าน ประดับสวน ที่ธรรมชาติกำหนดให้โรยราไปอย่างเปล่าดาย เท่านั้นเอง

---------------------------------

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่

 
Home | Email | ©2004 ThaiThink.com บ้านม้

 

คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 82 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004