"ดอกเลี่ยนบานแล้ว"
ดอกไม้บานตามฤดูกาลปีละครั้ง ดอกเลี่ยนออกดอกสีขาวแซมม่วง หอมกลุ่นไปทั่วทั้งบ้้าน อีกแล้ว เหมือนวงเวียนธรรมชาติ เวียนมาเวียนไป ไม่มีที่สิ้นสุด ดอกเลี่ยน มีชื่อ สามัญ ในภาษาอังกฤษว่า chinaberry tree, African lilac, bead-tree, chinaberry, Persian lilac, pride of China, pride of India, Sichuan pagoda-tree, soapberry tree, syringa berrytree. แต่ละชื่อล้วนแสดงให้เห็นถึงลักษณะของดอกเลี่ยนจริงๆ
เวลาใครมาที่บ้านดอกไม้ คำถามที่มักจะได้ยินเสมอเมื่อมองดูกลุ่มไม้ใหญ่หน้าทางเข้าบ้าน ต้องถามว่าต้นอะไร ด้วยรูปทรงสูงใหญ่ ใบโปรงสวยและเมื่อเริ่มออกดอก กลิ่นหอมคล้ายแป้งเด็กอ่อน จะฟุ้งไปหมด จนต้องเงยหน้ามองหาที่มาของกลิ่น จนพบว่าตามยอดต้นไม้ ที่สูงลิบๆอยู่นั้น มีช่อดอกไม้สวยน่ารักน่าเอ็นดูหลบซ่อนอยู่ ดอกเลี่ยน Melia azedarach L. แทบจะเป็นดอกไม้ที่เจ้าของบ้านมองเกือบไม่เห็นดอก เพราะเป็นไม้โตเร็ว เมื่อโตมีดอก ดอกจะออกตรงปลายพุ่มยอด ต้องเงยหน้ามองหาจนคอเคล็ด จึงจะพบดอกเล็กๆ น่าเอ็นดูซุกซ่อนอยู่ เลี่ยนเป็นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในเอเซีย ตั้งแต่ตอนใต้ของจีนลงมา ในเมืองไทยเป็นไม้ป่าพบมากแถบภาคอีสานตอนกลางและอีสานเหนือ ภาษาของป่าไม้ บอกว่าต้นเลี่ยนเป็นไม้เบิกนำ คำว่าไม้เบิกนำคือ บริเวณพื้นดินของป่าถูกทำลายไปจากภัยธรรมชาติต่างๆ ไม้ที่ขึ้นก่อนไม้อื่นคือ ไม้เบิกนำ สรุปคือเกิดง่าย ตายยาก คนในพื้นที่บอกว่า ใบเลี่ยนนำมาคั้นดื่มแก้ไข้ น้ำสีเขียวจากใบใช้ย้อมผ้า เนื้อไม้ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ปกติแล้วต้นเลี่ยนจะออกดอกเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม นึกสงสัยว่าทำไมปีนี้ ต้นเลี่ยนเริ่มออกดอกให้เห็น เป็นครั้งที่สองแล้ว น่าแปลกจริงๆ
ความตั้งใจของ กี้ ธณิกานต์ นวลแข ที่จะต้องทำบุญไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด อาทิตย์นี้ เธอนำอาหารไปถวายพระเณรที่เรียนพระอภิธรรมที่วัดชนะสงคราม 100รูป ไม่เคยมีใครรู้เลยระหว่างพวกเราว่าที่วัดนี้เมื่อเดินลึกเข้าไป จะมีห้องเรียนเป็นห้องๆให้พระมานั่งเรียนพระอภิธรรม กี้ สั่งข้าวเหนียว ส้มตำ ลาบไก่ จาก Polo Club ที่จัดเรียบร้อยเป็นชุด นำมาถวาย เห็นแล้วปลื้มใจแทนที่อย่างน้อยความตั้งใจของเธอ ที่ต้องการกระทำกิจ เพื่อสืบต่อพุทธศาสนาในหลายรูปแบบ มีคุณค่าต่างกัน หลายคนมองการทำบุญเป็นหลายรูปแบบ มีวิธีทำแตกต่างกัน อย่างพี่ตุ้ม โมทนา นวลแข สามีกี้ ถ้าบอกให้พี่เขาไปใส่บาตร ทำบุญเอง เขาไม่ไปหรอก แต่เมื่อกี้ไม่สบาย พระที่กี้นับถือ บอกให้กี้ใส่บาตรเองทุกเช้า เมื่อกี้ไม่สามารถใส่บาตรเองได้ พี่ตุ้มเลยต้องเป็นคนตื่นแต่ตีห้าทุกเช้ามาร่วมเดือน เพื่อนำของไปใส่บาตรให้ จำได้ว่า กลางดึกของคืนก่อนที่จะมาทำบุญใหญ่ เสียง พี่ตุ้ม ตะโกนบอก ลั่น สมคิดการ์เดนคอนโด ว่า เตรียมเสื้อไปเปลี่ยนด้วยนะ วัดนี้นะ รดน้ำมนต์ซู่ๆ เปียกหมดทั้งตัว เอ้อ ดีเหมือนกันเรา ไปรดน้ำมนต์ จะได้ล้างซวย ไม่รู้พี่เขา ซวยอะไรนักหนากัน แค่ต้องนอนโซฟาห้องรับแขกทุกคืน ลุกขึ้นแต่ตีห้าเพื่อนำอาหารเช้าไปใส่บาตรให้แทนกี้ทุกวัน จนหลังสุดทำท่าจะตื่นไม่ไหว ขอต่อรองว่า ไปใส่บาตรสายหน่อยพระจะยังรอไหมนี่ แบบนี้ช่างเป็นคู่ทุกข์คู่ยากกันดีจริง ได้แต่ตะโกนปลอบใจพี่ตุ้มว่า เป็นคู่ทุกข์คู่ยากดีกว่าคู่เวรคู่กรรม ทะเลาะขบกัดกันทุกวี่วันนะ อยู่กันแบบขอไปทีแบบนั้น ซวยซับซวยซ้อนมากกว่านะคะ และสุดท้ายบอก พี่ตุ้ม ว่า อยู่กันได้แค่นี้ ต้องก้มกราบพระงามๆพร้อมกล่าว โมทนา สาธุ สาธุ สาธุ แล้วนะพี่ พี่ตุ้มฟังพยักหน้างึกๆ แล้วกลับไปนอนโซฟา ในห้องรับแขกต่อ อย่างปลงๆ ปล่อยฉันกับกี้ นอนกุมมือ ปลอบใจกันสองคน ในห้องนอน ตามประสาไม้ใกล้ถึงฝั่ง อะไรทำนองนั้น
ทุกค่ำคืน กี้ จะบอกก่อนหลับไปพร้อมกับบทสวดมนต์ว่า ถ้ากี้หาย เราสองคนไปบ้านดอกไม้ด้วยกันนะ แอ๋ว ทำสวน กี้จะนั่งวาดภาพสีน้ำอยู่ใกล้ๆ เราเบื่อวิวเขา ก็ไปอยู่หัวหินกัน บ้านพิชัยญาติ บ้านคุณแม่พี่ตุ้มที่หัวหิน หลังใหญ่ริมทะเล มีใต้ถุนสูง เราไปนอน ฟังเสียงคลื่นด้วยกัน และทุกปี เราจะไปปฎิบัติธรรม โดยตามท่านเจ้าคุณวัดมหาธาตุ ที่ไปสอนวิปัสสนาที่วัดในสวิสเซอร์แลนด์ ปีละเดือน แล้วต่อท้ายด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า แต่ไม่รู้ กี้จะหายหรือเปล่านะ ได้แต่บอกว่า หายซิ แต่ถึงไม่หาย ก็ไม่ต้องกลัวหรอก ทำทุกอย่างมาดีแล้ว ไม่เห็นต้องกลัวเลย ถ้ากลัวมาก แอ๋วอาจจะไปก่อนกี้ ไปรอรับกี้ที่โน้นให้ก็ได้ ไม่ต้องกลัวหรอก สวดมนต์เข้าไปเถอะ วันนี้ได้150จบหรือยังละ เดี๋ยวจะนอนสมาธิหลับก่อนแล้วนะ ถ้าไม่รีบสวดมนต์ให้จบ
บางครั้งเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ที่วงเวียนชีวิตวนไปวนมาไม่รู้จบ มิตรภาพที่เริ่มต้นห่างๆด้วยการไต่ถามความเป็นไปของชีวิต มาจบลงที่ความสัมพันธ์อันแนบแน่น ที่กี้บอกทุกครั้งว่า เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ แต่ฉันบอกกี้ว่า ฉันรู้สึกว่าเธอทำตัวเหมือนสามีฉันมากกว่านะ จะไม่ให้เป็นแบบนั้นได้อย่างไร เพราะทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น กี้ จะโทรมาถาม ทุกครั้งที่ฉันห่างกาย เธอว่า ทำอะไร อยู่ที่ไหน จะกลับบ้านเมื่อไร รออยู่นะ Home Sweet Home นะจ๊ะ วันนี้พี่ตุ้ม ซื้อกุ้งสะเดา น้ำปลาหวานมาให้แอ๋วด้วย บอกเห็นแอ๋วชอบกิน วันนี้มีห้อยจ๊อ คุณแม่พี่ตุ้มทำ พี่ตุ้มให้แช่ช่องแข็ง เก็บไว้ให้แอ๋ว วันนี้มี Cherry สด จาก New York พี่ตุ้ม ยังไม่ให้ กี้ กิน ให้ รอแอ๋วมาก่อน เดี๋ยว กี้ กินหมดกล่อง และรายการอาหารต่างๆอีกมากมาย ยาวเหยียด จนต้องบอกว่า ไม่ต้องเอาของกินมาล่อหรอก เดี๋ยวกลับ เดี๋ยวกลับ แต่อาจดึกหน่อย ยังคุยเรื่องงานอยู่ และทุกครั้ง คุยอยู่กับใคร ต้องรีบส่งโทรศัพท์ให้คนที่คุยด้วย คุยกับกี้ไปด้วย จนทุกคนรอบตัว เดี๋ยวนี้พลอยรู้จักกี้ ตามไปด้วย แต่คนที่หนักที่สุดเวลานี้คือ พี่น้อง ที่ต้องสัญญากับกี้ทุกครั้ง ที่กี้โทรมา แล้วเราคุยเรื่องงานกันจนดึกดื่น เกือบทุกคืน ว่า เดี๋ยวจะรีบพาแอ๋วไปส่ง ไม่ต้องห่วง นะคะ จนในที่สุด อดบอกกี้ไม่ได้ว่า เธอทำตัวเหมือนสามีฉันเลยนะ สมัยพี่จ้อยอยู่ ก็แบบนี้ เช้า กลางวัน เย็น โทร อยู่นั่นแหละได้ทุกวัน ทุกเวลา อยู่ไหน ทำอะไร อยู่กับใคร จะกลับถึงบ้านเมื่อไร แล้วคนรอบข้าง ทั้งที่ทำงานและเพื่อนฝูงจะเริ่มสนิทกับพี่จ้อยมากขึ้นๆ เหมือนสนิทกับกี้ เช่นเวลานี้เพราะจะส่งโทรศัพท์ให้พูดคุยไปด้วยเลย จะได้รู้แล้วรู้รอดไป กี้ได้ฟังตบมือ หัวเราะชอบใจ บอกจริงหรือ อย่างนั้นก็ดีนะซิ อ้าว!! เป็นงั้นไป กี้บอก ไม่รู้สึกอบอุ่นเหรอ มีใครสักคนที่ใกล้ชิด คอยห่วงใย ดีออกนะ แต่ก็ดีเหมือนกัน ตามที่กี้บอก ได้แต่เสริมว่า ถ้าเราเกิดมาคนละเพศ คงยุ่งพิลึก กี้ บอก นั่นนะซิ กี้น่าจะแต่งงานกับแอ๋วนะ กี้นอนเตียงเดียวกับแอ๋ว มีความสุข หลับสบายจริงๆนะ เฮ้อ ยิ่งฟังยิ่งกลุ้ม !!!!! ได้แต่นึกในใจว่า สงสัยว่างานนี้ ฉันจะไปก่อนเธอเสียแล้ว ทำนองโชคดี ที่ตายก่อน อะไรเทือกนั้น อย่างที่บอก ชีวิตมีอะไรให้แปลกใจได้เสมอ วนมาวนไปไม่รู้จบ
.ใครที่ไม่เคยไปวัดปทุมคงคาราม วัดกลางแหล่ง shopping center ย่านSiam Square คงนึกไม่ถึงว่า เมื่อเดินลึกเข้าไปข้างในวัด จะมีสวนป่าร่มครึ้ม สงบเย็นอยู่ภายใน ที่วัดนี้ทุกวันเจ็ดโมงตรง พระทั้งวัดจะมาเดินรับบิณฑบาตร ในบริเวณสวนป่าแห่งนี้ เมื่อ กี้ ได้รับคำบอก จากท่านเจ้าคุณรองเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ ให้ใส่บาตรให้ได้ทุกเช้า แต่สังขารไม่สามารถทำให้อย่างนั้นได้ทุกเช้า กี้จึงต้องบอก พี่ตุ้ม สามี ให้ไปตักบาตรแทน กี้ ให้เด็กเตรียมของให้แต่เช้าตีห้าของทุกวัน กิจนี้ดำเนินมาได้ราบรื่นกว่าสองสัปดาห์ พอมาสัปดาห์ที่ 3 พี่ตุ้ม ต้องไปร่วมประชุมโรงแรมในฐานะเจ้าสำนักโรงแรมที่หัวหิน ตกดึกเมื่อพี่ตุ้มไปแล้ว กี้นึกออกว่า พรุ่งนี้ไม่มีใครไปใส่บาตรแทนให้ รีบปลุกฉันตื่นมาเกือบสี่ทุ่มแล้ว บอกลืมไปเลย พรุ่งนี้ใครจะไปใส่บาตรแทน พระบอกต้องเป็นกี้หรือให้สามีไปใส่แทน พอมองเวลา สี่ทุ่มนี่นะ จะโทรไปหาใครให้มารับไปใส่บาตรดีละ และเจ้ากรรมจริงๆมิตรรักแฟนเพลงทั้งหลายที่ฉันโทรไปเบียดเบียนค่ำคืนนั้น ต่างพร้อมใจกันออกต่างจังหวัดกันหมด เพราะเป็นคืนวันเสาร์ กว่าสิบคนที่ถูกตามสายด่วน ล้วนอยู่ไกลเกินกว่าจะกลับมากรุงเทพฯ ผลที่สุดโทรไปหาพี่จิ๋ม มาลินี ทองโสภิต บอกพี่ หนูอยากพาเพื่อนไปใส่บาตรหกโมงครึ่งเช้าวันพรุ่งนี้ ไม่รู้จะไปอย่างไร ขึ้นแท็กซี่ก็กลัวติดเชื้อ พี่จิ๋มทั้งที่ตอนแรกรับโทรศัพท์บอกพี่เวียนหัวหน้ามืด เลยเข้านอนหัวค่ำคืนนี้ ตัดสินใจบอกเดี๋ยวพี่จะรีบกินยาแล้วหลับตั้งนาฬิกาปลุกตีห้า เพื่อตื่นขึ้นแต่งตัวขับรถออกจากบ้านที่หมู่บ้านพฤกษชาติ ถนนสุขาภิบาล3 ขับตรงดิ่งมาเซ็นทรัลชิดลม ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้เช้าจะไปรับแต่เช้าตรู่ จนครั้งหลังสุด พี่ตุ้ม ต้องไปหัวหิน อีก กี้ บอก อย่าไปกวนพวกเพื่อนๆแอ๋วอีกเลย เกรงใจเขา ฉับบอก ไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องนั้น ถ้าเขามาไม่ได้ หมายถึงเขามาไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าเขาบอกว่ามาได้ นั่นหมายถึงเขาเต็มใจที่จะมา จะมาทำบุญให้เรา ทำบุญกับเรา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า นี่ร่วมเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว จะโทรไปปลุกใครที่ไหนได้ กี้เลยตัดสินใจ พรุ่งนี้ กี้จะขับรถเอง ฉันบอก เฮ้ย ไม่ได้จับพวงมาลัยมาเกือบ 2 ปี จะขับได้เหรอ กี้บอกได้ซิ แล้วรุ่งเช้า กี้ ลุกแต่มืด เพื่อปลดสายอาหาร ที่ติดตัวอยู่ทั้งกลางวันกลางคืน ลงมาขับรถ ออกจากที่พักไปใส่บาตรเองที่วัด เมื่อใส่บาตรเสร็จ กลับมาบ้าน รีบบอก กี้ ว่า อย่าบอกพี่ตุ้มนะว่าเมื่อเช้ากี้ขับรถ ไปใส่บาตรเอง กี้ ถาม ทำไมเหรอ พี่ตุ้ม เขาไม่ว่าหรอก เรื่องนั้นรู้แล้วละ แต่ห่วงว่า เดี๋ยวเขารู้ เขาจะไม่ยอมตื่นเช้าไปใส่บาตรแทนให้ เราต้องตื่นแต่เช้าไปกันเอง ทุกวัน ทีนี้แหละยุ่งเลยนะกี้ เหนื่อยแย่ แต่พอพี่ตุ้มรู้เรื่องในเย็นวันนั้น พี่ตุ้มได้แต่พยักหน้างึกๆว่าดีแล้ว ขับรถไปได้เอง ใกล้แค่นี้ แล้วเงียบ ไม่บอกให้กี้ขับไปใส่เองในวันรุ่งขึ้น ยอมไปใส่บาตรแทนทุกเช้าเป็นปกติ โมทนา สาธุ สาธุ คะ
สัปดาห์นี้จบลงด้วยด้วยมื้อกลางวันที่แสนอร่อย กลุ่มพี่ๆว่างงานตัวจริง นำทีมด้วยพี่นพ ม.ร.ว.นพเกตมณี เต็งนิยม ชักชวนให้ไปทานอาหารอิตาเลียนที่สุรวงศ์ โดยมีพี่ประยงค์รับอาสาเป็นสารถี ขับรถให้ วิธีการขับรถของพี่ประยงค์ กุสุมภ์ นั้นน่าเอ็นดู เป็นที่สุด คือพี่พยายามแซงซ้ายแซงขวา หาช่องว่าง บนถนนให้สอดแทรกรถไปได้เรื่อยๆ พอแซงเสร็จก็หันไปพยักหน้าขอบคุณเหยื่อทั้งหลาย ที่ยอมเปิดทางให้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตัว คันไหนยังไม่ยอมถอย พี่จะไขกระจกลง ร้องบอกไปว่า ป้าขับรถผิดเส้นทาง ขอทางป้าหน่อย ได้ยินไม้นี้ แม้แต่ตำรวจยังใจอ่อนเปิดทางให้พี่ยงค์ตลอด ที่ร้านนี้ มีแต่เก้าอี้นั่งทรงสูง ที่พี่นพ บอกว่า เหมือนปีนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กินข้าว เวลาคน ว่างงานคุยกัน วัยนี้ กลุ่มนี้ เน้นเรื่องกิน เรื่องไปวัดเป็นหลัก อะไรที่ไหนอร่อย ขอให้บอก ดั้นด้นตามไปหา ตามไปกินกันจนครบทีม สิบกว่าคน ส่วนเรื่องไปวัด เป็นเรื่องปกติ ที่เป็นของแถม ทำให้ชีวิตมี สิ่งศักดิ์คุ้มครองอยู่บ้าง พอไม่ให้ หว้าเว่ โหวงเหวง พี่ประยงค์บอก พวกพี่นะ เทศน์ได้หมดทุกเรื่อง ทุกกัณฑ์ นะน้อง แต่จะให้ปฏิบัตินะ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แค่ศีลห้า ยังถือได้ไม่ครบเลย ฉันรีบถามว่า พี่ยงค์ี่ขาดศีลข้อสามกาเมหรือคะ พี่ประยงค์ หัวเราะ บอก ก็อยากอยู่เหมือนกันนะน้อง แต่ตอนนี้ตบยุงฆ่ามดอยู่ทุกวัน เลยไม่มีเวลาผิดศีลข้อสามกาเม มีเรื่องสนุกๆบ้าทำไป พูดไป ได้ทุกวันก็ดีเหมือนกัน นับวัน ชีวิตเหลือน้อยเข้าทุกที จะเครียดอะไรกันหนักหนา จริงไหมจ๊ะ
....................................................
ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่ |
|||||||||||||