"ดอกไม้ดอกเล็กๆในหัวใจ"

ไม่ว่าจะผ่านความลำบากมามาก ขนาดไหน คนบางคนบอก อย่าไปท้อ ขอให้มีดอกไม้ดอกเล็กๆ แอบอยู่ในหัวใจก็พอ

ประโยคที่กล่าวปลอบใจดังกล่าว กูลพร ริ้วทอง บอกกับฉันซ้ำไปซ้ำมาเมื่อไปทานข้าวเย็นด้วยกัน แม้ไม่ได้เจอกันบ่อยแต่ กูลพรมักจะพยายาหาเวลาให้ได้เสมอเพื่อจะคุยกัน เพราะธุรกิจร้อยแปดพันประการที่เธอขยันทำขยันคิด ไปได้โลดไปได้สวยเสียทุกอย่าง ตั้งแต่ธุรกิจความงามมาถึงเรื่องต่อเรือพานักท่องเที่ยวไปชมหิ่งห้อยริมแม่น้ำ พร มักจะมีคำพูดให้กำลังใจคนเสียขวัญได้เสมอ เธอบอกว่าให้ดูตัวเธอเป็นตัวอย่าง เห็นฉันหน้ายิ้มแบบนี้ รู้ไหมว่าฉันนะหน้าเหมือนควายมาก่อน ถ้าไม่เคยเจอคนหน้าเหมือนควาย มองดูหน้าฉันไว้นะยะ ฉันนี่แหละใช่เลย บทคนเราจะเป็นคนโง่นะ รู้ไหม โง่ได้มากกว่าควายเสียอีก จำไว้ แล้วเธอก็เล่าไปขำไปกับความโง่ของตัวเองที่มีมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าเรื่องอะไร ที่ทำผ่านมา บางครั้งเราทำไปอย่างไม่รู้ตัว ทำไปอย่างโง่ๆ แต่ทำไปแล้ว รู้ตัวว่าทำไปอย่างโง่ๆและยอมรับ ยิ้มรับได้ต่างหากที่สำคัญ สิ่งสำคัญอย่าได้ท้อ อย่าหมดแรงนะเพื่อน ต้องมีดอกไม้ดอกเล็กๆเก็บไว้ในมุมหนึ่งของหัวใจเสมอ ให้ใจเราชุ่มชื่นเมื่อคิดถึง ดอกไม้ดอกเล็กๆในหัวใจของกูลพรคือ การมีบ้านริมน้ำ จัดดอกไม้พื้นๆในภาชนะพื้นๆรอบบ้าน แม้ดอกไม้ดอกเล็กๆในหัวใจแกร่งของเธอดวงนี้ ยังไม่เติบโตเต็มที่ มีเพียงเมล็ดพันธุ์ที่พึ่ง เริ่มแตกยอดอ่อน แต่เธอบอกเธอเต็มใจที่จะรอ วันดอกไม้ดอกเล็กๆ ในมุมหนึ่งของหัวใจเธอดอกนี้เริ่มออกดอก บานเต็มที่ ฉันถามกูลพรว่า ถ้าเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ในใจ มันแห้งเหี่ยวฝ่อไปหมด จะทำอย่างไร กูลพร หัวเราะแล้วบอกว่า ไม่ต้องกลัวเพื่อน ฉันจะขุดจากสวนอื่นที่ออกดอกแล้ว ใส่ปลูกใหม่ให้เธอเอง เราสองคน หัวเราะขำๆกับความคิดตื้นๆ แต่แบ่งปันแบบนี้จริงๆ

ดอกสแตติส(Statice)สีม่วงครามเข้มคือดอกไม้ในหัวใจของพี่จิ๋ม มาลินี ทองโสภิต เพียงเห็นแวบแรกที่ร้าน พี่จิ๋มรีบบอกคนขายว่า ฉันเหมาหมดทั้งกำ ดอกสแตติส(Statice) เ็ป็นไม้ดอกที่เรียกว่า Everlasting Flowers สวยชั่วกัลป์ชั่วกัลป์ บานไม่โรยไม่เน่า แห้งสนิทสีสดสวยอยู่นานแสนนาน ดั้งเดิมเป็นไม้ที่ขึ้นอยู่ตามทุ่งหญ้าริมทะเล ชาวกรีก ตั้งชื่อว่า leimon หมายถึง พืชที่ขึ้นตามทุ่งหญ้าแถบชายทะเล ดอกสแตติส(Statice) จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า Sea Lavender จึงเหมาะมากที่นำมาใช้เป็นไม้ประดับตั้งในบ้าน นอกบ้านได้ทั้งนั้น อาทิตย์ที่ผ่านมา พี่จิ๋มนัดเลี้ยงสาวนักออกกำลังที่ใช้เวลาช่วงเย็นก่อนอาหารค่ำเดินให้เหงื่อซึมในซอย ที่เป็นเพื่อนบ้านกัน ดอกสแตติส(Statice) ได้ออกมาอวดโฉมในสวนนอกบ้าน ทำให้มุมโต๊ะอาหารกลางสวนสว่างไสว

อาทิตย์นี้บ้านดอกไม้ยังเย็นฉ่ำจากฝนที่ตกในบริเวณใกล้เคียงแต่ส่งไอเย็นสบายๆมาถึง ทำให้ได้นั่งดื่มชา ชื่นชมของฝากจากพี่จิ๋มวรนาถ อนุสรนิติสาร เดือนที่แล้วพี่จิ๋มไปเที่ยวชมดอกไม้ในยุโรป แวะเมืองไหนเก็บของมาฝากได้ทุกเมือง ไม่ว่าผ้าลินินลายทิวลิปจากสวนเคอเคนฮอฟในเนเธอร์แลนด์ ช้อนชงชากาแฟลายทิวทิปจากเมืองไฮเดนเบอร์กของเยอรมัน ที่คั่นหนังสือลายกุหลาบจากพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ในฝรั่งเศส ผ้าฝ้ายทอมือสำหรับเช็ดจานลายดอกทิวลิปจากเบลเยี่ยม ของบางอย่างในสายตาของบางคนดูไร้ค่า แต่สำหรับคนรับและคนให้ ต่างรู้ว่าสิ่งนี้มีค่ายิ่งกว่าทองคำ เพราะความเข้าใจ เพราะความระลึกถึง ที่รู้ว่าตั้งใจให้ต่างหากที่ทำให้ของสิ่งนั้นมีค่า ทุกครั้งที่อ่านหนังสือ แล้วหยิบที่คั่นหนังสือลายกุหลาบสดใสออกมาจากที่คั่น จะนึกถึงคนให้ได้ทุกครั้ง พี่จิ๋มเพียงบอกว่า พี่รู้ว่าหนูชอบอะไร พอใจกับสิ่งที่เป็นสามัญแต่มีคุณค่า มันมากเกินพอสำหรับชีวิตอยู่แล้ว จริงไหม และพี่จิ๋ม พยายามที่จะให้ฉันเติมเต็มชีวิตให้เต็มจนล้นเสมอ พยายามบอกให้ทำโน้นทำนี่ เมื่อไร จะร่วมเล่มหนังสือที่เขียนสักที จะ Early Retire เมื่อไร มานั่งทำงานที่officeพี่สักอาทิตย์ละวันสองวันไหม เริ่มงานแผนกใหม่ ที่ยังไม่มีใครทำ มาเริ่มต้นทำได้นะ พี่เชื่อว่าหนูทำได้ หรือวันไหนว่างไปอ่านหนังสือใส่เทปให้คนตาบอดฟัง หรือไปนั่งพิมพ์หนังสือให้เขา เอาไปทำอักษรเบลล์ต่อกับพี่บ้างก็ได้ มีเรื่องหลายร้อยอย่างที่ถ้าอยู่กับพี่จิ๋ม มักจะได้แรงบันดาลใจที่ดีๆเสมอ

 

อาทิตย์นี้ใช้เวลา้เพียงนอนเล่นอ่านหนังสือริมระเบียง มองเห็นวิวเทือกเขาใหญ่ที่ทอดยาวจนสุดสายตา เมื่อมองลงไปในสวน เห็นดอกไอริส(Iris)ที่เก็บหัวมาจากออสเตรเลียเริ่มแตกดอกสีม่วงแกมเหลืองอยู่สองสามดอก ดอกไอริส(Iris)ที่เก็บหัวมาลองปลูกดูคราวนี้ โตไวดี ทุกครั้งที่ลองนำดอกไอริส(Iris)พันธุ์ใหม่ๆมาปลูก ส่วนมากจะจมหายตายฝังดินจนลืมเลยว่าปลูกไว้ตรงไหน ครั้งนี้อาจโชคดีที่ฝังหัวลงไปตรงที่ดินระบายน้ำได้ดีและช่วงนี้มีฝนตกบ่อย ดอกไอริส(Iris)เลยแทงช่อมาให้ได้ดูเป็นกำลังใจคนปลูก ไม่เสียแรงที่หอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลมา ปัจจุบันดอกไอริส(Iris)มีหลายร้อยพันธุ์ เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ไปมา เมืองไทยที่นิยมตอนนี้เป็นดอกไอริส(Iris)ชื่อ Bearded Irises ดอกใหญ่ สีขาวแกมม่วงประปราย นักจัดสวนชอบไปจัดเป็นไม้ประดับสวนริมน้ำ แต่ดีใจว่าดอกไอริส(Iris) ที่บ้านดอกไม้พันธุ์นี้ ยังไม่เห็นที่ไหนในเมืองไทย ต้องเก็บไว้อวดพวกนักเลงต้นไม้มืออาชีพ อย่างน้อยตอนนี้มีต้นไม้แปลกจากคนอื่นแอบซุกไว้ในสวนหนึ่งกอแล้ว

เวลาอากาศดีๆ ไม่มีแดดตลอดวัน แทบจะไม่อยากจะละสายตาไปจากการสำรวจต้นไม้ในสวนเลย ถ้าไม่ต้องวิ่งเข้าไปนั่งรับโทรศัพท์แล้ว คงจะมีดอกไม้ในสวนที่ยังแอบออกดอกหลบๆตามมุมให้ได้ค้นพบอีกเยอะเชียวอาทิตย์นี้ เมื่อต้องติดต่อกับโลกภายนอกได้แต่ตอบคำถามที่ส่งเสียงถามมาว่า อยู่ที่ไหน ทำอะไร เพียงว่านั่งจิบน้ำชาเงียบๆเหลือบมองดูดอกไม้จีนสีส้มที่เก็บมาจากสวนแต่เช้า ใส่แจกันแก้วใสวางบนโต๊ะในครัว ดอกไม้จีน ฝรั่งเรียก Day Lily บานวันเดียวเหี่ยว ช่างตรงข้ามกับดอกสแตติส(Statice)เสียจริง ดอกไม้จึนกอนี้ พี่แอ๊ด มัลลิกา ยกให้มากระถางหนึ่ง พอมาลงดินที่นี่แตกกอใหญ่พุ่มใหญ่ แต่ปีหนึ่งจะออกดอกช่วงฝนตกช่วงนี้ทั้งกอพุ่มใหญ่ ยังไม่เคยกล้าเก็บดอกไม้จีนกอนี้มากิน ทั้งๆที่เขาบอกมาว่าเอาดอกตูมไปต้มจืดหรือผัดแบบผัดสด อร่อยไม่แพ้ผักชนิดอื่น อยากให้ดอกไม้จีนสวยบานในสวนมากกว่ามาเหี่ยวแห้งเพราะไฟบนเตา

ถ้าไม่มีเสียงโทรศัพท์ โลกตรงนี้สงบจริงๆ เวลาเหมือนหยุดนิ่ง เสียงทางไกลที่ร่ายยาว ส่งข่าวความก้าวหน้าของงานต่างๆที่กำลังทำ กำลังมีปัญหา กำลังรอ ได้แต่บอกให้รอไปก่อน อาทิตย์หน้าค่อยมาว่ากัน ตอนนี้ขอเพียงจิบน้ำชาทานแซนวิสเป็นอาหารหลักก่อน แล้วจะดื่มชาเผื่อ ใจเย็นๆนะ นับไปนับมามีคนฝากให้ดื่มชาเผื่ออาทิตย์นี้ หกแก้ว
จะบ้าตาย ดื่มชามากขนาดนี้ กลางคืนจะหลับได้อย่างไร
ที่สุด ได้แต่คิดว่าชีวิตจะหยุดนิ่งที่บ้านดอกไม้ ไม่ได้นานเท่าที่ใจปรารถนาจริงๆหรือ
เมื่อไรดอกไม้ดอกเล็กๆในหัวใจที่บ้านดอกไม้จะเติบโตได้สักทีนะ

 

 

 

 

....................................................

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่

 
Home | Email | ©2004 ThaiThink.com บ้านม้

 

คุณอ่านหน้านี้เป็นคนที่ 2223 นับตั้งแต่ 16 Jun 2004