"ดอกไม้บาน"

บานแล้ว บานอีก บานไม่เลิกเสียที ดอกไม้ช่วงฝนฉ่ำ ฝนตกกระหน่ำเย็นได้สะใจทุกวัน ดีจริงๆ

ละอองฝนสาดซัดไม่หยุด จนหลายคนบ่นว่าไม่ต้องมาอีกแล้ว เสื้อผ้าเริ่มไม่แห้ง แต่งานสมาคมไม้ประดับแห่งประเทศไทย ณ ด้านข้างหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่จัดรับการมาเยือนของสายฝนทุกวัน จนสงสารร้านค้าที่นำต้นไม้มาจำหน่ายว่าจะไม่มีคนไปเยี่ยมชม แต่ปรากฏว่าคราวนี้ร้านค้าไม่บ่น บอกอากาศไม่ร้อน คนมาเดินก่อนฝนมา เดินชมต้นไม้สบายๆต้นไม้ขายดี เพราะอากาศอย่างนี้คนอยากปลูกต้นไม้มากขึ้น น่าสังเกตุว่าตอนนี้ไม้ที่นำมาประดับตกแต่งกระถางเล็กกระถางน้อยขายดีขึ้น อาจเพราะซื้อไปวางตรงมุมไหนจุดไหน ทำให้สวนสวยน่ามอง ไม่ต้องดูแลมากและสำเร็จรูป เบ็ดเสร็จ ต้นไม้เล็กๆไม่เปลืองที่ปลูก เหมาะกับบ้านในกรุงเทพฯที่นับวันจะหาที่ปลูกต้นไม้ได้น้อยนิดเต็มที

อารมณ์สนุกๆของกลุ่มมาดาม สาว สาว สาว ยังไม่ยอมแพ้พายุฝนเหมือนกัน ต่างเต็มใจฝ่าพายุฝนที่ตกไปหาที่เมาท์ ณ ห้องอาหารจีนของดิอิมพิเรียมควีนส์พาร์ค ทุกคนยังคงอารมณ์แจ่มใสไม่มีใครฟังใครแต่เมื่อพี่ตู่เริ่มต้นเรื่องที่หาฟังที่ไหนอีกไม่ได้แล้ว ทุกคนต้องรีบเงียบกริบแบบตั้งใจ ตั้งใจ เรื่องบางเรื่องเหมือนมีมนต์ในตัวเอง พอเริ่มต้นเหมือนมนต์สะกดให้ทุกคนมีใจจดจ่อ คอยฟังภาคต่อ ภาคเสริม หรือแม้แต่ภาคพิศดาร พูดได้ว่าปาร์ตี้ถ้าไม่มีเรื่องเล่าเคล้ามนต์ขลังของพี่ตู่ งานคงเงียบพิลึก งานนี้พี่คุณหญิงตุ้มแจ้งข่าว ตอนนี้บริษัทพี่เทคโอเวอร์Tamarin โรงแรมที่เชียงใหม่แล้วนะ แม้แค่มี รายาวดี ที่กระบี่ บริษัทพี่ยังรวยไม่พออีกหรือคะ นี่ไปเอาTamarinโรงแรมที่แสนจะน่ารักที่เชียงใหม่มาครอบครองอีก เดี๋ยวก็รวยไม่รู้เรื่องอีก ส่วนพี่เล็ก มาพร้อมกับผมสั้นทรงใหม่ หยิกติดศรีษะได้รูป บอกผลดีของการการบำบัดคีโมคือ ได้ผิวใสไร้ฝ่า ผมที่งอกใหม่หยักศกได้รูปสวยเก๋ ตอนนี้เลยไม่ห่วงผิวไปตีกอล์ฟ อย่างสบายใจหายห่วง พี่เล็กบอกให้ท่องไว้ว่า เราจะไม่ตาย ไม่มีอะไรมาทำอะไรเราได้หรอก แม้หนูไม่อยากอยู่นานเป็นสาวสองพันปีอย่างพวกพี่มาดามแกงส์สาว สาว สาว มากมายนักหรอกคะ เพราะรูู้็ว่าอยู่นานไป สังขารหนูคงมีแต่เหี่ยวแห้งลงตามกาลเวลา ไม่เต่งตึงเปล่งปลั่งสะพรั่งสวยเหมือนพวกพี่ๆได้เลยสักคน เหมือน ดอกไม้บานไม่ยอมหุบยอมโรยเสียที ใช้ฮอร์โมนอะไรก็ไม่รู้ไม่ยอมบอกกันเลย โกรธแล้วนะ ปล่อยให้หนูเป็นดอกไม้โรยทรุดโทรมอยู่ดอกเดียว

 

กลุ่มนี้ก็สาวอีกกลุ่ม Barbaraและพี่จิ๋ม ชักชวนให้ไปชมสวนสองสวนในรายการ Exclusive Home and Garden Tour 2005 ARCHITECTURAL GEMS OF BANGKOK งานนี้จัดโดยSoroptimist International of Dusit สมาคมนี้เป็นสมาคมสตรีต่างประเทศในเมืองไทย ที่ร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาเพื่อทำกิจกรรมหารายได้ช่วยเหลือสตรีด้อยโอกาสในพื้นที่ต่างๆให้ได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ได้ช่วยเหลือตัวเองได้ เขามีคำขวัญว่า through education,help others to help themselves.กิจกรรมของสมาคมนี้มีมากมายหลายอย่าง ทีผู้หญิงเข้ามาร่วมด้วยช่วยผู้หญิงด้วยกันเอง งานนี้เป็นรายการหาทุนแบบหนึ่ง ที่น่าแปลกใจคือคนที่ซื้แตั๋วมาชมสวนสองสวนคราวนี้มีทั้งหมดสามร้อยกว่าคน ค่าตั๋วไม่ใช่ถูก 1,200 บาท และต้องตื่นไปรวมพลคนใจบุญทั้งหลายที่โรงแรมฮิลตันตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า นั้น ทุกคนที่ไปต้องอยากไปจริงๆ สำหรับฉันถ้าไม่ได้บัตรฟรีมาจะไปร่วมรายการแต่เช้าแบบนี้หรือเปล่า ยังสงสัยอยู่ เมื่อได้ไปเห็นว่าคนที่ไปเที่ยวแบบนี้คือกลุ่มคนอีกกลุ่มที่มีชีวิตในเมืองไทย ชาวต่างประเภทพวกนี้เป็นกลุ่มคนทำงานในเมืองไทยระดับ Executive ที่ชื่นชมวัฒนธรรมและธรรมชาติ เขาสนใจไปรายการนี้เพราะรู้จากหนังสือชี้ชวนว่ามีเอกลักษณ์ที่พิเศษจริงๆในสถานที่ ที่จะไปชมกัน

บ้านแรกสวนแรกคือ สวนสงบ เจ้าของบ้านคือคุณประภากร สร้างบ้านแบบติดกระจกทั้งหลังเห็นป่ารอบบ้านทำนองอยู่ในบ้านเหมือนนั่งนอกบ้าน เนื้อที่9ไร่ที่แวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ป่าเกือบทุกมุมของประเทศมาเติบโตในที่ผืนนี้ ระหว่างชมต้นไม้แปลกมากมายในสวน เสียงดนตรีคลาสสิคบรรเลงกล่อมพร้อมกับมีภาพวาดดอกไม้จัดแสดงโชว์ตามทางเดินไปพร้อมกันเป็นFlowers Blossomsในผืนผ้าใบ เรียกว่าการจัดฉากของผู้จัดรายการนี่เขาเตรียมพร้อมมาหมด ทำให้คนที่ไปเดินรู้สึกเพลิดเพลินมีหลายอารมณ์

 

 

ส่วนอีกบ้านถ้าใครเคยไปนั่งจิบน้ำชาที่ร้านอะกาลิโกจะนึกถึงบ้านไทยสวนไทยติดร้านนี้ เจ้าของเดี๋ยวกันคือ มล.พูมชัย ชุมพล เมื่อไปร้านร้านอะกาลิโกครั้งแรกเมื่อหลายปีมาแล้ว นึกอย่างทึ่งว่า เจ้าของช่างนำเครื่องกระเบื้องblue&whiteมาตกแต่งได้อย่างสวยงามจริง แถมใจกล้าจริงๆที่เลือกเฟอร์นิเจอร์สีขาวสะอาดตา สว่างไปทั้งร้านได้อย่างลงตัว

เมื่อได้เข้าไปชมบ้านที่เก็บรักษาสมบัติเก่าสมัยรัชกาลที่4ที่แต่ละชิ้นหาที่ไหนไม่พบที่จะมีครบชุด ครบเครื่องแบบนี้ การจัดวาง การเลือกเครื่องเรือนที่น้อยชิ้นแต่ทรงคุณค่า ี่พยายามรักษาของเก่าให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ที่ดีมากจริงๆคือทุกห้องมองเห็นสวนที่มีอยู่โดยรอบ ทั้งสวนกลางบ้าน สวนรอบบ้าน ที่ลงไม้ไทยร่มเย็น การแต่งสวนมีเครื่องประดับสวนในบางจุดให้น่าสนใจ ไม่ปล่อยโล่งเฉยๆ

ได้ไปชมบรรยากาศสวยๆ ต้นไม้สมบูรณ์ ของทั้งสองบ้าน มองเห็นสิ่งที่เจ้าของทุ่มเท สร้างบรรยากาศรอบบ้านให้ร่มรื่น ร่มเย็น บอกได้เพียงว่า คนเราเป็นเหมือนหนังสือที่อ่าน เหมือนภาพยนตร์ที่ชอบดู ต่างสรรหาเลือกเองไม่เคยมีใครบังคับ ต้องลงมือสร้างหรือทำเอง ชีวิตเป็นแบบนั้น เลือกที่จะสร้าง เลือกที่จะเป็นได้เสมอ ไม่มีใครบังคับ ไม่มีใครกำหนด แค่นั้นจริงๆ เจ้าของบ้านคนแรกมีหนังสือ A Brief History of Time ของ Stephen Hawking ชีวิตสอนอะไรของท่านพุทธทาส วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอน เจ้าของบ้านคนที่สอง บอกชีวิตสนใจเพียง 3 เรื่อง Gardening , Poetry , Art ไม่เห็นมีอะไรที่นอกเหนือไปกว่านี้เกะกะให้เห็น เพียงหนังสือที่ชอบ เพียงให้เห็นแสงแดดสาดส่องใบไม้ เพียงมีอิสระที่จะทำอย่างที่นึกอยากทำ อยากสร้างสิ่งที่ต้องการตามที่ฝัน สมเป็น in his palace of dream จริงๆ

คล้ายกับนักสร้างฝัน สร้างนิทานยอดเยี่ยมของโลก Hans Christian Anderson บอกประโยคหนึ่ง ฝากไว้ให้คิดว่า

"Just living is not enough.  One must have sunshine, freedom, and a little flower. "

อย่าเพียงแค่มีชีวิต มีแสงแดดให้อบอุ่นพอ ที่ดอกไม้จะบานในหัวใจกันบ้างนะคะ

 

 

............................................

 

 

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

ต้องการอ่านบทความสัปดาห์ที่ผ่านมาโปรดคลิกที่นี่