" ฤดูกาลของพันธุ์ไม้ "

เผ่าพันธุ์แห่งใบไม้ เมื่อรุ่นหนึ่งเบ่งบาน อีกรุ่นหนึ่งก็ร่วงโรย ทุกสิ่งมีฤดูกาลของมัน มีช่วงเวลาสำหรับทุกอย่าง เวลาแห่งการเกิดและเวลาแห่งความตาย

 

เวลาเห็นต้นไม้ที่ไหน ตัดเรียบกริบเหมือนอยู่ยงคงกระพัน ไม่มีใบร่วงเกลื่อนพื้น ให้เห็น มักทำให้เราหลงลืม นึกไปว่า ต้นไม้เหล่านั้นจะมีใบดกเขียวสวย ไม่ร่วงหล่น สวยงามอย่างที่ตาเห็นตลอดไป ทั้งๆที่เมื่อเหลือบไปมองที่แอ่งน้ำ ที่หลบซ่อนอยู่ในมุมหนึ่งของสวน จะเห็นดอกไม้ ใบไม้ ทั้งสดทั้งแห้ง ลอยเน่าอยู่ในน้ำ ไม่สามารถปิดบังซ่อนเร้น กาลเวลาของการร่วงโรย ของการพลัดพรากจากลำต้นสูงใหญ่ที่ี่เกาะเกี่ยว ยึดไว้ได้สักดอก สักใบเดียว เพียงแต่ซากที่ร่วงหล่นเกลื่อนลำต้นในตอนเช้าตรู่ของทุกวัน ถูกปัดกวาด เก็บไปเผา ไปฝัง ตามแต่สถานที่นั้นๆ จะมีวิธีการจัดการ เก็บซากนั้นอย่างไร

ฉันบอก กี้ว่า เราโชคดีนะ ที่ผ่านประสบการณ์แบบนี้ แบบใกล้ตาย เฉียดตาย และรู้ว่าความตายมาถึงแน่ๆ ในขณะที่บางคนไม่รับรู้ ไม่สนใจเพราะคิดว่ายังห่างไกล ไกลเหลือเกิน ผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำเรื่องนั้น เรื่องนี้ ด้วยคิดว่า ความตายเป็นเรื่องของคนอื่น ไม่ใช่เรื่องของเรา การรีบเร่งทำบุญของกี้ ทุกขณะจิต ถ้าไม่คิดว่าสิ่งนี้จะบันดาลให้เกิดปาฏิหารห์ได้หรือไม่ แต่อย่างน้อย กี้มีกำลังใจ มากขึ้น มากขึ้น

ทุกคนรอบข้างจึง สนับสนุนและพร้อมจะช่วยได้ทุกเวลาคือ ไม่ว่าอยากทำอะไร ขอให้บอก พยายามช่วยให้บรรลุผล ความสำเร็จที่ตั้งใจไว้ ให้ออกมาเป็นรูป เป็นร่าง อย่างที่ต้องการอย่างไม่รู้สึกท้อถอย ตั้งแต่เรื่อง ผลิต CD ธรรมะถวาย ถวายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ NoteBook ถวายปัจจัย การฝึกนั่งวิปัสสนาสมาธิ เรื่องบวชพระ แม้แต่ความต้องการจะไปสร้างกุฏิ เพื่อจะได้ไปนั่งสมาธิให้จิตนิ่งในวัดมหาธาตุ และในวันที่18 กรกฏาคม นี้ จะเป็นการเข้าโรงพยาบาล เพื่อรับการบำบัดด้วยคีโม เป็นครั้งสุดท้าย ได้แต่หวังว่าขบวนการรักษาที่เจ็บปวดและทรมานนี้จะสิ้นสุดลงเสียที

   

แม้กำลังใจเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องการ แต่บางครั้งเราไม่สามารถปิดกั้น การยอมรับความจริงที่เห็นเด่นชัด
อาจเป็นเพราะเมื่อได้ศึกษา ความเป็นมาเป็นไป ของข้อมูลจากหลายแหล่ง คุยกับคุณหมอเจ้าของไข้ เฝ้าดูอาการ จนเข้าใจได้ชัดเจน ถึงกระบวนการดำเนินของโรค ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ การถ่วงเวลาอย่างไร้ประสิทธิภาพ ไม่อาจขจัดความทุกข์ทรมานและความโศกเศร้า ที่ต้องพยายามกู้ชีวิตที่ทำให้ ร่างกายทรุดโทรมและอ่อนล้า

 

 

หลายครั้งที่กี้และัฉัน ทะเลาะกัน อย่างงอนแล้วงอนอีก ด้วยเรื่องความหวังของเธอ ฉันไม่อาจมอบความหวังลมๆแล้งให้กับเธอได้ ตลอด ในทุกครั้ง ที่เธอขอคำยืนยันว่า เธอจะหายขาดจากมะเร็ง ฉันเพียงปรารถนา ให้เธอไม่ต้องเผชิญกับ หายนะของปฎิบัติการรักษา ที่เจ็บปวด อันไร้ผลและความผิดพลาดของความหวัง ที่ปรารถนาให้ชีวิตของตน never ending ไม่มีตอนจบ ปล่อยให้จิตใต้สำนึก ปฎิเสธว่ามันจะไม่เกิดขึ้น

แม้จะรู้สึกว่าตัวเองใจร้าย เมื่อต้องพูดกับ กี้ ว่า ฟังที่คุณหมอบอกซิ คุณหมอบอกว่า โอกาสที่จะ recurrent คือ เกิดขึ้นมาอีกนั้น มี หมอไม่สามารถบอกได้ว่า หายขาด เมื่อเป็นแบบนั้น ต้องเข้าใจ ต้องรับได้ อย่าปฏิเสธ สิ่งที่อาจเกิดขึ้นมาได้ทุกขณะ เพราะเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นมา จะทุกข์แบบแสนสาหัส อย่างที่ไม่รู้จะทำอย่างไร อย่าไปตั้งความหวัง ให้ทำใจยอมรับสิ่งที่แย่ที่สุดไว้ไม่ดีกว่าเหรอ ไม่อย่างนั้นจะทุรนทุรายไม่รู้จบ ไม่สงบเสียที เมื่อรู้แบบนี้ พยายามทำสิ่งที่อยากทำ ให้มากที่สุด เวลาจะได้ไม่สูญเปล่า

   

ทุกอย่างล้วนเป็นวิถีธรรมชาติ ใบไม้ ดอกไม้ ต้องหลุดร่วงไป เพื่อให้มีที่สำหรับใบไม้ ดอกไม้ รุ่นใหม่ เวียนมาเวียนไปไม่รู้จบ

ทั้งๆที่รู้ว่า คำว่า ความหวัง จริงๆนั้นเป็นเพียง คำเดียว ที่ได้ผลสำหรับ นักการเมือง ที่ชอบนำมาเป็น สิ่งยึดเหนี่ยว จิตใจ ของผู้ลงคะแนน แน่นอน พวกเราต่างรู้กันอยู่แล้วว่า ราคาที่ต้องจ่าย ให้กับความหวัง ที่ไม่อาจบรรลุนั้น แพงแสนแพง การส่งข้อความ ที่ผิดพลาด ว่าอาจเป็นไปได ้ที่จะมีชีวิตอย ู่ยาวนานมากอย่างที่ตั้งใจ ที่มีต่อเนื่อง อย่างไม่รู้จบ อาจเป็นเส้นทางแห่งความทรมาน ที่ต้องเดินผ่าน ก่อนที่จะจำนน ต่อการร่วงหล่นไป อันไม่อาจหลีกเลี่ยง ไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าเราจะก้าวข้ามธรณีประตูที่ปิดกั้นอยู่ด้วยรอยยิ้มและสติที่ระลึกรู้ว่า เราได้ปฎิบัติ ได้ใช้เวลา ทุกอย่างมาสมบูรณ์ที่สุดในทุกขณะที่ชีวิต ดำเนินผ่านพ้นไป ไม่ตั้งความหวัง ทำทุกอย่างให้สำเร็จตามความตั้งใจทุกนาทีที่ผ่านไป และพร้อมที่จะไปเมื่อถึงเวลา
ฉันรู้ว่าความกลัวในอนาคตที่มืด ที่ไม่รู้จัก ทำให้เราสติแตกได้ตลอดเวลา ทุกค่ำคืนก่อนนอน กี้ จะต้องพยายามควานหามือของฉันใต้ผ้าห่ม เพื่อจับยึดเกาะไว้ บางคืนไม่มีแรงเธอจะจับยึดไว้หลวมๆ ถ้าคืนไหนมีแรง เธอจะบีบมือฉัน เป็นระยะๆ เหมือนการเรียกร้องขอพลัง เสมือน ว่ายังมีสายใยชีวิตที่เกาะเกี่ยวกันไว้ ทุกคืน กี้ จะควานหามือฉันไปเกาะกุม บางครั้งนอนนึกว่า ใครต้องการกำลังใจมากกว่ากัน ระหว่างเราสองคน กี้ ที่ต้องการ กำลังใจ กำลังกาย ที่จะสู้เพื่อจะได้อยู่ต่อไปเรื่อยๆจนกว่า จะรู้สึกว่าพอ ซึ่งยังไม่รู้ว่าพอนั้นอยู่ตรงไหน กับฉันที่ต้องการพลังเพียงใช้เพื่อการอยู่ต่อ ทั้งๆที่รู้แล้วว่า ถึงจุดพอแล้ว ไม่มีอะไรสมบูรณ์ได้มากกว่านี้ได้แล้ว ถ้าเราสามารถถ่ายทอดพลังแห่งชีวิตให้กันและกันได้ด้วยการจับมือวิธีีนี้ คงเป็นเรื่องที่วิเศษมาก

ฉันหวังว่า We will servive สิ่งนี้ไปด้วยกัน

โดยจะพยายามที่จะหลงลืม ไม่จดไม่จำ ว่า ในที่สุดธรรมชาติเป็นฝ่ายชนะเสมอ

....................................................

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่

Home | Email | ©2004 ThaiThink.com บ้านม้