"ดอกไม้ในสารานุกรมไทย"
ดอกไม้ไทยหลายคนรู้จักชื่อไม่รู้จักรูปร่าง บ้างรู้จักรูปร่าง เห็นจนชินตาแต่ไม่รู้จักชื่อ ทั้งๆที่ดอกไม้ไทยเป็นสิ่งใกล้ตัว ไปไหนมาไหน ได้พบได้เห็นกันเป็นประจำแต่กลับไม่รู้รายละเอียด น่าเสียดาย
พี่ติ๊ก ณัฎฐา มะระกานนท์ หลังจากฟื้นจากมรสุมที่ผ่านพัดใส่ ลุกขึ้นมาใช้ชีวิตปกติสบายๆเหมือนเดิม บอกให้ไปร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวสารานุกรมไทยฉบับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฉบับเสริมการเรียนรู้ เล่มที่1 แต่เดิมสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนจัดทำขึ้นเป็นเล่มใหญ่แบบ Encyclopaedia ต่างประเทศโดยทั่วไป ที่ใหญ่แบบตั้งโตีะเคลื่อนย้ายไปไหนไม่ได้ น้ำหนักหนังสือหนักมากพอกับความหนักของเนื้อหาสาระในเล่ม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ องค์ที่ปรึกษาโครงการสารานุกรมไทย ทรงดำริที่จะจัดทำหนังสือสารานุกรมขนาดเล็ก พกพาไปได้ ราคาไม่แพง โดยมีเนื้อหาสาระที่เรียบเรียงจากสารานุกรมเล่มใหญ่ แต่ปรับเรื่องให้กระชับและมีสาระที่่ดึงดูดใจเยาวชนมากขึ้น
สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน เล่มแรกเปิดตัวด้วยเรื่องดอกไม้คือ ไม้ดอกหอมของไทย ไม้ในวรรณคดีและสมุนไพร เรื่องทั้งหมดนำมาจากหลายส่วนของสารานุกรมเล่มใหญ่แต่มาตัดทอนและจัดกลุ่มใหม่ ให้เป็นเรื่องดอกไม้และพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจในแง่มุมต่างๆ เป็นแนวทางในการจัดทำสารานุกรมฉบับพกพา ที่สะดวกในการอ่านและหยิบใช้งานมากขึ้น และราคา80บาทเมื่อเทียบกับหนังสือสี่สีทั้งเล่ม200หน้า นับว่าถูกมาก และจะหาซื้อได้สะดวกมากขึ้น ตามปั๊มน้ำมันหรือร้านรองเท้าบาจา ที่มองดูไม่น่าเข้ากันได้ กลับมีหนังสือสารานุกรมวางขายได้ ฟังแล้วแปลกๆ
งานแถลงข่าวจัดที่สำนักงานสารานุกรมที่ถนนเสือป่า ห้องประชุมถูกจัดแต่งด้วยดอกไม้มากมายหลายแบบ ให้สมกับเรื่องในดอกไม้ หนังสือสารานุกรมเล่มเล็กนี้จะว่าเขียนยากหรือง่ายกว่าเล่มใหญ่ไม่มีอาจารย์ท่านไหนยอมบอก แต่ในฐานะที่เข้าไปช่วยเขียนช่วยเรียบเรียงในบางของเรื่องสารานุกรมไทยฉบับเยาวชน ที่ไม่มีอาจารย์ท่านไหนจับจองเพราะไม่ใช่เรื่องราวที่ถนัด หรือแม้แต่ผู้เขียนต้นฉบับเล่มใหญ่เอง ท่านไม่มีเวลาเรียบเรียงเรื่องเพื่อเล่มเล็กใหม่ พี่ติ๊ก จึงส่งเรื่องนั้นมาให้ช่วย ถือว่าช่วยชาติ บอกได้คำเดียวว่า เขียนยากกว่าเขียนอย่างอื่น เพราะไม่รู้ว่าโทนของเรื่องที่เป็นวิชาการ จะทำให้เด็กวัยรุ่นอยากอ่านได้อย่างไร หลักการเขียนฉบับพกพาคือนำฉบับใหญ่มาเป็นต้นแบบแล้วปรับสำนวนให้ชวนอ่านและมีรายละเอียดข้อมูลใหม่ๆสอดแทรกเข้าไป ความยากอยู่ที่จะใส่ของเดิมเท่าไร นำข้อมูลใหม่เพิ่มเข้าไปเท่าไร ก่อนการกำหนดหัวเรื่องในแต่ละเล่ม กรรมการจะมาดูว่าเรื่องไหนที่น่าจะจัดรวมเป็นกลุ่มเดียวกันได้ เล่มแรกว่าด้วยเรื่องดอกไม้ เล่มที่สองว่าด้วยเรื่องอาหาร พอดีในหัวข้อของเรื่องโภชนาการ ไม่มีกรรมการหรืออาจารย์ท่านไหนสนใจจะเป็นผู้เรียบเรียงให้ใหม่ พี่ติ๊ก บอกลองช่วยทำให้หน่อย กว่าจะได้ต้นฉบับโภชนาการความยาว16หน้า A4 แทบแย่เพราะแค่อ่านเรื่องสารอาหารให้เข้าใจ สมองมึนแทบจะหยดทำงาน ไหนยังจะต้องไปดูเรื่องพระราชบัญญัติอาหาร ที่ออกใหม่และเรื่องอาหารเสริม เรื่องของความชอบเด็กวัยนี้นิยมทานอะไรกัน อาหารลดความอ้วนของเด็กรุ่นใหม่ ให้ผสมกลมกลืนกันได้ ทำเอาไม่อยากกินข้าวไปหลายวันเลยงานนี้ พี่ติ๊กบอก เล่มที่สองคงไม่มีงานเปิดตัว ถ้ามีคงมีอาหารเต็มงานแทนดอกไม้สด
เขียนเรื่องลงสารานุกรมกับเขียนต้นฉบับลงนิตยสาร Rugby Gangs ต่างกันฟ้ากับดิน เรื่องที่เขียนแบบสบายๆมีอะไรตลกๆเสียดสีบ้างเล็กน้อย เขียนง่ายกว่ากันเยอะ ความหลากหลายของบทความทำได้มากกว่ามีลูกเล่น ให้ได้ลองความบ้า เ้ยอะมาก ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ ตั้งแต่ท่าเต้นของนักกีฬาก่อนลงสนามหรือเสียงเพลงริมขอบสนามของผู้ชมที่มานั่งเชียร์ทีมในดวงใจข้างสนาม ไม่น่าเชื่อว่าในเวลาในอาทิตย์เดียว นักเขียนชื่อดังในวงการต่างๆที่ทาบทามติดต่อไป สนใจอยากเขียนให้ Rugby Gangs เพราะรู้สึกได้ลองของสนุกๆแปลกกว่าที่เคยทำ
นักเขียนการ์ตูนกิตติศักดิ์อย่าง เขมชาติ โพธารามมิก ที่ไม่เคยเสียเวลาเขียนการ์ตูนให้ที่ไหน กลับยอมแก้ไขต้นฉบับซ้ำไปซ้ำมา จนกว่า Rugby Gangs จะได้ต้นฉบับที่ดีที่สุด นายแบบรุ่นเล็กที่พึ่งคลอด ถูกนำมาเป็นแบบ มือจับลูกรักบี้ยังไม่ถนัด ยังยอมนอนนิ่งๆให้เป็นนายแบบ อย่างไม่มีข้ออ้าง ร้องไห้งอแงให้ได้ยินสักแอะเดียว หรือแม้แต่รุ่นกลาง ที่ยังไม่รู้ว่าถูกเรียกตัวมาถ่ายแบบเพื่อนำรูปไปทำอะไร ยังว่าง่ายที่ยอม Postทุกแบบให้รูปออกมาดี
แม้แต่นายแบบจากต่างประเทศอย่าง Prince William ยังได้ภาพที่ทรงกอดลูกรักบี้ไว้กับอก เป็นแบบอย่างของ Famouse Guy in Rugby World อย่างสวยงาม ฉบับปฐมฤกษ์ของ Rugby Gangs ท่านองคมนตรี พลากร สุวรรณรัฐ ตอบตกลงใส่เสื้อรักบี้ลงสนาม ขึ้นปกฉบับแรก ให้อย่างเต็มอกเต็มใจ ท่านบอกว่า เพื่อรักบี้ ทำให้ทุกอย่าง นัดเมื่อไรได้เลย ช่างเป็นประโยค อมตะ สำหรับทุกท่านในวงการนี้เสียจริงๆ ทุกคนอยากเห็นสิ่งดีๆเกิดขึ้นให้กับวงการรักบี้ ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีม เหมือนเป็น Rugby Gangs กันเสียทุกคนไป แม้รู้สึกเหนื่อยมากๆกับงานนี้ ทั้งพี่น้องและฉัน เมื่อได้ยินคำพูดดีๆแบบให้กำลังใจทุกครั้ง ทำปล่อยวางความเหนื่อยไปได้ทุกครั้งเหมือนกัน
วุ่นวายเรื่องลูกบอลทรงรีๆและสนามหญ้าสีเขียวมาเกือบอาทิตย์ จบอาทิตย์นี้กลับไปดูดอกไม้เพิ่มพลังภายในดีกว่า พี่จี๋ ส่งรูปกุหลาบเลื้อยหน้าบ้านมาให้ดูจาก Iowa สหรัฐ เห็นแล้วชื่นใจจริง เดือนมิถุนายนเป็นเดือนของดอกกุหลาบโดยแท้ กุหลาบที่ไหนๆจะบานสวยในเดือนนี้ทั้งนั้น รูปนี้ต้องขอเสียงโวตว่าพี่จี๋ทำให้กอกุหลาบสวย น่าสนใจขึ้น มากกว่าเดิมหรือเปล่า
แม้แต่ที่บ้านดอกไม้ อาทิตย์นี้กุหลาบแก้มแหม่ม ออกดอกพราวหอมฟุ้งตลอดแนว ถนนริมทาง ตั้งแต่หน้าบ้านบนเนินของพี่ตู่ เรื่อยมาจนถึงหน้าบ้านดอกไม้ จนอดไม่ได้ที่จะตัดมาปักแจกันเต็มบ้าน อาจเพราะอากาศที่ฉ่ำฝนตลอดอาทิตย์ ทำให้ดอกไม้ทะยอยบานให้ได้เห็น ทุกครั้งที่มาบ้านดอกไม้จะต้องบ่นกับพี่ตู่ทุกครั้งว่า เราโชคดีจังมาเขาใหญ่ครั้งใด อากาศดีเย็นจนหนาวได้ตลอด ไม่อยากกลับกรุงเทพฯเลย
้ หลายอาทิตย์ที่ไม่ได้มาเขาใหญ่ พอมาทีหนึ่งได้เวลาทำบ้านใหม่ได้ทุกที พี่ตู่ชี้ชมให้ดูช้างแบกจานเชิงแก้วแสนสวยที่ราคาถูกจากกัตมันธุ เนปาลที่พึ่งแบกกลับมา บอก 300 บาทไม่ใช่ Dollar ราคาถูกจนกลุ้มใจนอนไม่หลับ ต้องซื้อแบกกลับเมืองไทย แทบหลังหักไม่ว่าแบบนี้ อยากพาเพื่อนๆไปเที่ยวจังเลย และที่ทำให้เพื่อนอีกอย่างคือเวที Concert กลางแจ้ง ร้องไปชมแสงดาวไป ใกล้เสร็จแล้ว เหลือรายละเอียดอีกนิดหน่อย รายการนี้เพื่อนคนไหนไม่ได้มางานเปิดเวทีกลางแจ้งกลางเดือนหน้า ต้องสะอื้นเสียใจไปนานเพราะเวทีที่เพียบพร้อมระบบแสงสีเสียง ที่ทำให้ Cafe Caraokeในกรุงเทพฯแทบจะปิดกิจการไปเลย เพราะบรรยากาศเป็นใจแบบนี้จะหาที่ไหน ได้อีก นอกจากบ้านคุณนารีลักษณ์
อากาศดีๆแบบนี้ไม่เคยพลาดการเดินเล่นแวะเวียนชมสวนบ้านใกล้เรือนเคียง อาทิตย์นี้ แวะบ้านพี่เก๊ะ เอกชัย ไหลมา ที่รีบเรียกเราสองคนเข้าห้องนอน บอกให้เดินตรงขึ้นห้องนอนเลย อยากให้ชมผ้าม่านบังตา ผ้าคลุมเตียง ผ้าปูโต๊ะ ที่เปลี่ยนเป็นสีแดงแสบตาสดใส แบบเรียกพลังงานภายในให้เข้มข้น ฟื้นคืนชึพหรืออย่างไรไม่ทราบได้ รู้แต่ว่าอารมณ์ศิลปินพี่ร้อนแรงขึ้นทุกวันๆ สมแล้วที่ได้งานออกแบบสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ใหม่มูลค่า 650 ล้านบาท มิน่าพี่ถึงเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ในบ้านใหม่ได้ทุกสองอาทิตย์
ตามมุมต่างๆในบ้าน มีของใหม่ล่อหลอกแขก ให้ชื่นชมได้ทุกมุม ตั้งแต่ช้างหินแกะแบบโบราณที่พี่เขาบอกว่า ดูฝีมือแกะแบบโบราณซิ เขาแกะจากหินดิบๆ สวยขนาดไหน หรือตอต้นตาลที่เห็นทีแรกนึกว่า Fatฺ Man ที่คู่กับกับLittle Boy ระเบิด Atomic Bomb สมัยสงครามโลก เจ้าFatฺ Man หน้าทางเข้าบ้านพี่เก๊ะนี้่ พี่ตู่ชอบใจมาก ตรงไปลูบๆคลำๆอยู่นาน ด้วยว่าเห็นเป็นของแปลกไม่เคยเห็นที่ไหน ว่าเอาต้นตาลมาแกะได้แบบนี้ แม้แต่ลูกหินขัดกลมที่พี่แก๊ะบอกเป็นลูกนิมิต ที่ลอยนิ่งบนน้ำ สวยสงบเย็น อย่างงดงาม
อาทิตย์นี้ พบแต่คนสร้าง สร้างงานใหม่ๆ สร้างของใหม่ๆ ไม่มีวันจบหรือหยุดได้สักที มีเรื่องใหม่ๆมาให้ได้เล่น ได้คิดทำกันไม่เว้น ไม่มีวันจบสมบูรณ์ได้ี คงจะจริงที่ Dr. Robert Anthony Ph.D บอกว่า "You were placed on this earth to create, not to compete."
....................................................
ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||